เมื่อวันที่ 9 พ.ค. รัฐบาลรัสเซียจัดงานพาเหรดกองทัพอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 78 ปี วันแห่งชัยชนะเหนือกองทัพนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่ามกลางกระแสความกังวลว่าจะมีภัยอันตรายทางความมั่นคง หลังเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุโดรนติดระเบิดไม่ทราบฝ่ายโจมตีดาดฟ้าของพระราชวังเครมลิม สัญลักษณ์ศูนย์กลางอำนาจของรัสเซียในกรุงมอสโกทั้งนี้ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน ทำให้การเดินขบวนสวนสนามในปีนี้ไม่มีหน่วยรบจากชาติสัมพันธมิตรสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้าร่วม เช่นเดียวกับสมาชิกครอบครัวทหารผ่านศึกจากชาติตะวันตกที่ถูกเตือนว่าหากเดินทางมารัสเซียจะถูกยกเลิกพาสปอร์ต อย่างไรก็ตาม งานสวนสนามในจัตุรัสแดงครั้งนี้มีผู้นำจากชาติอดีตสหภาพโซเวียต ประกอบด้วยเบลารุส คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน เช่นเดียวกับทหารรัสเซีย 500 นายที่รบในสงครามยูเครน กระนั้น สิ่งที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดในงานคือการนำรถถังรุ่น T-34/85 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ออกมาโชว์เพียง 1 คัน ไม่มีรถถังประจำการหลักอย่าง T-90 หรือรถถังรุ่นใหม่ T-14 อาร์มาตา จนเกิดคำถามมากมายจากสื่อและผู้สังเกตการณ์ด้านนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวสุนทรพจน์แสดงจุดยืนการปกป้องประชาชนภูมิภาคดอนบาสในยูเครนตะวันออก กล่าวโจมตีชาติตะวันตกว่าต้องการเป็นใหญ่เพียงผู้เดียว ศัตรูของรัสเซียต้องการทำลายรัสเซียเป็นส่วนๆ ความคิดว่าชาติใดเหนือกว่าเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจและอันตราย ลัทธินาซีกำลังถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในตะวันตก ชาวยูเครนกำลังถูกใช้เป็นตัวประกันและเป็นเครื่องมือต่อรอง วันนี้อารยธรรมมนุษยชาติมาถึงจุดเปลี่ยน รัสเซียกำลังเผชิญกับสงครามของจริง เราทุกคนมีความภาคภูมิใจผู้ที่เข้าร่วมปฏิบัติการพิเศษทางทหาร ขณะที่นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ส่งสารแสดงความยินดีในโอกาสวันชัยชนะ ขอให้ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับจักรวรรดินิยมวันเดียวกัน นางเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เดินทางเยือนกรุงเคียฟของยูเครน พร้อมแสดงความยินดีที่นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ตัดสินใจร่วมเฉลิมฉลองวันที่ 9 พ.ค. ในฐานะวันยุโรป ซึ่งต่อมานายเซเลนสกีได้กล่าวหลังจากหารือกับนางไลเอินว่า ยูเครน-ยุโรปได้พูดคุยในเรื่องการเข้าร่วมสหภาพยุโรป ความคาดหวังว่ายุโรปจะคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม และความคาดหวังว่ายุโรปจะยกเลิกมาตรการระงับนำเข้าข้าวยูเครน ส่วนนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ มองว่า จะยังไม่มีสันติภาพระหว่างยูเครน-รัสเซีย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเชื่อว่าตนจะชนะ.