นอกเหนือจากข่าวที่ได้รับโดยสากลทั่วไป เปิดฟ้าส่องโลกโชคดีที่ได้รับข่าวสารจากช่องทางพิเศษ เป็นที่ค่อนข้างแน่แล้วว่าขณะนี้ มีการจับนักรบต่างชาติในอูเครนเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังมีเชลยสงครามและผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้งของอูเครนและมหาอำนาจบางประเทศท่านเหล่านี้ที่รอดชีวิต หากบาดเจ็บก็จะได้รับการรักษาพยาบาล เมื่อหายแล้วก็คงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะไปขึ้นศาลที่ไหน ถ้าไปขึ้นศาลที่รัสเซีย ก็เป็นไปได้ที่จะถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ทว่าถ้าขึ้นศาลลูกันสค์และโดเนสต์ ก็เป็นไปได้ที่ผู้พิพากษาที่นั่นจะตัดสินประหารชีวิต เพราะมีพลเรือนตายจากการเข่นฆ่าของกองกำลังเหล่านี้จำนวนมากสำหรับการจะเข้านาโตของฟินแลนด์และสวีเดน ตอนนี้เสียงของปูตินอ่อนลง ทว่าก็ยังมีข้อความจากฝ่ายรัสเซียว่า ถ้ามีการตั้งฐานขีปนาวุธ รัสเซียก็ต้องป้องกันตนด้วยการโจมตี มีประเทศหนึ่งซึ่งตั้งป้อมกันฟินแลนด์และสวีเดนคือตุรกี ที่เป็นสมาชิกนาโตตั้งแต่ ค.ศ.1952 นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปูตินเสียงอ่อน เพราะรู้ว่าตุรกีเป็นตัวตั้งตัวตีในการคัดค้านเข้านาโตของประเทศทั้งสองรัสเซียกับฟินแลนด์ซัดกันในอดีตมามากมายหลายยก ยกที่ดังที่สุดก็คือ Winter War หรือสงครามฤดูหนาว บางคนเรียก Russo-Finnish War หรือสงครามรัสเซีย-ฟินแลนด์ (1939-1940) สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มเมื่อ 1 กันยายน 1939 โดยเยอรมนีบุกโปแลนด์ซึ่งเป็นประเทศเป็นกลาง สามเดือนต่อมาคือ 30 พฤศจิกายน 1939 โซเวียตก็บุกฟินแลนด์ เดิมฟินแลนด์เป็นของรัสเซีย หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ฟินแลนด์ประกาศเอกราชจากรัสเซียเมืองสำคัญอันดับ 2 ของโซเวียตคือเลนินกราด ปัจจุบันคือนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่อยู่ห่างจากฟินแลนด์เพียง 32 กิโลเมตร ในช่วงเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2 โซเวียตตั้งใจบุกฟินแลนด์เพื่อขยายพรมแดนและสร้างความมั่นคงให้เลนินกราด ก่อนหน้านั้น โซเวียตเวียนเจรจากับฟินแลนด์ขอเช่าคาบสมุทรฮังกอเป็นเวลา 30 ปี เพื่อสร้างฐานทัพเรือ ทว่าฟินแลนด์ไม่เอาด้วยวันหนึ่งมีการยิงปืนใหญ่เข้ามาในหมู่บ้านไมนีลาที่อยู่ใกล้พรมแดน ทำให้ทหารโซเวียตตาย 4 นาย บาดเจ็บ 9 นายรัฐบาลโซเวียตจึงขอให้รัฐบาลฟินแลนด์รับผิดชอบและให้กองกำลังฟินแลนด์ถอยห่างจากพรมแดน 25 กิโลเมตร แต่ฟินแลนด์ปฏิเสธ โซเวียตจึงทำ Lighting War หรือสงครามสายฟ้าแลบ ฟินแลนด์ใน ค.ศ.1939 ก็เหมือนอูเครนใน ค.ศ.2022ผู้คนสมัยนั้นคิดว่าโซเวียตจะสามารถยึดฟินแลนด์ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เพราะทหารโซเวียตที่เข้าไปในฟินแลนด์มีมากถึง 4.5 แสน ขณะที่ฟินแลนด์มีทหารทั้งประเทศเพียง 1.8 แสน โซเวียตมีรถเกราะ รถประจัญบานและเครื่องบินรบมากกว่าฟินแลนด์หลายสิบเท่า ทว่าไม่สามารถยึดฟินแลนด์ได้ในเวลาอันสั้นกองทัพโซเวียตใหญ่ ทว่าไร้คนเก่ง ตอนที่สตาลินขึ้นมาเป็นผู้นำ แกสั่งประหารชีวิตและจำคุกนายทหารมากกว่า 3 หมื่น โดยเฉพาะคนเก่งที่เป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ พวกทหารที่มีพฤติเรื่อยเปื่อยไม่ต่อต้านจึงไม่ถูกกวาดล้าง แต่พอถึงคราวรบก็รบแบบเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะไม่มุ่งมั่นตั้งใจฟินแลนด์และรัสเซียเป็นประเทศหนาว มีหิมะตกบานเบอะเยอะแยะ กองทัพโซเวียตดันเฟอะฟะบ๊ะเบอะสั่งให้เครื่องแบบทหารมีสีดำ เมื่อดำ (เครื่องแบบ) ตัดขาว (หิมะ) ก็เห็นเด่นชัด เป็นเป้าและโดนสอยร่วงระนาว ทหารแม่นปืนฟินแลนด์บางคนยิงทหารโซเวียตตายกลายเป็นผีได้ถึง 500 คน ทหารฟินแลนด์มี Mobile Ski Troop กองกำลังทหารสกีที่เรียกตัวเองว่ายมทูตสีขาวที่เคลื่อนไปบนหิมะได้อย่างชำนาญ เจอสีดำตรงไหนก็เปรี้ยง ยิงเสร็จก็พบศพทหารโซเวียตนอนตายทหารสกีของฟินแลนด์แบ่งเป็นชุด ชุดละ 4 คน ใช้สารเคมีที่เรียกว่าโมโตลอฟคอกเทลโยนเข้าใส่รถถังโซเวียต ทำให้รถถังและรถประจัญบานของโซเวียตที่ส่งเข้าไปในฟินแลนด์ครั้งนั้น 6,541 คัน พังยับเยิน 2,000 คันเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ขอมาว่ากันต่อในวันพรุ่งนี้ครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com