ภาพ : พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวไทยกราบสักการะ “พระบรมเกศาธาตุ” และ “พระบรมสารีริกธาตุ” ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาเพื่อให้ชาวไทยสักการะ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาเถรวาทไทย-ลังกา ที่ยาวนานกว่า 700 ปี.ทั่วโลกยอมรับศรัทธาว่า คำสอนอันเป็น “อมตะ” ของพระพุทธองค์ ที่เป็นอิทธิฤทธิ์ของแท้ จนส่งผลให้หมู่มวลพุทธศาสนิกชนยังคงยึดมั่นศรัทธาใน “พระพุทธศาสนา” ไม่เสื่อมคลาย และขยายความศรัทธาไปทั่วโลกเพิ่มขึ้นทุกวันดังนั้น ทุกสิ่งที่ชาวพุทธเชื่อว่านี่คือตัวแทนแห่ง “พระพุทธองค์” ทุกคนจะพากันดั้นด้นไปกราบไหว้สักการะ เพื่อความเข้าถึงในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง“ศรีลังกา” คืออีกประเทศหนึ่งในย่านเอเชียที่นับถือ ศาสนาพุทธอย่างเหนียวแน่น เช่นเดียวกับ ประเทศไทย และอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้ คณะสงฆ์และคณะกรรมการประเทศไทย ร่วมกับคณะจากศรีลังกา ร่วมขบวนแห่ พระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา.โดยเฉพาะ ความสัมพันธ์เถรวาทระหว่างไทย-ลังกา นั้น ได้ดำเนินสืบเนื่องมานานกว่า 700 ปี นับตั้งแต่การรับนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ใน สมัยสุโขทัย อีกทั้งปี 2562 ยังเป็นวาระครบรอบ266ปีแห่งการประดิษฐาน พระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ ในศรีลังกานิกายสยามวงศ์ นี้เป็นนิกายที่ได้รับการอุปสมบทจากคณะพระธรรมทูต นำโดย พระอุบาลีมหาเถระ จากวัดธรรมารามแห่งกรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาขึ้นมาอีกครั้ง พระสังฆนายกจากศรีลังกาอัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ ส่งต่อให้พระสงฆ์ไทย เพื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนมณฑป ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร.หลังจากที่ได้เสื่อมถอยไปด้วยอิทธิพลของชาวต่างชาติ และผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอื่น นิกายสยามวงศ์ จึงเป็นส่วนสำคัญในการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศศรีลังกา มาจนถึงปัจจุบันเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อเฉลิมฉลอง ความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาเถรวาทไทย-ลังกา อันยาวนานนี้ พุทธศาสนิกชนชาวไทยหลั่งไหลเข้ากราบสักการะ พระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ ด้วยศรัทธาแรงกล้า เพื่อเป็นสิริมงคล ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เนืองแน่นทุกวัน.มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร มูลนิธิธรรมดี และองค์กรภาคี ได้จัดโครงการอัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ จากศรีลังกา มาประดิษฐาน ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีอัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นประดิษฐาน.สมเด็จพระวันรัต เป็นประธานโครงการฝ่ายบรรพชิต และมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีอัญเชิญ โดยพระสังฆนายกและคณะจากศรีลังกา อัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 06.25 น. วันที่ 15 ธันวาคม 2562 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นางสมันตา เค. ชยสุริยะออท.ศรีลังกาประจำไทย นายจรัญ ภักดีธนากุล และ นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ร่วมพิธี.นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นางสมันตาเค. ชยสุริยะ เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย นายจรัญ ภักดีธนากุล นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ในโครงการอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ เหล่าศิลปินดารา และประชาชนเข้าร่วมพิธีรับจำนวนมากหลังจากนั้นจึงอัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ ไปยังลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เพื่อประกอบพิธีสักการะ ก่อนที่ริ้วขบวนรถบุปผชาติจะอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ เคลื่อนต่อไปประดิษฐาน ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร พุทธศาสนิกชนชาวไทยต่างปลื้มปีติที่ได้เข้ากราบสักการะ พระบรมเกศาธาตุ ครั้งแรกในชีวิต พร้อมด้วย พระบรมสารีริกธาตุ จากศรีลังกา.