ผมเห็นสภาพบ้านเมืองที่ปรักหักพังในยูเครน ประชาชนกว่า 10 ล้านคน ต้องอพยพหนีตายไปอยู่ตามหลุมหลบภัยและประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้คิดถึงพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขึ้นมาทันที วันที่คนไทยรบกันเองเพื่อแย่งชิงอำนาจ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีในขณะนั้น เรียก พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง คู่กรณี เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานพระบรมราโชวาท จนนำความสงบสุขมาสู่บ้านเมืองผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาทอันเป็นสัจธรรมมาให้อ่านกันอีกครั้งตรงนี้“ขอให้สองท่านหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เพียงเผชิญหน้ากัน เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วใครจะชนะ ไม่มีทาง มีแต่แพ้คือต่างคนต่างแพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดคือประเทศชาติ ประชาชน แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวชนะ เวลาอยู่บนกองสิ่งปรักหักพัง”เมื่อวานนี้ผมตั้งคำถามว่า “ผู้นำโลกป่วยทางจิตหรือไม่?” ทั้ง ประธานาธิบดีไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดีปูติน ผู้นำรัสเซีย และ ประธานาธิบดีเซเลนสกี ผู้นำยูเครน เพราะสาเหตุสงครามครั้งนี้ ถือว่า ไร้สาระมาก แล้ว ผู้แพ้ ก็คือ ประชาชนยูเครน รัสเซีย ยุโรป สหรัฐฯ อังกฤษ นับพันล้านคน และ ประชากรโลกอีกหลายพันล้านคนประเทศยูเครน วันนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ทหาร ประชาชนล้มตาย แต่ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กลับพร่ำเพ้อออกสื่อทุกวัน ยูเครนต้องชนะ ทั้งที่ ชาวยูเครนกว่า 10 ล้านคนต้องอพยพหนีตายลี้ภัยไปอยู่ประเทศอื่น ประชาชนที่เหลือถูก ผู้นำดาราตลก กักขังในเมืองเป็นตัวประกันโล่มนุษย์ ประเทศรัสเซีย ผู้รุกราน ประชาชนก็บอบช้ำสาหัส สหรัฐฯ ยุโรป และพันธมิตร ควํ่าบาตรทางเศรษฐกิจการค้า ตัดขาดจากระบบการเงินโลก และ กำลังจะตัดการส่งออกน้ำมันและก๊าซ ที่เป็นรายได้หลักของรัสเซีย ส่งผลให้ราคาพลังงานแพงขึ้นทั่วโลก เดือดร้อนไปทุกแผ่นดินข้อมูลจาก สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาก๊าซในตลาดโลก ตั้งแต่ 1 มกราคม–8 มีนาคม 2022 พบว่า ราคาก๊าซในสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 37.3% สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) เพิ่มขึ้น 142% สหภาพยุโรป เพิ่มขึ้น 144% เช้าวันพุธ อังกฤษเพิ่งประกาศตัวเลขดัชนีผู้บริโภค หรือ เงินเฟ้อ เดือนกุมภาพันธ์ พุ่งขึ้นไปถึง 6.2% สูงสุดในรอบ 30 ปี คาดว่า เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นไปถึง 8% ในไตรมาส 2 จากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งที่อังกฤษ พึ่งก๊าซจากรัสเซียเพียง 5% แต่เยอรมนีพึ่งก๊าซจากรัสเซียถึง 40% ทำให้ชาวยุโรปเดือดร้อนกันทุกครัวเรือน แม้ไม่ได้ร่วมสงครามแต่ สหรัฐฯ ผู้นำกำลังบ้าคลั่งอำนาจอย่างเมามัน ประธานาธิบดี ไบเดน ประกาศจะเป็น เจ้าโลกจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order) แม้เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นไปถึง 7.5% สูงสุดในรอบ 40 ปี ก็ไม่เดือดร้อนมากนัก เพราะเพิ่งขึ้นค่าแรงขั้นตํ่าไปไม่นาน สหรัฐฯนำเข้าก๊าซและน้ำมันจากรัสเซียน้อยมาก เพราะสหรัฐฯเป็นผู้ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลกเมืองไทย แม้อยู่ไกลคนละทวีป แต่รัศมีอำมหิตของสงครามเศรษฐกิจก็แผ่ซ่านมาถึง จากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นไปกว่า 100 เหรียญต่อบาร์เรล ไทยนำเข้าน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก วันวาน คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคลัง ออกมาเตือนเป็นทางการครั้งแรก ประเมินราคาน้ำมันดิบโลกในปีนี้ไว้ 3 ระดับ กรณีแรก 100 เหรียญต่อบาร์เรล กรณีสอง 120 เหรียญต่อบาร์เรล กรณีสาม 150 เหรียญต่อบาร์เรล ทั้ง 3 กรณี ทำให้เงินเฟ้อไทยปีนี้พุ่งขึ้นไปที่ระดับ 5–7% หลังจากที่เงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์พุ่งขึ้นไป 5.28% สูงสุดในรอบ 13 ปี แปลไทยเป็นไทย ค่าครองชีพคนไทยปีนี้จะขึ้นไปอีกอย่างน้อย 10% แน่นอน แต่ค่าแรงเท่าเดิมสงครามบ้าอำนาจ ของ ผู้นำป่วยทางจิต ครั้งนี้ ไม่ว่าใครชนะก็ไร้ประโยชน์ ได้แต่ยืนอยู่บนกองซากปรักหักพังของเศรษฐกิจโลก หรือจะมีความสุขแบบ “ซาดิสม์” ก็ไม่รู้.“ลม เปลี่ยนทิศ”