ภัยแล้งวิกฤติหนัก ชาว อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว สุดช้ำไม่มีน้ำเพาะปลูกกว่า 1.6 แสนไร่ หลังที่ตั้งมีภูเขากั้นกลายเป็นพื้นที่เงาฝน ส่งผลให้อ่างน้ำ 2 แห่งแห้งขอด เช่นเดียวกับนาข้าวใน อ.สามโก้ จ.อ่างทอง กว่า 5 พันไร่ แตกระแหงรอยืนต้นตาย ขณะที่แม่น้ำโขงน่าห่วง น้ำลดต่ำสุดรอบ 50 ปี ทำเกษตรกรบนดอนต่ำดอนแตง จ.หนองคาย เดือดร้อนต้องลงทุนต่อท่อสูบน้ำยาวเท่าตัว ส่วนชาว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ช่วยกันตักทรายใส่กระสอบกั้นแม่น้ำยมที่เหือดแห้งกลายเป็นลำธารแคบๆ ด้านกรมชลประทานเดินหน้าแผนลดระบายน้ำ 4 เขื่อนยักษ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาหวังเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งถึงต้นฤดูฝนปีหน้าภัยแล้งลุกลามหลายพื้นที่ โดยสถานการณ์เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ประสบ ปัญหาฝนไม่ตกมานานหลายเดือน ทำให้พื้นที่เกษตรกว่า 1.6 แสนไร่ขาดน้ำในการเพาะปลูก โดยเฉพาะนาข้าวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงขณะนี้ข้าวยืนต้นตาย นายณัฐวุฒิ สร้อยประเสริฐ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสระแก้ว เผยว่า ปีนี้ทุกพื้นที่ของจังหวัดสระแก้วมีฝนตกกระจายยกเว้น อ.ตาพระยา เป็นอำเภอทางตอนเหนือของจังหวัดอยู่ทางใต้ติด อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เป็นพื้นที่เงาฝนมีภูเขากั้น ทำให้ฝนไม่ตกเหมือนที่อื่น ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำหลัก 2 แห่งมีน้ำน้อย อ่างเก็บน้ำห้วยยางปีที่ผ่านมามีน้ำ 10 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ปีนี้มีแค่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำห้วยตะเคียนปีที่ผ่านมามีน้ำ 2.196 ล้านลูกบาศก์เมตร ปีนี้มีแค่ 0.915 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ชลประทานกันน้ำที่เหลือไว้ใช้อุปโภคบริโภค ส่วนพื้นที่นาข้าวน่าเป็นห่วง ส่วนชาวนาใน ต.อบทม อ.สามโก้ จ.อ่างทอง เดือดร้อนนาข้าวกว่า 5,452 ไร่ขาดน้ำจนพื้นดินนาแตกระแหง ล่าสุด นางเจรจา หลาบงาม กำนันตำบลอบทมลงพื้นที่สำรวจพบต้นข้าวใกล้ยืนต้นตาย ก่อนทำหนังสือถึงอำเภอสามโก้เพื่อขอความช่วยเหลือไปยังชลประทาน ด้าน ร.ต.ต.หญิงสายสุนี ยมานันท์ นายอำเภอสามโก้ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือโครงการส่งน้ำสามชุก และโครงการส่งน้ำชันสูตรส่งน้ำมาให้วันที่ 30 ก.ค. ระยะเวลา 1 รอบ 7 วัน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากเกิดความแห้งแล้งจากภัยธรรมชาติ คาดว่าหลังจากส่งน้ำไปได้ช่วงหนึ่งแล้วจะมีฝนตกลงมาช่วยชาวนาที่ จ.หนองคาย แม่น้ำโขงลดลงต่อเนื่อง ล่าสุด ที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดได้ 1.50 เมตร ลดลงจากวันที่ 25 ก.ค. 4 ซม.ต่ำกว่าตลิ่งถึง 10.70 เมตร ส่งผลกระทบเกษตรกรใน ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ และ ต.เวียงคุก อ.เมืองหนองคาย กว่า 500 ครอบครัวที่ทำการเกษตรปลูกพุทรา มะเขือ พริก และยาสูบบนดอนต่ำดอนแตง เป็นที่ดอนกลางแม่น้ำโขงของไทยเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ ขณะนี้ชาวบ้านต้องต่อท่อน้ำยาวกว่าเดิมถึงเท่าตัวเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำโขงไปใช้ นายวิฑูรย์ ศรีวรรณา อายุ 65 ปี เกษตรกรบ้านท่ามะเฟือง ต.โพนสา เผยว่า ปีนี้ น้ำโขงลดต่ำสุดในรอบ 50 ปี ต้องต่อท่อน้ำยาวถึง 600 เมตร เพิ่มขึ้นเท่าตัวเพื่อนำน้ำไปรดยาสูบและพริก หนำซ้ำอากาศแปรปรวนแห้งแล้งจัด ทำให้แมลงศัตรูพืชระบาดหนัก ส่วนน้ำในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้อยมาก ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกลงมาและมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำประมาณ 2.79 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เขื่อนยังต้องระบายน้ำไปตามคลองส่งน้ำและลำน้ำธรรมชาติวันละ 4.89 ล้านลูกบาศก์เมตร ล่าสุด มีน้ำกักเก็บอยู่ที่ 477 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 24 ของความจุอ่าง แต่ยืนยันมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรต้องประเมินอีกครั้ง ขณะเดียวกัน นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจภัยแล้ง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมนำเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่องติดตั้งที่ลำน้ำปาวช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพื้นที่ท้ายคลองชลประทานกว่า 10,000 ไร่ ขณะที่ชาวนา นอกเขตชลประทานใน อ.