จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ตลาดมีความต้องการข้าวพื้นนุ่มเพื่อการบริโภคและส่งออกต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ฮ่องกง และอาเซียน เนื่องจากเป็นข้าวที่มีความนุ่ม ราคาถูกกว่าข้าวหอมมะลิ ในขณะที่การผลิตข้าวพื้นนุ่มในประเทศไทยนั้นยังมีการปลูกในพื้นที่ไม่มากนักและปลูกอย่างกระจัดกระจาย โดยมีพันธุ์ที่รับรองแล้วให้เลือกเพาะปลูก เช่น กข21, ปทุมธานี 1, กข43, กข47, กข53, กข71 เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดทางลักษณะบางประการ อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรได้มีพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีสอดคล้องกับความต้องการของตลาด กรมการข้าวจึงได้วิจัยข้าวเจ้าพื้นนุ่มไม่ไวต่อช่วงแสงพันธุ์ใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้กับชาวนา และเพิ่มโอกาสการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกข้าวเพื่อทำตลาดในต่างประเทศ นายประสงค์ ประไพตระกูล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว เผยว่า การประชุมคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าว ครั้งที่ 1/2562 เมื่อ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีมติรับรองพันธุ์ข้าว กข79 เป็นข้าวพื้นนุ่มที่มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 118 วัน โดยวิธีปักดำมีคุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เมล็ดเรียวยาว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมากสามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100% ชั้น 1 ได้ เป็นข้าวอมิโลสต่ำ 16.82% ข้าวสุกนุ่ม ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 809 กิโลกรัมต่อไร่ มีศักยภาพสามารถให้ผลผลิตสูง 1,182 กิโลกรัมต่อไร่ เสถียรภาพผลผลิตดี และค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ แต่อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคเหนือและภาคกลาง “การพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวในครั้งนี้มีกรรมการจากหลายส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมค้าข้าวไทย ให้ความเห็นว่า ข้าว กข79 มีศักยภาพทั้งในแง่การผลิตและมีตลาดรองรับ หลังจากนี้กรมการข้าวจะเร่งวางแผนดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้เพาะปลูกให้เร็วที่สุด โดยจะใช้เวลาในการขยายพันธุ์ 2 ฤดูก็จะสามารถมีเมล็ดพันธุ์จำหน่ายประมาณ 200 ตัน รองรับพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 500,000 ไร่” นายประสงค์ กล่าว.