กองทัพรัสเซียปรับแผนถล่มคลังพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซไฟลุกท่วม เพื่อตัดกำลังกองทัพยูเครน ประสบความสำเร็จยึดเมืองโนวา คาคอฟกา เมืองยุทธศาสตร์ทางใต้และรุกเข้าเมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนแล้ว ทั้งที่ถูกกองทัพยูเครนต่อต้านอย่างเต็มกำลัง “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี” ยอมรัสเซียเจรจาสันติภาพชายแดนเบลารุส กระนั้นก็ตามยังประกาศตั้งหน่วยรบอาสาสำหรับชาวต่างชาติที่รักประชาธิปไตยเข้ามาจับปืนร่วมรบเคียงข้างกองทัพยูเครน ขณะที่ 11 ชาติยุโรปห้ามอากาศยานสัญชาติรัสเซียทุกชนิดผ่านน่านฟ้า “อีลอน มัสก์” ส่งฝูงดาวเทียม “สตาร์ลิงก์” เข้าสู่วงโคจรยูเครนปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ใช้ฟรี ด้านประเทศไทย กรมการกงสุลแจงการอพยพคนไทยออกจากยูเครนชุดแรกไม่เกินวันที่ 1-2 มี.ค. แต่มีบางส่วนสมัครใจอยู่ต่อเพราะมีครอบครัว ขณะที่ชาวยูเครน-ยุโรปในกรุงเทพฯรวมตัวเรียกร้องให้รัสเซียยุติสงคราม ถอนทหารออกจากยูเครนทั้งหมด อ้างวันเดียวสังหารเด็กรวม 5 คนสงครามระหว่างกองทัพรัสเซียและกองทัพยูเครนล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 4 ท่ามกลางรายงานข่าวกรองของชาติตะวันตกว่ากองทัพรัสเซียอยู่ระหว่างจัดกระบวนทัพใหม่ เนื่องจากเผชิญกับแนวตั้งรับของกองทัพยูเครนที่เหนียวแน่นเกินคาด สั่งเปลี่ยนทิศทางกองพลรถถังจากแนวรบอื่นเข้าเสริมทัพตีโอบกรุงเคียฟ เมืองหลวงประเทศยูเครน หวังเผด็จศึกให้ได้เร็วที่สุด ขณะที่บรรยากาศการเจรจาหาทางหยุดยิงยังไร้ความคืบหน้า หลังเงื่อนไขกับสถานที่ยังไม่ลงตัว ผู้นำยูเครนปัดเจรจาในเบลารุสความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกแถลงการณ์หลังรัฐบาลรัสเซียส่งตัวแทนจากกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมไปยังเมืองโกเมลของประเทศเบลารุส พร้อมเรียกร้องให้ยูเครนส่งตัวแทนมาเจรจาเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์ครั้งนี้ นายเซเลนสกี ระบุว่าจุดยืนของรัฐบาลยูเครนยังคงเหมือนเดิมคือ ต้องหารือกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นการพูดคุยเพื่อยื่นคำขาดอย่างที่ผ่านมา และกรณีนี้รัฐบาลปฏิเสธที่จะเจรจากับรัสเซีย เนื่องจากจัดขึ้นที่เบลารุส มีส่วนเกี่ยวข้องในการรุกรานยูเครน ยูเครนพร้อมเจรจากับรัสเซียเสมอแต่ต้องเป็นที่อื่นไม่ใช่เบลารุส เราต้องการพื้นที่ที่ไม่แสดงการคุกคามต่อยูเครนเปิดรับชาวต่างชาติเข้าร่วมรบนายเซเลนสกียังกล่าวด้วยว่าในฐานะประธา นาธิบดียูเครนขอเรียกร้องไปยังพลเมืองทั่วโลกเพื่อนของยูเครน ผู้ฝักใฝ่สันติภาพและประชาธิปไตย หรือใครก็ตามที่อยากจะปกป้องยูเครน ปกป้องยุโรป และปกป้องโลกให้เดินทางเข้ามาในยูเครน ร่วมจับอาวุธขึ้นสู้กับอาชญากรรัสเซีย ขณะนี้รัฐบาลยูเครนทำการจัดตั้งหน่วยรบอาสาสำหรับชาวต่างชาติ ตามคำสั่งประธานาธิบดีที่ 248 เมื่อปี 2559 ว่าด้วยการอนุญาตให้ชาวต่างชาติอาสาเข้าร่วมรบกับหน่วยรักษาดินแดนของยูเครน ไม่มีความช่วยเหลือใดจะยิ่งใหญ่เท่ากับการพิทักษ์สันติภาพอีกแล้ววอนช่วยกันต้าน–ทุบป้ายบอกทางขณะที่กระทรวงกลาโหมยูเครนออกคำแนะนำสำหรับประชาชนยูเครนที่ต้องการต่อต้านกองทัพรัสเซีย เรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันโค่นล้มต้นไม้ เพื่อสกัดเส้นทางสัญจรของกองทัพรัสเซีย ใช้ระเบิดขวดสร้างความปั่นป่วน ทุบทำลายรื้อถอนป้ายบอกทางตามถนนหนทางสร้างความสับสน ไปจนถึงช่วยก่อเหตุจารกรรมกองทัพรัสเซียในยามพลบค่ำหรือยามค่ำคืน ทำให้ต่อมาเริ่มมีรายงานว่ามีชาวยูเครนต่างพากันไปเปลี่ยนป้ายบอกทาง โดยใส่ป้ายใหม่ที่เขียนว่า “เลี้ยวขวาไปตายเสีย” หรือ “เลี้ยวซ้ายก็ไปตายเสีย” เป็นต้นยุโรปทยอยห้ามรัสเซียใช้น่านฟ้าด้านชาติยุโรปยังร่วมกันประกาศห้ามเครื่องบินรัสเซียทุกชนิดในน่านฟ้าของประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าวันที่ 27 ก.พ.มีทั้งหมด 11 ประเทศที่ใช้มาตรการนี้ ประกอบด้วย 1.อังกฤษ 2.สโลวีเนีย 3.สาธารณรัฐเช็ก 4.โปแลนด์ 5.ลิทัวเนีย 6.ลัตเวีย 7.เอสโตเนีย 8.โรมาเนีย 9.บัลแกเรีย 10.ฟินแลนด์ และ 11.ไอร์แลนด์ จากรายชื่อประเทศดังกล่าวหมายความว่า เที่ยวบินพาณิชย์หรือเที่ยวบินสินค้า หรืออื่นๆของรัสเซีย จะไม่สามารถบินไปทางภาคตะวันตกของรัสเซียได้เลย ต้องมุ่งลงใต้ไปทางตุรกีอย่างเดียว ขณะที่รัฐบาลรัสเซียประกาศตอบโต้ห้ามกลุ่มประเทศดังกล่าวใช้น่านฟ้าของรัสเซียเช่นกันเยอรมนี–ดัตช์ส่งจรวดต้านรถถังนอกจากนี้รัฐบาลเยอรมนียังประกาศร่วมสมทบกับรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งอาวุธช่วยเหลือกองทัพยูเครนเพิ่มเติม ระบุว่าอาวุธที่จะส่งให้ประกอบด้วยเครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถัง 1,000 กระบอก เครื่องยิงจรวดต่อต้านอากาศแบบระยะใกล้ รุ่นสติงเกอร์ 500 กระบอก เช่นเดียวกับรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ประกาศส่งเครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถังรุ่นแพนเซอร์เฟาสต์ 3 จำนวน 50 กระบอกพร้อมจรวด 400 ลูก มีรายงานด้วยว่า ทั้ง 2 ประเทศอยู่ระหว่างพิจารณาส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธรุ่นแพทริออต เข้าไปในสโลวะเกียทางภาคตะวันตกของยูเครน“อีลอน” ขยับดาวเทียมช่วยยูเครนสำนักข่าวรอยเตอร์ยังรายงานว่าเสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือของรัฐบาลยูเครนยังได้รับการตอบสนองจากบริษัทเอกชนเช่นกัน นายอีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา และบริษัทอวกาศสเปซเอ็กซ์ ประกาศส่งฝูงดาวเทียม “สตาร์ลิงก์” เข้าสู่วงโคจรของยูเครน เพื่อปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ชาวยูเครนฟรีๆ ส่วนนายฮิโรชิ มิกิทานิ เจ้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่รากุเทนของญี่ปุ่น ประกาศบริจาคเงิน 1,000 ล้านเยน หรือกว่า 280 ล้านบาท ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่รัฐบาลยูเครน รุกคืบทุกทิศทางหลังเจรจาล่มด้านสถานการณ์การสู้รบเมื่อ 27 ก.