อย่าพาชาติไปยืนบนจุดเสี่ยง

ข่าว

    อย่าพาชาติไปยืนบนจุดเสี่ยง

    เพลิงสุริยะ
    21 ก.ย. 2564 05:24 น.
    SHARE

    อย่าพาชาติไปยืนบนจุดเสี่ยง

    เพลิงสุริยะ

    21 ก.ย. 2564 05:24 น.

    ร้อนแรงทั้งสถานการณ์การเมืองภายในและการเมืองโลกกับปมล่าสุดที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ

    หลังสำนักข่าวบีบีซีรายงานโดยอ้าง นายจ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า จีนออกมาโต้ตอบความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย

    ใน สนธิสัญญา AUKUS ซึ่งเป็นความตกลงด้านความมั่นคงใน ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

    จะส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหาร, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ควอนตัม และความมั่นคงด้านไซเบอร์ระหว่างทั้ง 3 ประเทศ

    โดยเฉพาะสำคัญที่สุดคือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ออสเตรเลีย สามารถสร้าง เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ขึ้นเป็นครั้งแรก และจะกลายเป็นประเทศที่ 7 ของโลกที่มีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เป็นของตัวเอง

    นอกเหนือไปจาก สหรัฐฯ ที่มีอยู่มากที่สุดคือ 68 ลำ, รัสเซีย 29 ลำ, จีน 12 ลำ, สหราชอาณาจักร 11 ลำ, ฝรั่งเศส 8 ลำ และอินเดีย 1 ลำ

    ส่งผลให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และทะเลจีนใต้ ร้อนระอุขึ้นมาทันที

    โฆษกฯต่างประเทศของจีนออกมาระบุว่า ความร่วมมือดังกล่าวเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำลายสันติภาพในภูมิภาค และทำให้การแข่งขันสะสมอาวุธที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เป็นแนวคิดที่ “หลงมาจากสงครามเย็น”

    ไล่หลังมาด้วยบทวิเคราะห์โดยสื่อของรัฐบาลจีนโจมตีออสเตรเลียว่ากำลังเปลี่ยนตัวเอง จากคู่ค้ารายใหญ่ให้กลายมาเป็นปรปักษ์กับจีน

    นอกจากจีนแล้ว ฝรั่งเศส ถือเป็นชาติที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะถูกยกเลิกสัญญาสั่งผลิตเรือดำน้ำ 12 ลำ มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ จนรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสแสดงความผิดหวังว่า “เหมือนถูกแทงข้างหลัง”

    ตามด้วยการเรียกเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐฯ และออสเตรเลีย กลับประเทศ

    ส่อแววว่าจะกลายเป็นวิกฤติการทูตครั้งใหญ่ของ 3 ชาติ

    ขณะที่ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แสดงความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อ ภูมิภาคอาเซียน ตามมา

    สงครามยุคใหม่ระหว่างมหาอำนาจ 2 ขั้ว สหรัฐฯ-จีน ทวีความร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

    เมื่อช่วงต้นเดือน จีนนำทัพชาติพันธมิตร ได้แก่ มองโกเลีย, ปากีสถาน และไทย ฝึกซ้อมทหารรักษาสันติภาพ “Shared Destiny-2021” ที่มณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ด้วยยุทโธปกรณ์จริง

    เป็นศึกงัดข้อของตำรวจโลกเดิมกับตำรวจโลกที่กำลังสถาปนาตนเองขึ้นมาใหม่

    คอยปั่นสถานการณ์ยั่วยุกันไปมา เมื่อไม่กี่วันก่อน กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น ตรวจพบเรือดำน้ำที่เชื่อจะเป็นเรือดำน้ำจีน แอบมาสอดแนมใกล้เกาะทางใต้

    ขณะที่ เกาหลีเหนือ พันธมิตรที่แนบแน่นกับจีน ทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลจากขบวนรถไฟ

    น่าวิตกความขัดแย้งที่เริ่มขยายวงในเวทีการเมืองโลก รัฐบาลไทยจะวางประเทศเราไว้ตรงไหน เดิมเราเดินแนวเป็นกลางมาตลอด แต่ตั้งแต่ที่ คสช. ยึดอำนาจ และสืบเนื่องมาจนถึง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 ณ วันนี้

    ดูเหมือนเราจะเทน้ำหนักไปที่จีนมากเป็นพิเศษ

    ดังนั้น คำเตือนจากกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น สั่งให้ สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แจ้งเตือนพลเมือง ของตนใน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย เมียนมา และไทย

    ให้ระวังการก่อการร้ายด้วยระเบิดพลีชีพ

    จึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรประมาท.

    “เพลิงสุริยะ”

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ออกัสAUKUSสนธิสัญญาAukusภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกจีนเรือดำน้ำก่อการร้ายกล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้า

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 22:44 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์