ไลฟ์สไตล์
100 year

ทรัมป์ดิ้น โดนสภาผู้แทนฯไต่สวนถอดถอน 2 หน สร้างแพลตฟอร์มโซเชียลเอง

ไทยรัฐออนไลน์
14 ม.ค. 2564 14:37 น.

SHARE

ทรัมป์ดิ้น โดนสภาผู้แทนฯไต่สวนถอดถอน 2 หน สร้างแพลตฟอร์มโซเชียลเอง

ไทยรัฐออนไลน์14 ม.ค. 2564 14:37 น.

  • ทรัมป์ สร้างประวัติศาสตร์ ปธน.สหรัฐฯคนแรก โดนสภาผู้แทนฯผ่านมติให้ดำเนินการถอดถอน อิมพีชเมนต์ 2 รอบ หลังปลุกม็อบบุกสภาคองเกรส
  • แพลตฟอร์มโซเชียลยักษ์ใหญ่พากันแบนทรัมป์ แต่จะคุมอยู่ไหม?
  • ทรัมป์ดิ้น หันไปใช้แพลตฟอร์มโซเชียลที่เล็กกว่า และ ประกาศสร้างแพลตฟอร์มของตัวเอง 

ทรัมป์ สร้างประวัติศาสตร์ ปธน.คนแรกสหรัฐฯ โดนสภาผู้แทนฯอิมพีชฯ2 รอบ

ข่าวแนะนำ

ในที่สุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ เป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯ ที่ถูกสภาผู้แทนราษฎรลงมติดำเนินการอิมพีชเมนต์ ถึง 2 ครั้งเพื่อดำเนินการไต่สวนถอดถอนทรัมป์พ้นจากตำแหน่ง

ข้อหาฉกรรจ์ที่ทำให้สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ นำโดยนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนฯ ลงมติเมื่อ 13 มกราคม เดินเครื่องเร่งถอดถอนทรัมป์ครั้งที่ 2 นี้ คือ ข้อหายุยงปลุกปั่นม็อบก่อจลาจลบุกอาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อ 6 มกราคม 64 จนมีผู้เสียชีวิต 5 ราย เพื่อพยายามขัดขวางสภาคองเกรสรับรอง โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ โดยกล่าวหาไบเดน ขโมยชัยชนะ โกงเลือกตั้ง ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน!!

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้กระบวนการทางสภาของสหรัฐฯ กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นเพื่อหวังจะถอดถอนทรัมป์พ้นตำแหน่ง แต่เราก็ทราบกันดีว่า อาจไม่ทันเวลา...เพราะเหลืออีกไม่กี่วัน ทรัมป์ก็จะหมดวาระ และโจ ไบเดน ก็จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 20 มกราคมนี้แล้ว นอกจากนั้น วุฒิสภาก็มีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก โอกาสที่ มติของ ส.ว.จะถึง 2 ใน 3 ลงดาบอิมพีชเมนต์ทรัมป์ ไม่ใช่เรื่องง่าย

สภาผู้แทนฯสหรัฐฯผ่านมติดำเนินการไต่สวนถอดถอนทรัมป์พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ 13 มกราคม 64
สภาผู้แทนฯสหรัฐฯผ่านมติดำเนินการไต่สวนถอดถอนทรัมป์พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ 13 มกราคม 64

แต่การเคลื่อนไหวเหล่านี้ของสภาคองเกรส ถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ที่แสดงให้เห็น ว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภา และอาจมีสมาชิกพรรครีพับลิกันบางคน'แตกแถว'มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ต้องการไล่ผู้นำแบบทรัมป์ และจะดีใจมากขึ้น หากกระบวนการอิมพีชเมนต์ครั้งที่สองในการถอดถอนทรัมป์จากการเป็นประธานาธิบดีประสบความสำเร็จ

หวั่นม็อบหนุนทรัมป์ก่อเหตุรุนแรงทั่วประเทศและD.C.

แต่เวลานี้ สำหรับเรื่องที่น่ากลัวและสร้างความหวาดหวั่นแม้ทรัมป์จะพ้นตำแหน่งไปแล้วมากกว่า ก็คือ 'ความเป็นทรัมป์' ได้มีการกระจายแพร่พันธุ์ หรืออาจไปกระตุกความคิด ทัศนคติของชาวอเมริกันที่มีแนวคิดแบบเดียวกันกับทรัมป์เรียบร้อยแล้ว จนหวาดวิตกว่าคนเหล่านี้อาจชวนกันออกมาก่อความรุนแรงต่อต้านรัฐบาลโจ ไบเดนได้ตลอดเวลา