สำหรับรถบุปผชาติซึ่งเป็นขบวนในการอัญเชิญครั้งนี้ สร้างสรรค์โดย “อุทยานดอกไม้เพลาเพลิน” จากจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้รับการประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงประณีตงดงามด้วยศิลปะของความเป็นไทยอาทิ มณฑปต่างๆจัดแต่งดอกไม้รอบตัวรถให้เป็นเหมือนลายคลื่นน้ำ เปรียบเสมือน พระบรมเกศาธาตุ ที่ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงประเทศไทยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม กล่าวด้วยความยินดีว่า โครงการอัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ นับเป็นการเจริญความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ประเทศศรีลังกา และ ประเทศไทย ขณะเดียวกันยังเป็นการประกาศให้คนทั่วโลกได้เห็นถึงความสวยงามของศิลปะไทยไม่ว่าจะเป็นงานดอกไม้ การจัดดอกไม้ไทยรอบริ้วขบวน รวมถึงรูปช้างเผือกนำขบวนที่แกะสลักเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พร้อมกันนี้ ทางศรีลังกายังได้จัดการแสดงทางวัฒนธรรมด้วยขบวนกลองและคณะนาฏศิลป์ เพื่อสรรเสริญพระพุทธเจ้านำขบวนรถบุปผชาติอีกด้วย พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวต่างประเทศแห่แหนไปกราบสักการะ พระบรมเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ ไม่ขาดสายทุกวัน.ด้าน นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ เผยถึง พระบรมเกศาธาตุ ที่อัญเชิญมานี้ว่า มีความสำคัญอย่างยิ่ง เดิมเก็บรักษาอยู่ที่วัดโบราณแห่งหนึ่งใน เมืองแคนดี้ ศรีลังกา เป็นที่เคารพบูชาอย่างสูงสุดมากว่า 700 ปี เมื่อ 3 ปีก่อนจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่ Nelligala International Buddhist Center เพื่อให้พุทธศาสนิกชนเดินทางไปสักการะได้สะดวกขึ้นสำหรับการอัญเชิญมายังประเทศไทยในครั้งนี้เป็นดำริของ พระสังฆนายกแห่งวัดมัลละวัตตะมหาวิหาร หรือ วัดบุปผาราม และ พระสังฆนายกแห่งวัดอัสคิริยา มหาวิหาร ประเทศศรีลังกาโดย วัดมัลละวัตตะ เป็นวัดที่ พระอุบาลีมหาเถระ และคณะสมณทูตจากกรุงศรีอยุธยามาทำการบรรพชาอุปสมบทให้ชาวศรีลังกา ส่วน วัดอัสคิริยาเป็นสถานที่ถวายเพลิงสรีระสังขาร พระอุบาลีมหาเถระ ทั้งสองวัดนี้ยังทำหน้าที่สำคัญในการดูแลวัดพระเขี้ยวแก้วอีกด้วย นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และเลขานุการโครงการอัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ และกรรมการนั่งเจริญภาวนาอธิษฐานจิต.นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี ซึ่งเป็นเลขานุการโครงการ กล่าวว่า พระบรมเกศาธาตุ องค์นี้ยังไม่เคยอัญเชิญมาประเทศไทย ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 700 ปี ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตกัน พระบรมเกศาธาตุ ซึ่งพระสังฆนายกจากประเทศศรีลังกา อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ให้ชาวไทยสักการะครั้งแรกในรอบ 700 ปี พร้อมด้วย “พระบรมสารีริกธาตุ” จนถึงวันที่ 15 ม.ค.2563.พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ากราบสักการะ พระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงเวลา 20.00 น. ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2563รวมถึงยังสามารถจองรอบเวลาเป็น เจ้าภาพถวายเครื่องสักการบูชาตามธรรมเนียมศรีลังกาได้ที่ ฝ่ายเลขานุการโครงการ โทร. 0-2610-2366 และ 06-3526-5359จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนมากราบสักการะ ทั้งเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวมทั้งเพื่อเป็นมงคลแก่ตนเองรับปีใหม่ด้วยสาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ.เด่นชัย เด่นชัยประดิษฐ์