อาเซียนโคม่า งัดมาตรการ 'ล็อกดาวน์' ฝ่าวิกฤติโควิด-19

ข่าว

    อาเซียนโคม่า งัดมาตรการ 'ล็อกดาวน์' ฝ่าวิกฤติโควิด-19

    ไทยรัฐออนไลน์
    8 ก.ค. 2564 18:44 น.
    SHARE

    อาเซียนโคม่า งัดมาตรการ 'ล็อกดาวน์' ฝ่าวิกฤติโควิด-19

    ไทยรัฐออนไลน์

    8 ก.ค. 2564 18:44 น.
    • หลายประเทศในอาเซียน ต้องประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์คุมการระบาดของโควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งทะยานกว่าระลอกที่ผ่านมา
    • อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม พม่า งัดมาตรการล็อกดาวน์ รวมถึงสั่งห้ามประชาชนออกจากบ้านพัก สกัดการระบาดของโควิด-19
    • ส่องจีน เจ้าพ่อล็อกดาวน์ สั่งปิดเมืองรุ่ยลี่ ทันที สกัดสายพันธุ์เดลตา หลังพบติดเชื้อรายใหม่เพิ่มแค่ 3 คน

    อาเซียนอ่วมหนัก เผชิญวิกฤติโควิด-19

    นาทีนี้ อาเซียน และหลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งจีน กำลังเป็นภูมิภาคที่เผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่หวนกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดกลายพันธุ์ที่สามารถแพร่กระจายติดเชื้อได้ง่ายขึ้นกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ที่มาแรง กำลังพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ รองลงมาคือ เบตา (แอฟริกาใต้) รวมทั้งอัลฟา (อังกฤษ) 

    จากตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งทะยานสูงขึ้น ทำให้หลายประเทศในเอเชียและอาเซียนที่ยังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ประชาชนได้น้อย อีกทั้งยังขาดแคลน ‘อาวุธดีๆ’ วัคซีน mRNA ในการสู้กับเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ ซึ่งผลการศึกษาวิจัยพบว่า วัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา มีประสิทธิภาพป้องกันโควิด-19 กลายพันธุ์ได้ดีกว่าวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีเชื้อตายของบริษัทซิโนแวค และซิโนฟาร์มจากจีน ที่ประสิทธิภาพจะน้อยลงเมื่อต้องไปสู้รบปรบมือกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดการกลายพันธุ์ตลอดเวลา

    รัฐบาลหลายประเทศจึงจำเป็นต้องออกคำสั่งใช้มาตรการล็อกดาวน์เมือง หรือชุมชน ห้ามประชาชนออกจากบ้านในพื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น แม้ทราบดีว่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีรายได้น้อย แต่สิ่งที่รัฐบาลสามารถช่วยได้ คือการให้ความช่วยเหลือและการออกมาตรการเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด

    ชายหาดเกาะบาหลี เกาะท่องเที่ยวของอินโดนีเซียเงียบเหงา ขณะทางการประกาศล็อกดาวน์
    ชายหาดเกาะบาหลี เกาะท่องเที่ยวของอินโดนีเซียเงียบเหงา ขณะทางการประกาศล็อกดาวน์

    อินโดนีเซียล็อกดาวน์แล้ว แต่ยอดติดโควิด-19 ยังพุ่ง

    อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มียอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด โดยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.37 ล้านราย และเสียชีวิต 62,908 ศพ ในวันที่ 8 ก.ค. หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อ 7 ก.ค. พุ่งทะยานถึง 34,379 ราย และเสียชีวิตอีก 1,040 ศพ

    ประธานาธิบดีโจโก วิโดโดแห่งอินโดนีเซีย ได้ประกาศล็อกดาวน์เกาะชวา ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นที่ตั้งของกรุงจาการ์ตา เมืองหลวง รวมทั้งเกาะบาหลี เกาะท่องเที่ยวชื่อดัง เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ขณะพบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงกว่า 20,000 รายต่อวันต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่สร้างความกังวลคือยังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม หลังทางการอินโดนีเซียประกาศล็อกดาวน์เกาะชวามาแล้วหนึ่งสัปดาห์ สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในกรุงจาการ์ตายังไม่ดีขึ้น โดยจากการรายงานของทีมจัดการสถานการณ์โควิด-19 ในจาการ์ตาผ่านทางเว็บไซต์ แจ้งว่า วันที่ 7 ก.ค. ยังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในกรุงจาการ์ตาเพิ่มอีก 9,366 ราย ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิดในเมืองหลวงรวมเป็น 610,303 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ 2.37 ล้านราย

    มาเลเซียล็อกดาวน์มานานกว่าเดือน แต่ยังคุมโควิด-19 ไม่อยู่

    มาเลเซีย เป็นอีกประเทศในอาเซียนที่กลับมาเผชิญวิกฤติโควิด-19 ระบาดอย่างรุนแรง และเป็นการระบาดระลอกที่ 3 จนทำให้นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัดซิน ได้ประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา 

