ข่าว
100 year

โดนขู่เอาชีวิต 2 กรรมาธิการแบนสารพิษ ถึงขั้นประชิดตัว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

รีบไปแจ้งความ จี้รมต.แก้ปัญหา

กมธ.แบน 3 สารพิษ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส โวย รมต. 4 กระทรวงไม่ให้ความร่วมมือให้ข้อมูล แฉ 2 กมธ.อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกขู่ฆ่า เหิมถึงขนาดเดินตามประกบข่มขวัญ “อาจารย์พวงรัตน์” เด็ก ปชป.ออกโรงแนะถ้ารัฐบาลจริงใจให้ออก พ.ร.ก.แบนง่ายกว่าเยอะ “เฉลิมชัย” เต้นผางยืนยันไม่เอาด้วยกับสารพิษ ลั่นพร้อมยกเลิกอยู่แล้ว ถามแสกหน้า คกก.วัตถุอันตรายทำไมไม่ยกเลิกสักที ปัดไม่มีบริษัทเคมียักษ์ใหญ่ล็อบบี้ทั้งสิ้น

แม้ทุกฝ่ายเริ่มหันมาให้ความสนใจแต่ก็ยังเป็นปัญหาคาราคาซังสำหรับการยกเลิกใช้สารเคมีอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ที่เกษตรกรไทยใช้กันมานานหลายสิบปี ล่าสุดถึงขนาดกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีมติให้ยกเลิกสารเคมีดังกล่าว 2 คน ถูกขู่ฆ่า

เมื่อเวลา 12.10 น. ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ก่อนหน้านี้ กมธ.มีมติเชิญรัฐมนตรี 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรฯ พาณิชย์ อุตสาหกรรมและสาธารณสุขมาให้ข้อมูล แต่ไม่มาอ้างติดภารกิจและยังคงรอให้มาชี้แจงครั้งต่อไป โดยเฉพาะนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่ยังไม่สั่งยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ตามมติ กมธ.และต้องตอบเหตุผลกับสังคม น่าเสียใจที่ทราบว่ามี กมธ. 2 คน คือ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ น.ส.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ถูกขู่ฆ่าจากการต่อต้านการใช้สารเคมีร้ายแรง กมธ.แนะนำให้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ยืนยันว่า กมธ.มีจุดยืนชัดเจนจะระงับยับยั้งการตายผ่อนส่งของคนไทยที่ได้รับพิษภัยจากสารเคมี

นพ.ธีระวัฒน์กล่าวว่า กรณีถูกขู่ฆ่าเป็นเรื่องจริง ระหว่างเผยแพร่ข้อมูลสารเคมีในเฟซบุ๊ก ปรากฏว่า มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า “หมออัปรีย์ ไม่รู้หรือว่าไม่มีเงาหัวแล้ว” นอกจากนี้ยังมีโทรศัพท์มาที่ห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ถามหาตนด้วยน้ำเสียงค่อนข้างก้าวร้าว แต่เจ้าหน้าที่ขอให้ปลายสายฝากข้อความไว้แทน ส่วนกรณี น.ส.พวงรัตน์ถูกขู่เป็นเหตุการณ์ขณะกำลังขึ้นเครื่องบินมาประชุมที่ กทม.มีคนเดินตามมาถามว่า “จะพูดอะไรอีกหรือ จะพูดเรื่องสารเคมีเหล่านี้ไม่ดีอย่างไรอีกหรือ” ทำให้ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินหลายครั้ง และยังมีกลุ่มคนบุกเข้าไปที่มหาวิทยาลัยนเรศวร บีบบังคับให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยไล่ น.ส.พวงรัตน์ออก ถือเป็นการกระทำกักขฬะหยาบคาย มีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือข้อมูลทางวิชาการ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กกรณีแบนสารพิษฆ่าหญ้าว่า กฎหมายปัจจุบันเมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่แบน รัฐมนตรีเกษตรฯเหลือแต่ดึงเรื่องไม่ออก ไม่ต่อใบอนุญาตนำเข้า ฝ่ายบริษัทถ้าจะขายให้ได้ต้องอุทธรณ์ต่อ รมต.หรือไปฟ้องศาล ถ้าจะแบนเด็ดขาด ห้ามครอบครอง ต้องถาม รมว. อุตสาหกรรมชัดๆว่า คุมกรรมการวัตถุอันตรายอยู่หรือไม่ ถ้าไม่ได้ แต่ใจอยากแบนจริงๆ ขอให้ 3 พรรค ปชป. ภท. พปชร.คุยกันแล้วเสนอออก พ.ร.ก.ที่เป็นอำนาจตรงของ ครม.ไปเลยจบง่ายเร็ว ชัดเจนไม่เกิน 1 เดือน