หลังเกิดเหตุจลาจลบุกรัฐสภาไม่กี่วัน ก็มีข่าวว่าสำนักข่าวสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ได้รับรายงานข่าวกรองมาว่าบรรดาชาวอเมริกัน สายฮาร์ดคอร์-นิยมความรุนแรงที่สนับสนุนทรัมป์ มีแผนจะก่อม็อบติดอาวุธทั้งในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และตามเมืองเอกของรัฐต่างๆ ทั่วทั้ง 50 รัฐของอเมริกา ถ้าทรัมป์โดนปลดจากตำแหน่งจริง รวมทั้งยังหวั่นม็อบจะก่อเหตุรุนแรงในวันสาบานตนของไบเดน

เรื่องนี้ ทำให้ทรัมป์ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ตั้งแต่ 12 มกราคม เพื่อเปิดทางให้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและเตรียมรับมือเหตุรุนแรง

แพลตฟอร์มโซเชียลระดับโลก แบน-บล็อกบัญชีทรัมป์

ส่วนสิ่งที่บรรดาบริษัทให้บริการโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ระดับโลกช่วยกันทำในขณะนี้ ก็คือการแบน-บล็อกบัญชีของทรัมป์ในการเผยแพร่ข่าวทางแพลตฟอร์มโซเชียล ซึ่งทรัมป์มีความถนัดในการประชาสัมพันธ์มาตั้งแต่สมัยเป็นนักธุรกิจ มาจนถึงการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการหาเสียงเลือกตั้งจนได้เป็นประธานาธิบดี รวมทั้งยังใช้ช่องทางส่งสารถึงชาวอเมริกันผ่านการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว

บริษัท Twitter ได้ประกาศแบนบัญชีทรัมป์อย่างถาวร หลังจากตอนแรก ในวันเกิดเหตุจลาจล ได้สั่งระงับแบบชั่วคราว ส่วน Facebook และ Instagram ภายใต้การนำของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอได้แบนอย่างไม่มีกำหนด

ขณะที่ Youtube ตอนแรกได้ลบคลิปวิดีโอหลายพันคลิปในช่วง ธ.ค.63 รวมทั้งข้อความหลายข้อความที่โพสต์โดยทรัมป์ ก่อนจะสั่งระงับช่องทรัมป์ทางยูทูบเป็นเวลา 7 วันตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม ส่วน Snapchat ก็ประกาศระงับบัญชีแบบไม่มีกำหนดเช่นกัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทรัมป์ประกาศจะสร้างแพลตฟอร์มของตัวเอง 

แต่ถึงแม้ ทรัมป์ได้ถูกแบนทางแพลตฟอร์มโซเชียลระดับโลกเหล่านี้หมด คนอย่างทรัมป์ไม่มีทางยอมแพ้ หันไปใช้ @POTUS ซึ่งเป็นบัญชีทางการของประธานาธิบดีสหรัฐฯและมีผู้ติดตามราว 33.4 ล้านคน โดยทวีตข้อความว่า ‘เราจะไม่ยอมถูกปิดปาก!’

นอกจากนั้น ทรัมป์ยังหันมาใช้งาน Parler ซึ่งเป็นช่องทางโซเชียลมีเดีย ที่เล็กกว่า ซึ่งทรัมป์มีผู้ติดตามราว 2.2 ล้านคน แต่ไม่นาน Parler ก็ถูกถอดออกจาก App store และ Play Store เมื่อ 8 มกราคม ไปเรียบร้อย จนทรัมป์ถึงกับประกาศจะสร้างแพลตฟอร์มโซเชียลของตัวเอง

ตอนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของทรัมป์กำลังเรียกร้องให้ อีลอน มัสก์ นักธุรกิจมหาเศรษฐีคนดัง ช่วยสร้างแพลตฟอร์มโซเชียลให้แก่ทรัมป์ด้วย โดยให้เหตุผลว่า เพื่อรักษาการมีเสรีภาพในการพูดแสดงความคิดเห็นในอเมริกา !!

เรียกว่า นาทีนี้ ทรัมป์ กำลังดิ้นสุดชีวิตเพื่อหาที่หยัดยืนบนโลกออนไลน์ ที่ถือเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการกระจายข่าวสารประชาสัมพันธ์ของโลกยุคนี้ 

และเราคงทราบกันดีว่านี่คือช่องทางกระจายข่าวในปัจจุบันที่จะว่าไปแล้วก็อันตรายที่สุด หากเราใช้งานกันอย่างผิดๆ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข่าวเท็จ ปลุกระดมความคิด โดยไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริง ความถูกต้อง กฎหมาย ศีลธรรมฯ ไปจนถึงการแสดงความเห็นอย่างปราศจากความรักและเมตตา

ผู้เขียน : เวนิส

ที่มา :Washingtonpost ,Dailymail ,Independent

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ประท้วงสหรัฐบุกยึดรัฐสภาสหรัฐspecial contentสหรัฐข่าวต่างประเทศ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2564 เวลา 03:57 น.