    ทว่าเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจำเป็นต้องประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์คุมการระบาดของโควิด-19 ที่จะสิ้นสุดลงในวันจันทร์ที่ 28 มิ.ย. ออกไปอีกโดยไม่มีกำหนด โดยตั้งเงื่อนไขการจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ก็ต่อเมื่อพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในประเทศลดต่ำลงกว่า 4,000 รายต่อวัน

    อย่างไรก็ตาม หลังรัฐบาลมาเลเซียใช้มาตรการล็อกดาวน์มานานกว่าเดือน ทว่ายังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อ 7 ก.ค. ถึง 7,097 ราย ขณะที่ 6 ก.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7,654 ราย ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในมาเลเซีย 799,790 ราย และเสียชีวิต 5,768 ศพ

    ด้านทีมผู้เชี่ยวชาญในมาเลเซียวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้การควบคุมสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในมาเลเซียยังไม่ดีขึ้น เนื่องจาก 'ก้าวพลาด' มีการตรวจเชิงรุกคัดกรองผู้ติดเชื้อน้อยมาก เมื่อบวกกับความร้ายกาจของเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์หลายชนิด ทำให้มาเลเซียยังไม่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาด แม้ว่าจะล็อกดาวน์ประเทศมานานกว่าเดือน

    เวียดนามล็อกดาวน์โฮจิมินห์ ห้าม 9 ล้านคนออกจากบ้าน

    รัฐบาลเวียดนามได้ออกคำสั่งใช้มาตรการล็อกดาวน์นครโฮจิมินห์ ห้ามประชาชนในเมืองกว่า 9 ล้านคนออกจากบ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. เนื่องจากกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกระลอก จนทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อในการระบาดระลอกล่าสุดเกินกว่า 8,000 ราย

    ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ควบคุมการระบาดของโควิด-19 ชาวเวียดนามในนครโฮจิมินห์ เมืองเศรษฐกิจของประเทศ จะต้องอยู่แต่ในที่พักอาศัย ห้ามออกนอกบ้าน ยกเว้นแต่การซื้อยาหรืออาหารเท่านั้น

    สำหรับสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในเวียดนามขณะนี้ พบติดเชื้อรายใหม่เมื่อ 7 ก.ค. 1,007 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 23,385 ราย เสียชีวิต 102 ศพ


    เมียนมาล็อกดาวน์ มัณฑะเลย์ ห้ามปชช.ในย่างกุ้งออกจากบ้าน

    ทางการเมียนมาได้ประกาศล็อกดาวน์เมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ มาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 ก.ค. ก่อนจะมีคำสั่งห้ามประชาชนในอีกหลายเมืองออกจากบ้าน หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 2,070 ราย และเสียชีวิต 13 ศพ จากการระบาดระลอกที่สาม ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือน พ.ค.

    ต่อมา ทางการเมียนมาได้ออกคำสั่งห้ามประชาชนในนครย่างกุ้ง ออกจากบ้าน ยกเว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องไปพบแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. หลังพบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่พุ่ง 3,947 ราย และเสียชีวิตอีก 57 ศพ ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 174,923 ราย และเสียชีวิต 3,570 ศพ

    ส่วน ฟิลิปปินส์, กัมพูชา และ สปป.ลาว ได้มีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์และยกเลิกล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้แล้ว จนทำให้ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศดีขึ้น

    ส่อง 'จีน-เจ้าพ่อล็อกดาวน์' สั่งปิดเมืองรุ่ยลี่ หลังพบติดเชื้อรายใหม่ไม่กี่คน


    เราคงต้องยอมรับว่า จีน ถือเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการใช้มาตรการล็อกดาวน์ควบคุมการเคลื่อนที่ของประชาชน บวกประสานกับยุทธวิธีคัดกรองเชิงรุก แยกตัวผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัวและชุมชนโดยเร็วที่สุด นับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่อปลายปี 2562

    ขณะนี้การระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ทำให้ทางการจีนต้องหวนกลับมาสั่งล็อกดาวน์เมืองรุ่ยลี่ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองชนชาติไท และจิ่งพัว เต๋อหง และเป็นเมืองชายแดนติดกับเมืองมูเซะของเมียนมาอีกครั้งทันที

    ทางการเมืองรุ่ยลี่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับ 3 ล็อกดาวน์เมืองรุ่ยลี่ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ก.ค. หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 3 ราย ทำให้ชาวเมืองรุ่ยลี่ต้องเผชิญกับการระบาดของโควิดครั้งนี้เป็นรอบที่ 4 แต่ถูกทางการสั่งล็อกดาวน์เป็นครั้งที่ 3 โดยเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ชี้ว่า เมืองรุ่ยลี่เป็นเมืองชายแดน ที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาเป็นระยะทางยาว ทำให้หวั่นเกรงว่าเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดในภูมิภาคอาเซียนอาจเล็ดลอดเข้ามาในจีนได้.

    ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

    อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19อาเซียนspecial contentโควิดอินโดนีเซียล็อกดาวน์ล็อกดาวน์โควิดข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศล่าสุด

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 23:16 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์