พ.หรือวันที่ 4 ของปฏิบัติการรุกรานยูเครน กระทรวงกลาโหมรัสเซีย เปิดเผยว่า สั่งการให้กองทัพเริ่มการรุกคืบจากทุกทิศทาง พร้อมระดมยิงเป้าหมายทางการทหารในยูเครน ด้วยขีปนาวุธนำวิถีรุ่นต่างๆ ทั้งจากทางบกและกองเรือในทะเลดำ หลังรัฐบาลยูเครนปฏิเสธที่จะเจรจา ขณะที่กระทรวงกลาโหมของอังกฤษและสหรัฐฯ ประเมินว่า ผู้บัญชาการกองทัพรัสเซียเริ่มที่จะหงุดหงิด หลังปฏิบัติการรบเป็นไปอย่างล่าช้าไม่ตรงตามเป้ากองทัพยูเครนยังคงต้านทานอย่างเข้มแข็งกองพลรถถังเบนเข็มสู่กรุงเคียฟอย่างไรก็ตาม รายงานของหน่วยข่าวกรองชาติตะวันตก ระบุว่า ถึงกองทัพยูเครนจะตั้งรับเหนียวแน่น แต่เป็นไปได้ในลักษณะถ่วงเวลาช่วงเที่ยงวันที่ 27 ก.พ.มีรายงานว่ากองพลรถถังที่ 1 และกองพันรถถังที่ 47 ของรัสเซีย ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติการรุกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน เดิมมีทิศทางมุ่งสู่เมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนได้เปลี่ยนเส้นทางตีทะลวงไปทางตะวันตกแทน เห็นได้ชัดว่า ต้องการมุ่งหน้าสู่กรุงเคียฟอย่างรวดเร็ว มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปสมทบกับหน่วยทหารยานเกราะที่ 144 ที่อยู่ระหว่างพยายามโอบล้อมกรุงเคียฟแต่ยังไม่สัมฤทธิผลห้ามออกจากบ้านจะถือเป็นจารชนสำนักข่าวต่างประเทศต่างรายงานบรรยากาศจากกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนวันเดียวกันว่า กองทัพรัสเซียยังคงยิงปืนใหญ่และจรวดโจมตีพื้นที่เมืองหลวงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงการสู้รบยิงปะทะที่เบาบางลงกว่าวันก่อน จากการตรวจสอบพบว่าการต่อสู้มีขึ้นในย่านทรอยเอสชีนา ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์จ่ายไฟฟ้ารวมถึงย่านอยู่อาศัยทางตอนเหนือของกรุงเคียฟ ขณะที่เมืองวาซิลคิฟห่างจากกรุงเคียฟไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 21 กม. มีรายงานคลังเก็บน้ำมันระเบิดอย่างรุนแรง จนทางการต้องประกาศเตือนคนในเมืองหลวงให้ปิดหน้าต่างให้แน่นหนา เพื่อป้องกันควันและมลพิษ สภาพโดยรวมถือว่ายังทวีความตึงเครียด ประกอบกับการประกาศมาตรการเคอร์ฟิว ห้ามออกจากเคหสถานหลัง 17.00 น. มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นหน่วยจารชนของรัสเซียเสียเมือง-รัสเซียเข้าคาร์คิฟต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน รัฐบาลยูเครนยืนยันว่า กองทัพรัสเซียประสบความสำเร็จในการบุกยึดเมืองโนวา คาคอฟกา