เมื่อ 2 ต.ค. ชาวอเมริกันหลายหมื่นคนออกมาชุมนุมกันทั่วทั้ง 50 รัฐ ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง ทั้งยังคัดค้านไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับใหม่ของรัฐเท็กซัสที่ห้ามทำแท้งหลังตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ ที่ถือว่าเป็นกฎหมายต่อต้านการทำแท้งที่รุนแรงสุดในสหรัฐฯที่กลุ่มเรียกร้องสิทธิการทำแท้งมองว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ศาลสูงของสหรัฐฯลงมติ 5-4 อนุญาตให้รัฐเท็กซัสบังคับใช้กฎหมายนี้ ทำให้นักการเมืองของพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกันในหลายรัฐกำลังพิจารณาใช้กฎหมายทำแท้งนี้ด้วยการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หรือในวันที่ 1 ธ.ค.ที่ศาลฎีกาจะรับฟังที่อาจพลิกคำตัดสินคดี Roe v Wade ปี ค.ศ.1973 ที่ให้การทำแท้งถูกกฎหมายทั่วประเทศ ทั้งเป็นการชุมนุมที่จัดโดยกลุ่มเดินขบวน วูแมน’ส มาร์ช ที่เริ่มต้นครั้งแรกมีผู้เข้าร่วมหลายล้านคน หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2560 โดยนางราเชล โอ’เลียรี คาร์โมนา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวูแมนฯ เผยว่า ทุกคนเติบโตด้วยความคิดที่ว่าการทำแท้งควรเป็นเรื่องถูกกฎหมายและเข้าถึงได้ทุกคน.