ข่าว
100 year

“รมช.มนัญญา” ชื่นชมเกษตรกร เปิดสวนอินทผลัมแห่งประเทศไทย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

(ภาพ: น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นางกรณิศ นวลละออง ประธาน บ.เอ็ดวูด ไทยแลนด์ จำกัด ตัดกิ่งอินทผลัม เปิดงานเป็นทางการ.)

“อินทผลัม” หรือ “อินทผาลัม” เป็นไม้ตระกูลปาล์มที่มีถิ่นกำเนิดเกิดขึ้นในประเทศแถบตะวันออกกลาง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Date Palm ส่วนชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์คือ Phoenix dactylifera มีคุณประโยชน์มากมาย

ด้วยลำต้นที่สวยงาม นำไปปลูกเป็นไม้ประดับได้เป็นอย่างดีแล้ว รสชาติของผลอินทผลัมสดๆยังหวานหอมกรอบอร่อย และยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารของหวานได้หลายอย่าง ปัจจุบันหลายประเทศจึงนำอินทผลัมสายพันธุ์ดีๆไปขยายพื้นที่ปลูกกันทั่วโลก

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงาน “เปิดสวนอินทผลัมแห่งประเทศไทย” และเปิดตลาดอินทผลัม ที่ไร่อินทผลัมบ้านสวนสระเพลง หมู่ 2 ต.สูงเนิน จ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา โดยมี นางกรณิศ นวลละออง ประธาน บ.เอ็ดวูด ไทยแลนด์ จำกัด ประธานจัดงาน พร้อมด้วย นางปิยะฉัตร อินสว่าง รอง ผวจ.นครราชสีมา นายอภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา เขต 9 นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 และ นายกังสดาล สวัสดิ์ชัย เกษตร จ.นครราชสีมา และ นายสุกฤษฎิ์ สุทธิจันทึก เจ้าของไร่ “บ้านสวนสระเพลง” พร้อมหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ร่วมงาน.

ประเทศไทย โชคดีที่มี นางกรณิศ นวลละออง หญิงไทยคนแรกของไทยและเอเชีย และเป็นคนที่ 2 ของโลก ที่ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาการเพาะเนื้อเยื่ออินทผลัมในห้องแล็บของบริษัท DPD ประเทศอังกฤษ และนำมาเผยแพร่การปลูกอย่างถูกวิธีให้เกษตรกรไทยได้รู้

นางกรณิศ ได้ศึกษาและเรียนรู้จากนักวิชาการของแล็บ DPD จนทราบว่าอินทผลัม พันธุ์ “บาฮี” (Barhee) แหล่งกำเนิดในประเทศอิรัก ซึ่งมีการปลูกแพร่หลายในประเทศอังกฤษและหลายประเทศ บริโภคผลสด มีความกรอบและหวานกว่าพันธุ์อื่นๆ เหมาะสมกับภูมิอากาศในประเทศไทย

รมช.มนัญญา เดินเยี่ยมบูธเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมที่นำมาออกบูธจำหน่ายในงาน และชิมด้วยตนเอง ถึงกับออกปากชมว่า ผลใหญ่และหวานชุ่มคอ.
นางกรณิศ นวลละออง ประธานจัดงาน และ นายมงคล นาคอ่อน นักวิชาการอิสระในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านแร่ธาตุและกำจัดศัตรูพืช ร่วมให้ความรู้ในงาน.

นางกรณิศ และ นายจอห์น เอ็ดเวิร์ด วูด สามีชาวอังกฤษ ซึ่งร่วมศึกษาเกี่ยวกับอินทผลัมด้วยเช่นกัน จึงได้กลับมาตั้งศูนย์อนุบาลอินทผลัมพันธุ์ “บาฮี” ในชื่อ “เอ็ด วูด ฟาร์ม” ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรไทยให้ปลูกอย่างถูกวิธี และไม่ตกเป็นเหยื่อของคนที่มาหลอกลวงขายพันธุ์