เมืองยุทธศาสตร์ทางภาคใต้ริมแม่น้ำนีเปอร์ มีรายงานว่า สมาชิกเทศบาลถูกจับกุม ขณะที่ธงชาติยูเครนตามอาคารราชการต่างๆถูกปลดออกหมด ส่วนที่เมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ากองพลรถถังรัสเซียประชิดเมืองอยู่แต่เบนเข็มไปยังกรุงเคียฟแล้วนั้น ทางกระทรวงกลาโหมยูเครนยืนยันว่า ทหารรัสเซียตีฝ่าแนวป้องกันเข้าไปในตัวเมืองแล้ว ขอให้ชาวเมืองอยู่แต่ในที่พักอาศัย เพราะกองทัพยูเครนจะเร่งปฏิบัติการตีโต้ ขับไล่ทหารรัสเซียออกไปจากเมืองให้หมด ยันคนไทยในยูเครนปลอดภัยด้านประเทศไทยวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก “Royal Thai Embassy Warsaw Poland” ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ มีอาณาเขตดูแลประเทศยูเครนด้วย เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของการช่วยเหลือคนไทยในประเทศยูเครนว่า การช่วยเหลือคนไทยในยูเครนในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยสงคราม สถานะเมื่อวันที่ 26 ก.พ. เวลา 23.00 น. ตอนนี้มีคนไทยเดินทางมาเข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครนที่เมืองลวิฟของยูเครนรวม 47 คน และมีคนไทยอีก 43 คน อยู่ระหว่างการเดินทางจากเมืองต่างๆมายังเมืองลวิฟ ขณะเดียวกันสถานเอกอัคร ราชทูตฯติดตามสอบถามความเป็นอยู่กับกลุ่มคนไทยในเมืองต่างๆ ทราบว่าคนไทยทั้งหมดยังปลอดภัยและไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ ยังมีคนไทยอีกประมาณ 100 กว่าคน ที่ต้องอยู่ในเมืองที่พำนักและไม่สามารถเดินทางออกมาได้เพราะมีประกาศปิดเมือง หรือสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย เช่น เมืองมิกโคลาอีฟ (มีคนไทย 7 คน) เมืองคาร์คิฟที่อยู่ติดชายแดนรัสเซีย (มีคนไทย 12 คน) เป็นต้นแบ่ง 2 ชุดบินกลับไทย 1-4 มี.ค.ส่วนคนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ 148 คน มีผู้เดินทางออกมาแล้ว 102 คน (ในจำนวนนี้เข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯแล้ว 43 คน) มีคนไทยที่สมรสกับชาวยูเครนและบุตรประมาณ 40 คน แสดงความประสงค์จะพำนักกับครอบครัวต่อไป เพราะสามีไม่สามารถเดินทางออกนอกยูเครนได้ สำหรับแผนการนำคนไทยออกจากยูเครนขณะนี้ มีทั้งการนำคนไทยจากเมืองโอเดสซา 41 คน เดินทางโดยรถบัสเช่าไปยังจุดผ่านแดนยูเครน-โรมาเนียในวันที่ 27 ก.พ. จากนั้นสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย จะช่วยรับช่วงต่อนำคนไทยกลุ่มนี้เดินทางโดยรถบัสเช่าไปยังกรุงบูคาเรสต์ เพื่อเตรียมเดินทางโดยเครื่องบินพาณิชย์กลับสู่ประเทศไทยวันที่ 1-2 มี.ค. ขณะเดียวกันจะนำคนไทย 43 คนที่พักในศูนย์ปฏิบัติการฯ เมืองลวิฟ เดินทางโดยรถบัสเช่าวันที่ 27 ก.พ. ไปยังกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ และวันที่ 28 ก.พ.