นามน ต่างดีใจหลังฝนตกลงมาในช่วงนี้ทำให้ต้นข้าวที่เหี่ยวแห้งใกล้ยืนต้นตายกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง แต่ยังต้องรอน้ำฝนเพิ่มเติมอีกมากที่ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ประสบภัยแล้งมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะบ้านบูรพาพัฒนา หมู่ 6 และบ้านโคกแปะ หมู่ 7 ต.โคกสีทองหลาง ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติต้องอาศัยสระน้ำใหญ่ของหมู่บ้าน แต่เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่ผ่านมา ล่าสุด “สิงห์อาสา” โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี นำนักศึกษา 8 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย นำน้ำกว่า 20,000 ลิตรไปแจกจ่ายชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน กว่า 200 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังจัด “ธนาคารน้ำสิงห์” เป็นแท็งก์น้ำขนาด 2,000 ลิตร 4 แท็งก์ ไปติดตั้งในพื้นที่เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ส่วนที่ จ.สุโขทัย แม่น้ำยมบริเวณใต้สะพานเกาะน้อยสามัคคี เชื่อมระหว่างหมู่บ้านเกาะน้อยฝั่งตะวันออก หมู่ 6 กับบ้านหนองอ้อฝั่งตะวันตก หมู่ 5 ต.หนองอ้อ อ.ศรีสัชนาลัย แห้งขอดกลายเป็นลำธารแคบๆ มีน้ำไหลอยู่กลางผืนทรายก้นแม่น้ำ ชาวบ้านกว่า 100 คนต้องช่วยกันตักทรายใส่กระสอบไปวางกั้นแม่น้ำยมช่องทางน้ำไหลที่เหลืออยู่เล็กน้อย เพื่อช่วยกักเก็บน้ำให้เพิ่มมากขึ้น นายนนธ์ มานิตย์ นายก อบต.หนองอ้อ กล่าวว่า จากการที่ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้ไม่มีน้ำเหนือไหลลงมา ชาวบ้านเกรงว่าจะไม่มีน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภค จึงพร้อมใจกันกั้นแม่น้ำยมที่แห้งขอดเพื่อกักน้ำผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้ชาวบ้าน 9 หมู่บ้าน แต่ต้องทำคันสูงถึง 2 เมตร ถึงจะมีน้ำเพียงพอ จ.นครสวรรค์ ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 31 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.นครสวรรค์ และกรมทางหลวง ระดมรถน้ำสิบคันไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยแล้งที่บ้านซับผักกาด หมู่ 7 ต.เขากะลา อ.พยุหะคีรี รวมกว่า 100 ครอบครัว แยกเป็นน้ำเพื่อบริโภคในครัวเรือน 50,000 ลิตร และน้ำดิบเพื่อใช้ทำประปาอีก 50,000 ลิตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนชาวบ้านหมู่ 3 ต.หัวถนน อ.ท่าตะโก กว่า 80 ครอบครัวขาดแคลนน้ำดื่มและน้ำใช้มานานนับเดือน หลังฝนไม่ตกมานานทำให้น้ำดิบใช้ทำประปาหมู่บ้านแห้งขอด ถึงแม้ว่า อบต.หัวถนน และ อบต.หนองหลวง อ.ท่าตะโก จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนนำน้ำไปแจกจ่ายให้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง แต่ยังไม่เพียงพอนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเริ่มปรับลดการระบายน้ำในเขื่อนใหญ่ 4 เขื่อนลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เพื่อเก็บน้ำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการในฤดูแล้งที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.62 ถึง 30 เม.ย.63 เป็นเวลา 6 เดือนและต่อเนื่องถึงต้นฤดูฝนหน้าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ถึง ก.ค.63 อีก 3 เดือน รวมเป็น 9 เดือน โดยเขื่อนภูมิพลลดการระบายน้ำจากวันละ 23.29 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 21 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์จากวันละ 19.09 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 18.39 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จากวันละ 700,000 ลบ.ม. ลดเหลือวันละ 440,000 ลบ.ม. ส่วนเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนยังคงระบายที่ 2.16 ล้าน ลบ.ม.ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ 1,000 ล้านบาท ช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ระยะเร่งด่วนนี้ แบ่งออกเป็น 2 โครงการได้แก่เงินกู้วงเงิน 400 ล้านบาท ให้สมาชิกสหกรณ์กู้ยืมไปขุดสระน้ำและเจาะบ่อบาดาลพร้อมอุปกรณ์สูบน้ำไว้ใช้ช่วงฤดูแล้งปีนี้ สหกรณ์แต่ละแห่งจะขอกู้ได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท และนำไปปล่อยกู้ให้สมาชิกรายละไม่เกิน 50,000 บาท ส่วนวงเงินกู้อีก 600 ล้านบาท นำไปให้สมาชิกกู้ยืมไปลงทุนเพื่อประกอบอาชีพเสริมปลูกพืชระยะสั้นและใช้น้ำน้อยที่สามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกสหกรณ์ โดยให้สหกรณ์การเกษตรกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี นำไปปล่อยกู้ให้สมาชิกสหกรณ์รายละ 30,000-50,000 บาท มีระยะเวลาผ่อนชำระคืน 3-5 ปี