ข่าว
100 year

กัญชา 140 ต้นแรกในไทย ดอกบานไสวรอสู้มะเร็ง

ไทยรัฐออนไลน์24 พ.ค. 2562 14:40 น.
SHARE

ปลายฤดูร้อน ก่อนเข้าหน้าฝนกลางเดือนพ.ค. 2562 เป็นเวลาความภูมิใจขององค์การเภสัชกรรม ที่เปิดพื้นที่โชว์กัญชา 140 ต้น กำลังเริ่มออกดอก เป็นสัญญาณว่ามีความหวังให้รอเก็บเกี่ยวไปสกัดน้ำมันเพื่อใช้ทดลองรักษาโรคมะเร็ง

แปลงปลูกกัญชาขององค์การเภสัชกรรม บนพื้นที่ 100 ตารางเมตร ในอ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้เริ่มหว่านเมล็ดเมื่อวันที่ 27ก.พ. ผ่านไป 79 วัน ต้นกัญชาทั้งหมด พร้อมอวดโฉม โดยมีผู้เชี่ยวชาญ และคณะผู้บริหารขององค์การเภสัชกรรมพาชมเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม เล่าถึงโครงการนี้ว่า เป็นโครงการผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรม ระยะที่ 1 ทั้ง 140 ต้นนี้ เจริญเติบโตตามมาตรฐานการปฏิบัติด้านการเพาะปลูกที่ดี ทุกขั้นตอนปลอดสารพิษ ร้อยละ 98 เป็นตัวเมีย และเริ่มออกดอกแล้ว มีลักษณะเป็นถุงใสคล้ายเรซิ่นทั่วทั้งด้านใน และด้านนอกของดอก คาดว่าอีก 10-12 สัปดาห์ หรือประมาณต้นเดือน ก.ค.นี้ ดอกจะโตเต็มที่

นี่เป็นครั้งแรกที่ปลูกกัญชาเกรดทางการแพทย์ในไทย และสามารถนำไปผลิตน้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้น ได้ขวดขนาด 5 มิลลิลิตร 2,500 ขวด เตรียมใช้วิจัยทดสอบทางคลินิกกับผู้ป่วยที่สมัครเข้าร่วมโครงการกับกรมการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

สำหรับขั้นตอนเมื่อดอกกัญชาโตเต็มที่นั้น นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ดอกกัญชาตัวเมีย มีสารสำคัญมากที่สุดที่นำมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชา เมื่อดอกเติบโตเต็มที่ จะเก็บเกี่ยวมาทำให้แห้ง และสกัดด้วยเอทานอล ซึ่งเป็นสารละลายที่มีความปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับในการใช้สกัดเพื่อนำมาทำเป็นยา โดยใช้เทคนิคเฉพาะจากนั้นระเหยเอทานอลออกให้หมดจนเหลือเป็นน้ำมัน นำมาเจือจางและผลิตน้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้นที่ทราบความเข้มข้นของสารสกัด THC และ CBD ระดับหน่วยเป็นมิลลิกรัมและมิลลิลิตร เพื่อให้แพทย์สามารถคำนวณเป็นโดสหรือปริมาณการใช้กับผู้ป่วยแต่ละรายและแต่ละโรคได้เหมาะสมและมีประสิทธิผลต่อการรักษาได้ต่อไป ส่วนราคานั้นประเมินว่าอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาทต่อ 1 มิลลิลิตร

ยกตัวอย่าง หากใช้ในโรคลมชัก ต้องมีตัวสาร CBD ในปริมาณมาก และต้องมีความเข้มข้นประมาณไหน และวิธีการใช้อย่างไร หรืออาการแก้คลื่นไส้รุนแรงในผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาคีโมก็ต้องใช้ THC ประมาณไหน จะมีคู่มือให้แพทย์ โดยทางองค์การเภสัชกรรม จะวางแผนกว้างๆ เพื่อให้แพทย์ที่ผ่านการอบรมจากหลักสูตรที่กำหนดในการใช้กัญชาทางการแพทย์เป็นผู้พิจารณา ส่วนราคานั้นประเมินว่าอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาทต่อ 1 มิลลิลิตร

CBD หรือ Cannabidiol สกัดมาจากต้นกัญชาเพศเมีย ชนิด cannabis sativa (Hemp) หรือ cannabis indica ไม่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท ไม่เกิดอาการเคลิ้ม นักวิจัยต่างประเทศ ได้สรุปสรรพคุณไว้ว่าช่วยลดความวิตกกังวล ช่วยให้หลับได้ดี คลายการเกร็งกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ ลดปวดหัว บรรเทาอาการซึมเศร้า และระงับอาการคลื่นไส้อาเจียน

ในหลายประเทศผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัด CBD เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมาย รวมถึงสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ด้วย เพราะปราศจากหรือมีส่วนผสมของสาร Tetrahydrocannabinol (THC) ในปริมาณน้อย ซึ่ง THC มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้มึนเมาและเสี่ยงต่อการเสพติดได้ 

กัญชง หรือ Hemp ต้นสูงกว่า 2 เมตร ใบเขียวอมเหลือง ออกดอกเมื่ออายุ 4 เดือน ส่วนกัญชา เป็นพุ่มเตี้ย ใบเขียวหรือเขียวจัด ใช้เวลา 3 เดือนออกดอก

พืชอีกชนิดหนึ่งที่มี THC  คือกัญชง ที่มีลักษณะคล้ายกัญชา แยกเบื้องต้นได้ว่ากัญชงต้นสูงกว่า 2 เมตร ใบมี 7-9 แฉก กัญชาเป็นพุ่มเตี้ย ใบ 5-7 แฉก มีสารเสพติด THC เหมือนกัน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด และหัวเราะตลอดเวลา ใครผลิต เสพ ขาย ครอบครอง จึงผิดกฎหมาย โดยกัญชาแรงกว่า เพราะมี THC มีสูงร้อยละ 1-10 ส่วนกัญชงมีน้อยกว่าร้อยละ 1 ส่วนที่ไม่เป็นยาเสพติดคือ เปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง ถ้าไม่แห้งจัดเป็นยาเสพติด ส่วนเมล็ด ใบ ดอก แม้จะแห้งก็เป็นยาเสพติด

นี่คือเหตุผลที่หน่วยงานรัฐ และกฎหมายต้องคุมเข้มในการปลูกพืช และนำมาใช้ของพืชทั้งสองชนิด เพื่อให้ปลายทางนำมาใช้เป็นประโยชน์ และไม่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือของวงจรยาเสพติด


อ่านรายงานพิเศษชุด “เจาะลึกปรากฏการณ์กัญชาฟีเวอร์”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รายงานพิเศษกัญชากัญชาองค์การเภสัชกรรมดอกกัญชากัญชารักษามะเร็งกัญชาทางการแพทย์

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้