ส่งผลให้การปลูกอินทผลัมด้วยการเพาะเนื้อเยื่อแพร่หลายในประเทศไทย และเกษตรกรไทยเข้าใจวิธีการปลูก ตลอดจนการดูแลระหว่างการปลูกอย่างถูกวิธี ผลผลิตที่ออกมาได้ผลดี กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ต้องจับตามอง

ในปีนี้ นางกรณิศ ได้รวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมทั่วประเทศ มาร่วมจัดงาน “เปิดสวนอินทผลัมแห่งประเทศไทย” ที่ไร่อินทผลัม “บ้านสวนสระเพลง” หมู่ 2 ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เพื่อเปิดตลาด
ให้เจ้าของสวนได้พบผู้ซื้อโดยตรง ไม่ผ่านนายหน้าที่จะมากดราคา

ต้นอินทผลัม ที่ไร่อินทผลัม “บ้านสวนสระเพลง” หมู่ 2 ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ออกผลงาม และเปิดสวนให้เข้าชมและชิม.

พร้อมกันนี้ถือโอกาสเปิด ไร่อินทผลัม “สวนสระเพลง” เป็น ศูนย์เรียนรู้ ให้เกษตรกรและผู้สนใจเข้าเยี่ยมสวนและชิมอินทผลัมสดจากต้นด้วย

งานจัดระหว่างวันที่ 27 ก.ค.-1 ก.ย.2562 มีเจ้าของสวนอินทผลัมจาก 15 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ นครพนม นครราชสีมา สกลนคร บุรีรัมย์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี ฉะเชิงเทรา สิงห์บุรี สระบุรี และอุทัยธานี นำผลผลิตมาออกบูธโชว์และจำหน่ายกัน

วันเปิดงานได้เชิญ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสนใจเรื่องอินทผลัม ไปเป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายอภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา เขต 9 และ นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 พรรคภูมิใจไทย ไปร่วมงานด้วย

บริเวณบูธจำหน่ายอินทผลัมจากไร่ทั่วประเทศที่นำผลผลิตมาโชว์และจำหน่าย ได้รับความสนใจจากประชาชน เข้าคิวซื้อกันจนหมดทุกวัน.

นอกจากนี้ นางปิยะฉัตร อินสว่าง รอง ผวจ.นครราชสีมา นายกังสดาล สวัสดิ์ชัย เกษตร จ.นครราชสีมา นายชูศักดิ์ อักษรวงศิลป์ เกษตร อ.สูงเนิน ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้สนใจเข้าร่วมงานคับคั่ง

น.ส.มนัญญา เดินเยี่ยมชมผลผลิตอินทผลัมที่นำมาออกบูธด้วยความตื่นตาตื่นใจ เพราะมีผลใหญ่และชิมแล้วรสหวานกรอบ รวมทั้งชมผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารจากอินทผลัม อาทิ น้ำจากผลสด, เค้กอินทผลัม, อินทผลัมฟรีซดาย, แยมอินทผลัม, อินทผลัมเคลือบแก้ว, อินทผลัมตากน้ำผึ้ง

รมช.เกษตรกล่าวชื่นชมในความตั้งใจของคณะผู้จัดงานและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมเกษตรอินทรีย์ ที่มีการรวมกลุ่มกันเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศไทย มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องการเพาะปลูกอินทผลัมจนประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว มีการพัฒนาจนสามารถได้ผลผลิตตรงตามสายพันธุ์ที่แท้จริง ผลงามใหญ่สมบูรณ์ และราคาดี เป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง

“ภาครัฐยินดีให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูก เกษตรกรต้องศึกษาอย่างเต็มที่ อยากให้ศึกษาเรื่องการแปรรูปเป็นน้ำตาลทราย เพราะเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยวที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ควรที่จะได้มีการพัฒนาด้านความรู้แก่เกษตรกร และส่งเสริมให้ปลูกสร้างรายได้แก่ครัวเรือน เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าสนใจ” น.ส.มนัญญา กล่าว

รมช.มนัญญา เดินชมซุ้มต้นอ่อนจากการเพาะเนื้อเยื่อต้นอินทผลัม ที่มีการอนุบาลให้ต้นแข็งแรง ก่อนนำไปปลูกลงดินตามหลักการปลูกที่ถูกวิธี.

