สงครามรัสเซีย-อูเครนมีแนวโน้มจะคล้ายสงครามเวียดนามเข้าไปทุกขณะ เดิมสหรัฐฯ นาโต และตะวันตก ส่งเพียงเงินและอาวุธเข้าไปช่วยเซเลนสกี โดยยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าจะไม่ส่งกองกำลังเข้าไป เพราะไม่อยากให้สงครามขยายบานปลายกลายเป็นสงครามโลกสหรัฐฯและสมาชิกนาโตให้ทหารของตนลาออกไปเป็นนักรบรับจ้างที่อูเครน เมื่อฝ่ายรัสเซียทักท้วงก็อ้างว่าไม่เกี่ยวกับกองทัพ เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลอูเครนกับนักรบเอกชนสายรายงานกองทัพรัสเซียว่า มีนักรบรับจ้างอยู่ในอูเครนมากกว่า 3,100 คน เรื่องนักรบรับจ้างไม่กระไรดอกครับ แต่ขณะนี้ นาโตนำคนจากกองทัพของตนเข้าไปประจำการในอูเครน โดยทหารลอตแรกมาจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส โปแลนด์ ฟินแลนด์ และชาติสมาชิกนาโตอื่นๆ ทหารเหล่านี้แต่งเครื่องแบบและประดับเครื่องหมายบอกฝ่าย บอกประเทศชัดเจนนาโตแก้ตัวว่าทหารเหล่านี้ไม่ได้เป็นทหารสู้รบ เข้ามาประจำการในอูเครนเพื่อทำหน้าที่ใช้งานอาวุธยุทโธปกรณ์ที่อูเครนได้รับจากฝ่ายตะวันตก คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนพูดเป็นประจำว่าสหรัฐฯคัดค้านการส่งทหารนาโตไปยังอูเครน แต่ในภาคปฏิบัติกลับมีการส่งทหารเข้าไป พร้อมทั้งรัฐสภาสหรัฐฯอนุมัติงบช่วยเหลืออูเครน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯการกระทำของสหรัฐฯและนาโตในครั้งนี้คือการขยายขอบเขตของสงคราม หลายสำนักทำนายทายทักว่า หากไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน 2024 ก็จะโหมสงครามรัสเซีย-อูเครนให้หนักขึ้น 2 ปีที่ผ่านมา รัสเซียปรับปรุงกองทัพเพื่อเตรียมรบในสงครามขนาดใหญ่ มีการขยายกองทัพขึ้นร้อยละ 15 ทหารส่วนหนึ่งเริ่มมีประสบการณ์ในการรบในพื้นที่ของอูเครน และสามารถคิดค้นวิธีการรับมือกับระบบไฮเทคของสหรัฐฯและนาโตได้บ้างแล้วถ้าไบเดนชนะการเลือกตั้ง สหรัฐฯก็จะเข้าสู่สงครามที่คล้ายสงครามเวียดนามแรกๆ ก็ส่งเพียงที่ปรึกษาเข้าไป หลังจากนั้นก็ขยายหน่วยงานออกจนสหรัฐฯส่งทหารเข้ารบในสงครามเวียดนามมากถึง 543,482 นาย และตลอดสงครามเวียดนามอันยาวนาน สหรัฐฯส่งทหารเข้า-ออกเวียดนามรวมแล้วมากถึง 2,709,918 นาย คิดเป็นร้อยละ 9.7 ของประชากรสหรัฐฯในวัยทำงาน ในจำนวนนี้ 1,600,000 นาย ปฏิบัติหน้าที่ในการรบโดยตรงการรบในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งอาจจะขยายกระจายไปที่รอบๆ สงครามเวียดนามก็เช่นเดียวกัน สหรัฐฯส่งทหารอเมริกันเข้าไปปฏิบัติภารกิจในเวียดนาม ลาว กัมพูชา และไทย มากถึง 3,403,100 นาย สหรัฐฯสร้างกองทัพเวียดนามใต้ให้มีกำลังพลสูงถึง 1 ล้านคน การรบในเวียดนามเต็มไปด้วยอาวุธที่ทันสมัยและเทคโนโลยีระดับสูงของโลกในขณะนั้น สหรัฐฯนำระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ ระบบตรวจจับเป้าหมายในเวลากลางคืน และระบบตรวจการด้วยดาวเทียมไปใช้ในสงครามเป็นครั้งแรก ประธานาธิบดีเคเนดีอนุมัติให้มีการใช้สารพิษ (ฝนเหลือง) ในเวียดนามเพื่อทำลายพื้นที่ป่า และเดือนมกราคม 1962 เครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐฯแบบ C-123 ก็โรยสารเคมีทำลายป่าไม้ โดยใช้ชื่อยุทธการ Ranch Hand สหรัฐฯโรยฝนเหลืองต่อเนื่องนานถึง 9 ปี ใช้สารเคมีพิษทั้งสิ้น 18 ล้านแกลลอน โรยใส่ในพื้นที่เวียดนามใต้ 5.5 ล้านเอเคอร์ (13.915 ล้านไร่)ทั้งที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯเตือนว่า สารเคมีฝนเหลืองมีสารพิษเป็นส่วนประกอบและเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง รวมทั้งกระทบต่อการตั้งครรภ์ของสตรี ในสหรัฐฯมีการห้ามใช้สารนี้ แต่ผลิตมาเพื่อโรยในเวียดนามใต้เท่านั้น ผลอันโหดร้ายของฝนเหลืองยังกระทบต่อคนเวียดนามจนกระทั่งทุกวันนี้30 เมษายน 1975 เวลาเช้าตรู่ ขบวนยานเกราะและรถถังของกองทัพเวียดนามเหนือเคลื่อนเข้าสู่กรุงไซ่ง่อนในทุกทิศทาง มีการวิเคราะห์ว่าสหรัฐฯแพ้ในครั้งนี้เพราะตั้งโงดินห์เดียมเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดสหรัฐฯในเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ผู้นำเวียดนามเหนือเคยพูดไว้ในอดีตว่า “...ไม่น่าเชื่อว่าอเมริกันจะโง่ถึงขนาดเลือกคนอย่างโงดินห์เดียมขึ้นมาปกครองเวียดนามใต้...”อีกหลายปีข้างหน้าอาจจะมีคนพูดถึงสหรัฐฯและเซเลนสกีในแบบนี้อีกครั้ง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ "เปิดฟ้าส่องโลก" เพิ่มเติม