ก่อนจะถึงไม้กางเขน

ข่าว

      ก่อนจะถึงไม้กางเขน

      กิเลน ประลองเชิง
      18 พ.ย. 2564 05:12 น.
      SHARE

      ก่อนจะถึงไม้กางเขน

      กิเลน ประลองเชิง

      18 พ.ย. 2564 05:12 น.

      คำว่า “ไม้กางเขน” (Cross) เป็นคำเก่ากว่าสามสี่พันปี พบครั้งแรกในจารึกอักษรเฮียโรกราฟฟิกของอียิปต์โบราณ รู้จักกันในชื่อว่า อังก์ (Ankh) ด้านบนเป็นทรงกลม ด้านล่างเป็นกางเขน คล้ายไม้กางเขนชาวคริสต์ (มหัศจรรย์ สัญลักษณ์ เครื่องรางและเคล็ดนำโชค โดย Alys R Yablon ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล แปล)

      นี่คือสัญลักษณ์อียิปต์โบราณ แสดงถึงความเป็นอมตะนิรันดร และเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต

      อังก์ เป็นรูปทรงอันสมบูรณ์ ระหว่างเพศชายและเพศหญิง (คล้าย ศิวลึงค์ โยนี ของฮินดู)

      ในวัฒนธรรมของกรีกโบราณ อักษรกรีกตัวที่ 19 คือเทา (tau) ก็เป็นรูปลักษณะของไม้กางเขนเช่นเดียวกัน

      ต่อมาในสมัยพระเจ้าคอนสแตนตินที่ 1 ซึ่งครองราชย์ระหว่าง ค.ศ.280-237 ทรงเป็นจักรพรรดิโรมันพระองค์แรกที่ประกาศตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน และทรงใช้ไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์แห่งพระคริสต์ศาสนา

      ยังมีความเชื่อถือในวัฒนธรรมที่แตกต่าง

      ไม้กางเขน ที่เรียกว่าฮุคครอส (Hookhed cross) หรือกางเขนรูปตะขอ ก็คือเครื่องหมายสวัสติกะ บางครั้งมีผู้เรียกว่าแกมม่า หลายๆคนมักเข้าใจว่า เป็นสัญลักษณ์ของนาซีเยอรมัน

      แต่ความจริงใช้กันมาก่อนยาวนานนับพันปี ทั้งในโลกตะวันออกและโลกตะวันตก

      สวัสติกะ มีความหมายถึง ความโชคดี มีความเกี่ยวข้องกันทั้งศาสนาฮินดู พุทธ เชน สัมพันธ์กับวัฒนธรรมอินเดียและจีน ทั้งปรากฏในประวัติศาสตร์ของกรีก โรมัน

      ชาวตะวันตกยุคใหม่ ถือว่าสวัสติกะ คือสัญลักษณ์ของรูปตัวแอล (L) ไขว้สลับกัน 4 ตัว แทนความหมายของแอลทั้ง 4 Luck (โชคดี) Light (แสงสว่าง) Life (ชีวิต) และ Love (รัก)

      รูปแบบการรวมกันของ L สี่ตัว ในงานออกแบบสมัยใหม่ นิยมทำสัญลักษณ์ในการ์ดอวยพร และของขวัญ

      สำหรับชาวคริสต์ สัญลักษณ์ไม้กางเขน มีส่วนสำคัญสูงสุดในพิธีกรรมในโบสถ์ของชาวคาทอลิก การมองเห็นไม้กางเขน เปรียบประหนึ่งการเตือนให้รำลึกถึงพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงสละพระชนม์ชีพเพื่อไถ่บาปให้มวลมนุษย์

      ชาวคริสต์มักประดับไม้กางเขนเป็นสิ่งเคารพบูชาประจำบ้าน นิยมไว้บนหัวเตียงเพื่อปกป้องคุ้มครอง เชื่อกันว่า ไม้กางเขนแฝงไว้ด้วยพลังแห่งการฟื้นฟูชีวิต และมีอำนาจในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายนานา

      ตอนหนึ่งในหนังสือ เกร็ดโบราณคดี ประวัติศาสตร์ไทย ส.พลายน้อย เล่าถึง พระเจ้านิโคลาสที่ 2 แห่งรัสเซีย ว่า เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ได้เคยกลืนกางเขนทองเข้าไป

      ไม้กางเขนทองนี้ ได้รับเมื่อวันทำพิธีแบบติสม์ หรือศีลล้างบาป

      ตามปกติแล้ว พระเจ้านิโคลาสที่ 2 ทรงมีพระธำมงรงค์ฝังเศษชิ้นไม้กางเขน (ที่ได้มาจากอันที่พระเยซูถูกตรึง) สวมอยู่เป็นประจำ ถือกันว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ราชวงศ์โรมานอฟรุ่งเรือง

      ว่ากันว่าพระอัยกา พระเจ้านิโคลาสที่ 2 ก็เคยรอดอันตรายด้วยพระธำมรงค์วงนี้

      เมื่อเกิดกบฏบอลเชวิค (ในชั้นแรก บอลเชวิค หมายถึงสมาชิกแห่งพรรคสังคมประชาธิปไตย ซึ่งมีเสียงข้างมากสนับสนุนให้ชนกรรมาชีพใช้กำลังยึดอำนาจ นับจาก พ.ศ.2461 เป็นต้นมา หมายถึงสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์)

      การเมืองพลิกผัน พระเจ้านิโคลาสที่ 2 ถูกจับไปคุมขัง จนถึงวันที่ถูกประหารชีวิต 16 ก.ค. พ.ศ.2461 พระชนมายุ 50 พรรษา นับวันเป็นวันสูญสิ้นราชวงศ์ มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า ทรงลืมสวมพระธำมรงค์วงนั้น.

      กิเลน ประลองเชิง

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        พ่อน้ำตาซึม! ยกที่ดินให้ลูก แต่ถูกฟ้องให้จ่ายค่าเช่า ลั่น ถ้าไม่จ่ายจะไล่ออกจากที่
        03:47

        พ่อน้ำตาซึม! ยกที่ดินให้ลูก แต่ถูกฟ้องให้จ่ายค่าเช่า ลั่น ถ้าไม่จ่ายจะไล่ออกจากที่

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        ไม้กางเขนกางเขนอียิปต์โบราณสัญลักษณ์โบราณกรีกโบราณศาสนาคริสต์เกร็ดโบราณคดี ประวัติศาสตร์ไทยหนังสือชักธงรบกิเลน ประลองเชิง

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565 เวลา 07:48 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์