ขณะที่ นางปิยะฉัตร อินสว่าง รอง ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ทางจังหวัดยินดีสนับสนุนเต็มที่ โดยจะให้สำนักงานเกษตรจังหวัด และเกษตรอำเภอ มาร่วมจัดศูนย์เรียนรู้ที่ไร่แห่งนี้ด้วย

ด้าน นางกรณิศ แม่งานใหญ่ ยังขึ้นเวทีเสวนาพร้อมกับ นายมงคล นาคอ่อน นักวิชาการอิสระ ในฐานผู้เชี่ยวชาญด้านแร่ธาตุในการบำรุง และ การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยให้ความรู้ด้านการปลูกและป้องกันแมลงต่างๆ

นางกรณิศ ประธานจัดงาน นำ รมช.มนัญญา เดินชมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอินทผลัม ในรูปแบบสินค้าต่างๆที่นำมาโชว์และจำหน่ายในงาน.

“การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการพบปะเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมจากภูมิภาคต่างๆ ช่วยให้เกษตรกรมีแหล่งจำหน่ายผลผลิตเป็นของตัวเอง และเพื่อพัฒนาศักยภาพในการผลิตอินทผลัมให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งต่อยอดเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดต่อไปด้วย” นางกรณิศ กล่าว

ส่วน นายสุกฤษฎิ์ สุทธิจันทึก เจ้าของไร่บ้านสวนสระเพลง ที่ร่วมทุนปลูกกับ นางกรณิศ กล่าวว่า สวนของตนเองปลูกอินทผลัมชนิดเนื้อเยื่อพันธุ์ “บาฮี” จำนวน 400 ต้น พันธุ์มาจากแล็บ DPD อังกฤษ ชำใส่ถังขนาด 200 ลิตรไว้ 2 ปี ลงดินปลูกเมื่อเดือน พ.ค.2562 ต้นออกจั่นเมื่อเดือน ก.พ.2562 ใช้เวลาลงดินเพียง 1 ปี สามารถเก็บผลผลิตได้

ส่วนหนึ่งของเจ้าของสวนอินทผลัมที่นำผลผลิตมาจำหน่ายในงาน และต่างดีใจที่มีผู้สนใจเข้าชมงานกันมาก พร้อมทั้งซื้ออินทผลัมหมดทุกวัน.
นายจอห์น เอ็ดเวิร์ด วูด นักวิชาการด้านอินทผลัมจากอังกฤษ และ นายสุกฤษฎิ์ สุทธิจันทึก เจ้าของไร่ ต้อนรับ ทีมอีซูซุ ตังปัก โคราช ไปร่วมออกบูธในงาน.

“วันนี้อินทผลัมกลายเป็นผลไม้ขายดีแม้จะมีราคาค่อนข้างแพง แต่คนไทยก็ให้การต้อนรับจนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่เกษตรกรไทยทุกภาคให้ความสนใจนำไปปลูกอย่างแพร่หลาย คุณกรณิศกับผมจัดไร่เป็นศูนย์เรียนรู้ยินดีให้มาเรียนรู้การปลูกได้” นายสุกฤษฎิ์ กล่าว

สำหรับงาน “เปิดสวนอินทผลัมแห่งประเทศ ไทย” เจ้าของสวนอินทผลัมนำผลผลิตมาขายกันจนเกลี้ยง ช่วงนี้ถึง 1 ก.ย. จึงมีแต่เสียค่าเข้าชมไร่และชิมคนละ 200 บาท เด็ดจากต้นกินได้ทั้งวัน...นำกลับบ้านต้องซื้อไปต่างหากจ้า.

ทวีศักดิ์ ทิพย์พรชัย รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อินทผลัมพันธุ์บาฮีทวีศักดิ์ ทิพย์พรชัยอินทผาลัมเกษตร

คุณอาจสนใจข่าวนี้