การเปลี่ยนจากการใช้ชีวิตแบบล่าสัตว์ เก็บรวบรวมและหาอาหาร มาเป็นวิถีชีวิตเกษตรกรรม ทำฟาร์มประจำและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของมนุษย์ในยุคโบราณนั้นไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันโดยทั่วไป โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป แต่เกิดขึ้นในที่ต่างกัน และในเวลาที่ต่างกัน ทำให้นักวิจัยสงสัยว่าการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดังกล่าวมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนในยุคนั้นอย่างไร เช่น ความสูงของร่างกายทีมนักมานุษยวิทยาและชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเพนซิล เวเนียสเตตในสหรัฐอเมริกา พยายามที่จะอธิบายลักษณะการมีส่วนร่วมของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอต่อความสูง ด้วยการสร้างแบบจำลองที่ใช้ส่วนสูงของผู้ใหญ่ และตัวชี้วัดความเครียดที่พบในกระดูกและดีเอ็นเอ พร้อมข้อบ่งชี้ทางพันธุกรรมของบรรพบุรุษ โดยศึกษามนุษย์ 167 คน ที่อาศัยอยู่ตั้งแต่ 38,000-2,400 ปีก่อน และพิจารณาถึงความสูงของคนที่อาศัยอยู่ก่อนยุคหินใหม่ และในยุคหินใหม่ ยุคทองแดง ยุคสัมฤทธิ์ และยุคเหล็ก เรียกง่ายๆว่าเปรียบเทียบส่วนสูงของคนยุคก่อนเกษตรกรรม เกษตรกรยุคต้น และเกษตรกรยุคหลัง ทีมเผยว่าเมื่อคำนึงถึงความสูงที่อาจเกิดขึ้นจากพันธุกรรม ก็พบว่ามนุษย์จากยุคหินใหม่นั้นเตี้ยลงกว่ามนุษย์ยุคก่อนหน้าโดยเฉลี่ย 3.8 ซม. และสูงน้อยกว่าคนในยุคต่อมา 2.2 ซม. ทว่าคนก็มีความสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคทองแดงคือเกือบ 2 ซม. ในยุคสัมฤทธิ์ 2.7 ซม. และยุคเหล็ก 3.3 ซม.เมื่อเทียบกับความสูงของคนยุคหินดังนั้น การศึกษาร่วมทางด้านพันธุศาสตร์และซากโครง กระดูกในครั้งนี้ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงวิถีล่าสัตว์ เก็บของป่าหาอาหาร มาทำเกษตรกรรมเป็นหลักเมื่อราว 12,000 ปีก่อนในยุโรป อาจส่งผลกระทบด้านสุขภาพในเชิงลบ เช่น ความสูงที่ลดลงกว่าเคยคาดไว้ในเกษตรกรยุคแรก.