“เด็กๆที่นี่รู้จักหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แทบทุกเล่ม อ่านจบแล้วรุ่นพี่ๆก็จะมาสรุปย่อทำเป็นหนังสือทำมือเพื่อให้น้องๆได้อ่านต่อฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยไปในตัว”ดร.ศกลวรรณ สุขมี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากบาง อ.จะนะ จ.สงขลา บอกอย่างนั้น“โรงเรียนบ้านปากบาง” เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาที่ตั้งอยู่กลางชุมชนมุสลิมที่เข้มแข็งแห่งหนึ่ง นักเรียนที่นี่จึงเป็นบุตรหลานชาวมุสลิมแทบทั้งสิ้น ดังนั้นหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียนจึงถูกจับตาจากชุมชนอย่างใกล้ชิดด้วยบริบทของชุมชน 240 ครัวเรือน ร้อยละ 99.5 นับถือศาสนาอิสลาม ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง รับจ้าง ทำสวนยาง ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีความตระหนักต่อสิทธิและประโยชน์ของชุมชนอย่างเข้มข้น ซึ่งส่วนนี้ ดร.ศกลวรรณระบุว่า เป็นส่วนที่ทำให้ทำงานง่ายเนื่องจากชุมชนมีความชัดเจน ในฐานะคนทำงานก็ “เข้าถึง” และ “เข้าใจ” ในความประสงค์ของชุมชนยกตัวอย่างเรื่องการสอนภาษาไทยในโรงเรียนซึ่งเด็กๆที่นี่ ถูกปลูกฝังการเรียนภาษาไทยโดยที่เด็กไม่รู้ตัว สื่อการเรียนการสอนของเราออกแบบมาโดยการเรียนรู้พฤติกรรมตามวัยของเด็ก เช่น กิจกรรมจำลองร้านอาหารที่มีเมนูแจกลูกสะกดคำที่เลียนแบบมาจากการเล่นขายของ“สอนให้เด็กๆอ่านออกเสียง ประสมคำ จากการเรียนรู้ชื่อเรียกวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารแต่ละประเภทได้อย่างคล่องแคล่ว ถูกต้อง การเล่นปรุงอาหารพัฒนาทักษะการทำอาหาร การเก็บเงินลูกค้าพัฒนาทักษะด้านคณิตศาสตร์เป็นต้น หรือ...กิจกรรมเวทีสานฝันที่ส่งเสริมการอ่านการเขียน”โดยเด็กที่โตหน่อยก็จะอ่านหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ แล้วมาสรุปความ จัดทำเป็นโรงละครแสดงให้น้องเล็กๆ หรือชุมชนได้ร่วมรับชมดร.ศกลวรรณ ย้ำว่า ส่วนนี้ส่งเสริมให้เด็กๆรักการอ่าน สานสัมพันธ์พี่น้องภายในโรงเรียน เปิดโอกาสให้ชุมชนเห็นว่าการเรียนรู้ภาษาไทยของเด็กๆทำให้เขาเหล่านั้นได้ต่อยอดด้านการศึกษาได้อย่างไร“เด็กๆที่นี่มีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นไอดอลด้านการอ่าน เด็กประถมน้อยคนที่จะอ่านพ็อกเกตบุ๊กเล่มหนาๆได้จบ แต่เด็กที่นี่อ่านได้แล้วชอบด้วย...ห้องสมุดที่นี่เป็นที่ที่นักเรียนชอบมาขลุกตัวรวมกลุ่มกันอ่านหนังสือที่ช่วยกันเลือกซื้อมา เด็กที่อยากเข้าห้องสมุดต้องทำงานแลกเช่น เก็บขยะ กวาดพื้น...”เพื่อที่จะได้เข้ามา “ห้องสมุด”...ที่โรงเรียนแห่งนี้เราเน้นยุทธศาสตร์ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน...ถวายเจ้าฟ้าสิรินธร สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการอ่านทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างหลากหลายสม่ำเสมอ จากนั้นพัฒนาการอ่านของเด็กตั้งแต่การอ่านออก อ่านคล่อง และอ่านจนเป็นนิสัย พร้อมๆไปกับการสร้างแรงจูงใจและชี้แนะให้พ่อแม่ส่งเสริมลูกให้รักการอ่าน ส่วนโรงเรียนก็สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของเด็กทั้งในและนอกห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่ปรากฏก็คือ ผลการสอบวัดทักษะด้านภาษาไทยของนักเรียนโรงเรียนบ้านปากบางนั้นมีระดับคะแนนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานผอ.โรงเรียนบ้านปากบาง บอกอีกว่า สิ่งสำคัญสืบเนื่องมาจากนโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการเรียนการสอนภาษาไทย ที่มีการเน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง โดย พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) กำกับดูแลที่โรงเรียนได้นำมาสู่การปฏิบัตินั่นก็คือ...