ข่าว
100 year

เปลี่ยนนายจ้างใหม่ นายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าท่ีเกี่ยวกับลูกจ้างด้วย

ทนายเจมส์7 ม.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจ และเชื่อว่ากำลังจะส่งผลกระทบต่อท่านผู้อ่านหลายๆ ท่าน เกี่ยวกับกรณีของบริษัทที่ทยอยปิดกิจการลงอย่างต่อเนื่อง บางบริษัทก็แจ้งลูกจ้างให้ทราบล่วงหน้า เพื่อปรับตัว แต่บางบริษัทก็หยุดกิจการอย่างกะทันหัน สร้างความตกใจ ความเดือดร้อน และสร้างความเสียใจให้กับลูกจ้างอย่างมาก เนื่องจากลูกจ้างอาจจะเตรียมตัวไม่ทัน และมีภาระหน้าที่ ค่าใช้จ่ายอีกมากมายที่มีอยู่ประจำทุกเดือน

การที่นายจ้างหยุดกิจการอย่างกะทันหันเช่นนี้ แน่นอนว่าลูกจ้างยังไม่ได้หาลู่ทางในการประกอบอาชีพอย่างอื่น เพราะไม่คิดว่านายจ้างจะปิดกิจการลง ดังนั้น ในกรณีที่นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราว หรือปิดกิจการถาวร ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องอย่างไรบ้างนั้น ติดตามรายละเอียดได้ในบทความที่ผมได้เคยเขียนไว้แล้ว ตามลิงก์ที่ปรากฏด้านล่างนี้

อย่างไรก็ตามครับ แม้ว่ากฎหมายจะระบุสิทธิหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างไว้อย่างชัดเจนก็ตาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างว่า จะมีความเห็นอกเห็นใจกันหรือไม่ พร้อมที่จะผ่อนผันเงื่อนไขตามกฎหมาย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถที่จะยืนอยู่ได้ ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแบบนี้ และหากสภาวะเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น ก็อาจจะสามารถกลับมาทำงานร่วมกันได้ต่อไปในอนาคต

ส่วนวันนี้เป็นกรณีที่ ผมจะให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่มีการเปลี่ยนตัวนายจ้างหรือในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล แต่มีการจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ และมีการโยกย้ายพนักงานไปบรรจุในบริษัทใหม่ ซึ่งมีผลกระทบต่ออายุงานและเงินเดือนครับ

ในกรณีเช่นว่านี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานได้แก้ไขข้อกฎหมายใหม่ เพื่อให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจ และอำนาจต่อรองที่ลูกจ้างอาจจะมีน้อยกว่านายจ้าง ตลอดจนไม่ให้นายจ้างใช้ช่องทางหรือช่องว่างทางกฎหมายเอาเปรียบลูกจ้าง ซึ่งมีให้เห็นอยู่เป็นประจำเช่นกรณีนายจ้างบังคับหรือหว่านล้อมให้ลูกจ้าง เขียนใบลาออกจากบริษัทเก่า และเขียนใบสมัครเป็นพนักงานใหม่ของนิติบุคคลอื่น ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นมาใหม่ มีผลให้อายุงาน และเงินเดือนต้องสะดุดหยุดลง โดยต้องเริ่มอายุงานหรือเงินเดือนที่บริษัทใหม่

จากปัญหาดังกล่าวจึงมีการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานขึ้นใหม่โดยกำหนดให้กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวในจ้างหรือในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล แต่มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลอื่น จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และให้สิทธิหน้าที่ต่างๆ ที่มีอยู่ต่อนายจ้างเดิมโอนไปยังนายจ้างใหม่ด้วย

อ้างอิงตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562

มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา 13 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง หรือในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด หากมีผลทำให้ลูกจ้างคนหนึ่งคนใด ไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ การไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างคนนั้นด้วย และให้สิทธิต่าง ๆ ที่ลูกจ้างมีอยู่ต่อนายจ้างเดิมคงมีสิทธิต่อไป โดยนายจ้างใหม่ ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าท่ีอันเกี่ยวกับลูกจ้างนั้นทุกประการ”

จากหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นการแก้ไขกฎหมายใหม่เนื่องจากกฎหมายเก่า ได้บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งบังคับใช้มานานแล้ว ไม่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน และไม่เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินการ เพื่อคุ้มครองลูกจ้าง ตลอดจนเป็นการแก้ไข เพื่อสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง โดยแท้ครับ

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ หรือ Facebook: ทนายเจมส์ LK หรือ Instagram : james.lk

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังนั่งเขียนทนายเจมส์เปลี่ยนนายจ้างลูกจ้างปิดกิจการสิทธิหน้าที่ของนายจ้างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกฏหมาย

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้