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เรื่องสารพิษทางการเกษตรได้ตอบชัดเจน และยืนยันว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้ประชาชนไม่ปลอดภัยจากสารพิษ เพียงแต่ว่าวันนี้มีการใช้มาแล้วต้องทำให้ดีที่สุด และใช้อย่างปลอดภัยมากที่สุด เรื่องนี้ดำเนินการมาก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ มีกฎหมาย พ.ร.บ.วัตถุอันตราย และคณะกรรมการวัตถุอันตรายตาม พ.ร.บ.กำกับดูแลควบคุมการใช้สารเคมีทางการเกษตร ขอให้สื่อไปถามคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่า ทำไม 2 ปีที่ผ่านมาจึงไม่ยกเลิก ตนพร้อมยกเลิกอยู่แล้ว และได้มอบหมายให้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ที่ดูแลกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตรายไปดำเนินการ มีการพูดคุยกันตลอดเวลา แต่เมื่อยังไม่มีมติยกเลิกจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย กระทรวงเกษตรฯยังต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย แต่ฝ่ายที่เรียกร้องให้ยกเลิกขอให้ไปศึกษาดูข้อกฎหมาย ถ้าใช้การพูดคุยโดยไม่รู้ที่มาที่ไปว่า หน่วยงานใดมีส่วนเกี่ยวข้องเพราะจะทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน อีก 2 เดือน คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะประชุมอีกครั้ง รบกวนฝ่ายที่เรียกร้องช่วยไปเรียกร้องด้วย

นายเฉลิมชัยกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ออกเป็น พ.ร.ก.ยกเลิกทันทีนั้น ตนไม่มีปัญหา การออก พ.ร.ก.เป็นอำนาจของนายกฯ หากมีกรอบกฎหมายพร้อมดำเนินการ มาอยู่ตรงนี้ต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนเป็นหลักสำคัญที่สุด ส่วนการหาสารเคมีที่มาใช้ทดแทนยังไม่มีคำรับรองว่าจะปลอดภัยไปถึงวันข้างหน้าหรือไม่ ซึ่งสารเคมีทุกตัวไม่มีที่จะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้เช็กราคา แล้วยังสูงกว่าสารเคมีตัวเดิม 4-5 เท่า สมมติว่ามีสารชดเชยทดแทนได้ตนก็ยินดี แต่ตนให้นโยบายเน้นทำเกษตรอินทรีย์

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวบริษัทสารเคมีรายใหญ่ไปล็อบบี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ยกเลิก 3 สารเคมีดังกล่าว นายเฉลิมชัยตอบว่า “เอกชนบริษัทยาที่ไหนไม่ทราบเลย อย่ามาถามอย่างนี้ ในชีวิตนี้ไม่เคยกินน้ำแข็งสักก้อนเดียว เส้นผมสักเส้นยังไม่เคยเห็นใครเป็นบริษัทยา ไม่รู้ข่าวออกไปอย่างไร ไม่ทราบว่าคนที่ไปให้ข่าวมีจุดประสงค์อะไร ผมพูดชัดเจนว่าไม่มีใครมาพูดคุยกับผม อยากรู้ข้อเท็จจริงให้มาถามพูดชัดๆไม่รู้จัก ผมไม่มีผลประโยชน์และไม่มีผลประโยชน์ไปถึงวันข้างหน้าด้วย ข่าวที่ออกมาเพื่อพาดพิงทำให้เสียหาย ยืนยันในพรรคไม่มีเอกชนใดมาพบ นายอรรถวิชช์ถ้ามีข้อเสนออะไรเรื่องสารเคมีให้มาพบได้ตลอดเวลา”

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้แต่งตั้งคณะกรรมการผลักดันนโยบายสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารปลอดภัย จุดยืนพรรคคือการต่อต้านและไม่สนับสนุนให้ใช้สารเคมีในการเกษตร โดยจะเสนอรัฐบาลให้ตั้งกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรยกเลิกใช้สารเคมี จะใช้เงิน 1 หมื่นล้านบาทโดยลดหรือเลิกซื้ออาวุธบางรายการ แล้วนำเงินมาใช้ในกองทุนให้เกษตรกรกู้ยืมแบบปลอดดอกเบี้ยเพื่อซื้อเครื่องมือ และกำหนดผ่อนชำระเป็นเวลา 5 ปี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แบนสารพิษพาราควอตไกลโฟเซตคลอร์ไพริฟอสถูกขู่ฆ่าสารเคมีข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้