อาศัยหลักการโรงเรียนกับชุมชน ต้องเรียนรู้เชื่อมประสานกันเพื่อสร้างการยอมรับถึงบทบาทหน้าที่ ซึ่งต้องเอื้ออำนวยแก่กัน พ่อแม่ทุกคนต่างหวังที่จะให้บุตรหลานได้รับการศึกษาที่ดีควบคู่ไปกับการเป็นศาสนิกชนที่ดี ต้องสร้างความเข้าใจ ยอมรับซึ่งกันและกัน สร้างนิสัย รักการอ่าน รักการเรียนรู้แก่เด็กๆรวมทั้งการมี “ห้องสมุด” เป็น “แหล่งเรียนรู้” ที่ทั้งครู เด็กๆ พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเติมเต็มคลังความรู้ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกันออกแบบสื่อการเรียนการสอน การที่เด็กๆได้ออกไปเลือกหนังสือที่อยากอ่านพ่อแม่ได้เห็นการแสดงออกที่สมวัยของเด็กๆ เห็นพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากการอ่านที่สะสมอย่างสม่ำเสมอ โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เจ้าฟ้านักอ่าน” เป็นต้นแบบ ซึ่งเด็กๆมักจะพูดเสมอว่า...“หนังสือของท่านช่วยพาพวกเขาไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ทำให้เขาได้เห็นได้รู้เรื่องราวสนุกๆ เมื่อไปซื้อหนังสือเด็กๆก็จะเลือกหนังสือพระราชนิพนธ์มาเพิ่ม เพราะอยากให้น้องๆสนุกไปกับการเดินทางท่องโลกผ่านหนังสือพระราชนิพนธ์นั่นเอง”แผนการปฏิบัติขับเคลื่อนโรงเรียนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอกย้ำให้ผู้บริหารและผู้อำนวยการโรงเรียน น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งถือว่ามีคุณค่ายิ่งต่อประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านการศึกษา ทั้งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน พระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ความว่า... “การให้การศึกษาที่ดีนั้น เป็นงานที่ละเอียดลึกซึ้งมาก จำเป็นต้องใช้ความรู้อันกว้างขวาง ใช้ความสุขุมรอบคอบ ประกอบด้วยความตั้งใจ และความเพียรพยายาม และความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า จึงจะทำได้สำเร็จ”รวมทั้งพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ที่การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้านดังนี้1) มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2) มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม 3) มีงานทำ มีอาชีพ และ 4) เป็นพลเมืองดี นำมาเป็นหลักในการทำงาน โดยเฉพาะงานด้านการศึกษา ใช้เป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิตที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้า อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข รู้รักสามัคคี และขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่อย่างยั่งยืนพลเอก สุรเชษฐ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวย้ำถึงหลักคิด “5ร” แห่งความสำเร็จ ซึ่งก็คือ...ริเริ่ม รวดเร็ว รอบคอบ รอบด้าน เรียบร้อย...นำไปใช้ในการทำงาน วางแผนการดำเนินงาน การปรับหลักสูตรนับรวมไปถึงการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ครบถ้วนตามบริบทของพื้นที่และสังคม การพัฒนาครูเก่ง ครูดี...มีจิตวิญญาณความเป็นครู รวมทั้งสื่อการเรียนการสอน บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน บ้าน วัด...มัสยิด ภาครัฐ โรงเรียนสิ่งสำคัญคือการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้เกิดโรงเรียนที่มีคุณภาพ ทั้งโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษากระจายอยู่ในทุกตำบลทั่วประเทศ อันจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมอย่างทั่วถึงเพื่อที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนชุมชนจะได้มีโรงเรียนดีๆให้การศึกษาแก่ลูกหลานในพื้นที่ โดยไม่ต้องเดินทางไปเรียนในอำเภอหรือจังหวัดอีกต่อไปสอดรับกับแนวทางที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวย้ำเสมอๆว่า การ “ปฏิรูปการศึกษา” จะต้องถึง...“ครู” ถึง...“เด็ก”“ครูและเด็กดีขึ้นกับการศึกษาหรือเปล่า เขาได้เรียนในโรงเรียน... หลักสูตรที่มีคุณภาพไหม หรือพูดง่ายๆว่าเขาได้อะไรจากครู และครูมีการพัฒนาตัวเองหรือเปล่า”.