เมืองแมนเชสเตอร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษที่ชาวไทยคุ้นชินกันเป็นอย่างดี เป็นเมืองแรกในสหราชอาณาจักรที่เรียกเก็บ “ภาษีนักท่องเที่ยว” จากนักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าพักค้างคืนในย่านใจกลางเมืองไม่ว่าจะที่โรงแรมเกสต์เฮาส์ อพาร์ตเมนต์ หรือโรงแรม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวต้องจ่ายเงินดังกล่าวหรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “City Visitor Charge” ในอัตรา 1 ปอนด์ (หรือราว 42 บาท) ต่อห้องต่อคืน โดยผู้ให้บริการที่พักในใจกลางเมืองจะเป็นผู้รับผิดชอบจัดเก็บ ขณะนี้มีโรงแรมและเกสต์เฮาส์ในแมนเชสเตอร์ 74 แห่งเข้าร่วมโครงการ มีการประเมินว่าน่าจะสร้างรายได้ประมาณ 3 ล้านปอนด์ (หรือราว 126 ล้านบาท) ต่อปี เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปลงทุนในโครงการริเริ่มด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของแมนเชสเตอร์ เช่น งานอีเวนต์และเทศกาลต่างๆ นอกจากนี้ยังจะนำไปใช้เพื่อปรับปรุงความสะอาดของท้องถนนรวมทั้งประสบการณ์การท่องเที่ยวของแขกผู้มาเยือนในอนาคตที่ผ่านมา เมืองแมนเชสเตอร์เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของสหราชอาณาจักร เป็นรองจากกรุงลอนดอนและเอดินเบอระของสกอตแลนด์ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยี่ยมเยือนมากกว่า 1 ล้านคนทุกปี สนามกีฬาโอลด์ แทรฟ เฟิร์ดของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นแม่เหล็กสำคัญดึงดูดแฟนฟุตบอลทั้งในประเทศและต่างประเทศราว 32 ล้านคนต่อปี ขณะที่แมนเชสเตอร์ยังเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติเลคดิสทริค ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางเหนือสองชั่วโมงโดยรถยนต์ ทำรายได้พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นมากถึง 7,500 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 316,619 ล้านบาท)ในเมื่อแมนเชสเตอร์เริ่มต้นนำร่องเป็นเมืองแรกที่เก็บภาษี มีรายงานว่า เอดินเบอระก็มีแนวความคิดเรียกเก็บเงินเข้าเมือง 2 ปอนด์ หรือราว 85 บาท มาระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่เมือง บาธ ทางด้านตะวันตกของกรุงลอนดอน และเมืองแห่งการศึกษาอย่าง ออกซ์ฟอร์ด ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ก็พิจารณาแนวคิดนี้ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลเวลส์ ก็กำลังพิจารณาเรียกเก็บ “ภาษีอาคันตุกะ” สำหรับการพักค้างคืนใน เวลส์ อีกด้วย.อมรดา พงศ์อุทัย