มะม่วงชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจากประเทศไต้หวัน เป็นสายพันธุ์หนึ่งที่เกษตรกรชาวไทยชื่นชอบ และนิยมปลูกเพื่อเก็บผลสุกส่งไปขายต่างประเทศอย่างแพร่หลาย เป็นมะม่วงที่ปลูกเพื่อกินผลสุกเพียงอย่างเดียว ซึ่งตลาดผลไม้ของไทย ต้องการ “มะม่วงกุ้ยเฟย” สูงมาก เนื่องจากสีของผลสุกหรือแก่จัดจะเป็นสีแดงอมม่วงได้ตลอดทั้งผล เมื่อผลสุกสีของผลจะเปลี่ยนได้เป็นสีส้มสวยงามน่าชมยิ่งนัก น้ำหนักผลเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 500 กรัมขึ้นไปจนถึง 1 กิโลกรัมต่อผล ส่วนรสชาติของเนื้อสุกนั้นจะหวานหอมคล้ายกลิ่นของมะม่วงสุกอกร่องไทยทุกอย่าง ที่สำคัญสามารถเก็บได้นานหลายวันโดยที่เนื้อสุกไม่เละรับประทานอร่อยเหมือนเนื้อสุกเช่นเดิมทุกอย่างมะม่วงกุ้ยเฟย มีชื่อวิทยาศาสตร์และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับต้นมะม่วงทั่วไปเกือบทุกอย่างคือ เป็นไม้ยืนต้น สูงตั้งแต่ 10-15 เมตรขึ้นไป แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกว้างออกทางด้านข้าง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายยอด ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม โคนมน ใบจะมีขนาดใหญ่และยาวกว่าใบมะม่วงทั่วไปอย่างชัดเจน ดอก ออกเป็นช่อแบบเชิงลดที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองนวลมีกลิ่นหอมเย็น “ผล” รูปกลมรีและโหนกสูง ปลายผลแหลม ผลมีขนาดใหญ่ตามที่กล่าวข้างต้น ผลอ่อนเป็นสีเขียวรสเปรี้ยวจัด แต่ไม่นิยมรับประทานดิบจะปลูกเพื่อเก็บผลกินสุกเพียงอย่างเดียวตามที่ระบุข้างต้น ผลแก่จัดหรือสุก สีของผลจะเป็นสีแดงอมม่วงและเปลี่ยนเป็นสีแดงตลอดทั้งผลงดงามน่าชมยิ่ง เมล็ดเล็กและลีบบางทำให้มีเนื้อเยอะ เนื้อสุกเป็นสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวานหอมรับประทานอร่อยมาก มีดอกและติดผลดกเป็นธรรมชาติตามฤดูกาลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ติดตา และเสียบยอดมีกิ่งตอนแท้ขายเพียงแห่งเดียวคือ ติดต่อ “คุณวิรัช ทับทองหลาง” 130 หมู่ 6 ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก โทร.08-9706-1931, 09-4559-0176 กับที่งานเกษตรแม่โจ้ 85 ปี ที่ ม.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ วันที่ 8-16 ธ.ค.61 บูธเอ 226-229 ราคาสอบถามกันเองครับ.“นายเกษตร”