จะนำคนไทยชุดที่ 2 จากศูนย์ปฏิบัติการฯ เดินทางด้วยรถบัสเช่าไปยังกรุงวอร์ซอเช่นกัน เพื่อรอเดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบินพาณิชย์ประมาณวันที่ 1-4 มี.ค.65กรมการกงสุลแจงช่วยเหลือด้านการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล อธิบดีกรมการกงสุล เผยว่า คนไทยที่ไปทำงานอยู่ในยูเครนมีประมาณ 260-270 คน กระจัด กระจายตามเมืองต่างๆหลังเกิดการสู้รบ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ส่งเจ้าหน้าที่ไปจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือคนไทยที่เมืองลวิฟทางตอนเหนือของยูเครน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. และประสานกลุ่มคนไทยรวมทั้งนายจ้างเพื่อให้การช่วยเหลือติดต่อรถเช่ารับคนไทยเดินทางออกจากเมืองลวิฟไปยังกรุงวอร์ซอ เพื่อต่อเครื่องบินพาณิชย์ ล่าสุดทราบว่า เย็นวันที่ 27 ก.พ.จะอพยพคนไทยไปกรุงวอร์ซอ 40 คน และจะตามออกมาจากเมืองลวิฟอีก 40 คน นอกจากนี้ทางตอนใต้ของยูเครนที่เมืองโอเดสซามีแรงงานไทยอยู่เช่นกัน ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เข้าไปช่วยเหลือนำออกจากเมืองโอเดสซาของยูเครนไปยังกรุงบูคาเรสต์ เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับไทย แต่การสู้รบยังหนักบางจุด นายจ้างยังคงให้แรงงานไทยหลบในจุดหลบภัยเพราะปลอดภัยกว่า หากสถานการณ์เบาบางจะให้รีบอพยพออกมาวันที่ 1–2 มี.ค.เริ่มบินกลับนายฉัตรชัยเปิดเผยถึงการอพยพคนไทยจากยูเครนกลับประเทศไทยว่า การอพยพออกจากเมืองลวิฟ ทางตอนเหนือของยูเครนไปยังกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ และจากเมืองโอเดสซาทางตอนใต้ของยูเครนไปยังกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนียนั้น จะเดินทางกลับโดยเครื่องบินพาณิชย์ที่เปิดบริการตามปกติ ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย จะตรวจสอบเอกสารและสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดส่วนบุคคล รวมทั้งประวัติการฉีดวัคซีน เพื่อประกอบการดำเนินการช่วยเหลือตามมาตรการป้องกันโควิด-19 คาดว่าสามารถนำคนไทยจากยูเครนกลับประเทศไทยได้เร็วที่สุดไม่เกินวันที่ 1-2 มี.ค.นี้ต้องกักตัวโควิด-19 เคร่งครัดส่วนการเตรียมการรับคนไทยกลับจากยูเครนที่ประเทศไทย นายฉัตรชัยกล่าวว่า กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจสอบสิทธิของคนไทยที่กลับมา เช่น ฉีดวัคซีนกี่เข็ม ต้องเข้าระบบกักตัวอย่างไร เกี่ยวกับแรงงานด้านประกันสังคมมีสิทธิได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง รวมทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนา ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเข้ามาดูแล ยูเครน-ยุโรปรวมตัวประณามที่สวนลุมพินี เมื่อเวลา 15.00 น. กลุ่มชาวยูเครนที่อาศัยในประเทศไทยและชาวยุโรปที่อาศัยย่านสุขุมวิท-สาทรกว่า 50 คน ส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว ทยอยมารวมตัวกันที่ลานจอดรถภายในสวนลุมพินี ฝั่งถนนวิทยุ เพื่อเรียกร้องสันติภาพในยูเครน พร้อมกับประณามการกระทำของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย โหดร้ายทารุณ ไม่ต่างกับฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมัน ขอให้รัสเซียยุติสงคราม ถอนทหารออกจากดินแดนยูเครนทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไข และเปิดเจรจาสงบศึกเดินประท้วง 2.5 กม.ก่อนยุติหลังจากนั้นเวลา 16.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมชาวยูเครนทั้งหมดร่วมกันเดินขบวนเรียกร้องสันติภาพ สลับกับการร้องเพลงชาติให้กำลังใจพี่น้องประชาชนชาวยูเครนที่กำลังเผชิญภัยสงครามในบ้านเกิด จากสวนลุมพินีไปตามเส้นทางสะพานเขียวไปยังสวนเบญจกิติระยะทางประมาณ 2.5 กม. ก่อนจะยุติกิจกรรมเวลา 17.25 น. โดยมี พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี จำนวนหนึ่งมาดูแลรักษาความปลอดภัยระหว่างการชุมนุมกล่าวหารัสเซียฆ่าเด็ก 5 คนด้านนายโรมัน รัก ชาวยูเครน ฐานะผู้ประสานงานกลุ่มเรียกร้องยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนในกรุงเทพฯ กล่าวว่า วันนี้เด็กชาวยูเครน 5 คน ถูกทหารรัสเซียสังหารเป็นเรื่องเลวร้ายมาก ดังนั้น เพื่อให้ยุติสงครามโดยเร็ว รัฐบาลรัสเซียต้องหยุดยิงและถอนทหารออกจากดินแดนยูเครนทั้งหมด ถึงจะเปิดเจรจาสันติภาพได้ ไม่ใช่การส่งทหารเข้ามายึดดินแดนเข่นฆ่าทำร้ายประชาชนชาวยูเครน แล้วมาบอกต้องการเจรจาสันติภาพ เช่นเดียวกับชายชาวยูเครนที่มาร่วมชุมนุมรายหนึ่ง กล่าวว่า บ้านเกิดตนอยู่ในเมืองทางตะวันออกของยูเครน กำลังถูกกองทหารรัสเซียยิงจรวดถล่มเสียหายอย่างหนัก ตนจากมาทำงานในประเทศไทยได้ 2 ปีแล้ว รู้สึกเป็นห่วงคนในครอบครัวอย่างมาก ตอนนี้ทุกคนได้แต่หลบภัยอยู่ในห้องใต้ดินยอมเปิดโต๊ะเจรจารัสเซียแล้วสำนักข่าวต่างประเทศรายงานล่าสุด นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ตัดสินใจที่จะเจรจากับรัฐบาลรัสเซียแล้ว หลังหารือทางโทรศัพท์กับนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชงโก ประธานาธิบดีเบลารุส ระบุว่า ยูเครนตกลงที่จะส่งตัวแทนเข้าเจรจากับตัวแทนรัฐบาลรัสเซีย แบบไม่มีการกำหนดเงื่อนไขล่วงหน้า บริเวณพรมแดนเบลารุส ใกล้แม่น้ำปริเปียต และนายลูคาเชงโกยังให้การรับประกันว่า เครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ไปจนถึงระบบขีปนาวุธที่ประจำอยู่ในเบลารุสจะไม่ออกปฏิบัติการ ตลอดระยะเวลาที่ตัวแทนยูเครนเดินทางไปเจรจาและเดินทางกลับ กระนั้นสำนักข่าวบีบีซีอังกฤษ ระบุด้วยว่า ทางการรัสเซียและเบลารุสยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใดๆเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานที่เจรจาเป็นพรมแดนเบลารุส