ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เปิดฟ้าส่องโลก : ทรัมป์เดินเกมเสี่ยงไป

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย2 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    เรียนรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพไปเมื่อวานนี้ว่า มีการประท้วงครั้งรุนแรงในสหรัฐฯ โดยเริ่มจากเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินเนโซตา เป็นการประท้วงการใช้ความรุนแรงของตำรวจผิวขาวที่กดคอนายจอร์จ ฟลอยด์ อเมริกันผิวสี นานกว่า 8 นาที จนขาดใจตาย

    การใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่อคนผิวสีในสหรัฐฯมีอย่างต่อเนื่อง ใช้ความรุนแรงกันทีก็มีการประท้วงกันที แต่ครั้งนี้มีการใช้ความรุนแรงบวกกับวิกฤติโควิด-19 ผสมกับวิกฤติเศรษฐกิจ การประท้วงจึงบานปลายขยายไปใหญ่โต ขณะที่ผมเรียนรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพอยู่ในขณะนี้ การประท้วงรุนแรงลามปามเป็นขี้กลากลากไปแล้วมากกว่า 25 เมือง นำความสับสนวุ่นวายโกลาหลอลหม่านให้บ้านเมืองจนทางการสหรัฐฯต้องประกาศเคอร์ฟิวหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน และประกาศว่าจะใช้กำลังของรัฐเข้าระงับความรุนแรง

    “มิคสัญญี” หมายถึง ความรู้สึกว่าผู้อื่นเป็นสัตว์ที่ตนต้องล่า “ยุคมิคสัญญี” คือ ยุคที่ผู้คนไล่ล่าฆ่าฟันกัน ซึ่งมิคสัญญีในสหรัฐฯลามปามไปตามเมืองใหญ่ทั้งกรุงวอชิงตัน นิวยอร์ก ชิคาโก ลอสแอนเจลิส แอตแลนตา ฟิลาเดลเฟีย ฯลฯ ผู้ประท้วงจุดไฟเผารถยนต์ สถานที่ราชการ อาคารร้านค้าต่างๆ ทุบทำลายข้าวของ ปล้นสะดม ฯลฯ จนมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

    เหตุการณ์น้ำผึ้งหยดเดียวครั้งนี้ มีผู้นำทางการเมืองอย่างอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ออกมาเรียกร้องให้ทางการมินเนโซตาสอบสวนเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการปฏิบัติกับทุกคนในชาติอย่างเท่าเทียมไม่ว่าเชื้อชาติดั้งเดิมของผู้คนจะมาจากไหน นอกเหนือจากนายโอบามา นักร้อง นักแสดง คนดังทั้งสหรัฐฯต่างออกมาประณามความอยุติธรรมและการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจกันอย่างมาก

    ความกลัวว่าจะมีการต่อต้านสหรัฐฯกระจายขยายไปในทวีปแอฟริกา เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศต่างๆในทวีปแอฟริกา เรื่องออกมาพูดตำหนิรัฐบาลตนเอง อย่างเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำคองโก เคนยา อูกันดา ต่างออกแถลงการณ์ว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย รวมทั้งมาดราม่าว่าตนเองไม่สบายใจต่อการตายของนายจอร์จ ฟลอยด์ พวกทูตพูดเอาใจคนแอฟริกันว่า ผู้รักษากฎหมายจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

    ผมเขียนบทความต่างประเทศมานานกว่า 23 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่ทูตสหรัฐฯออกมาแถลงแสดงความเห็นต่อรัฐบาลของตัวเองผ่านสื่อ แต่ทรัมป์ไม่แคร์ดอกครับ แกทวีตโยนน้ำมันลงไปในกองไฟทำให้คนอเมริกันขัดแย้งกันมากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ ทรัมป์ยังไปเล่นงานจีนด้วยการเอาเรื่องของฮ่องกงมาโจมตี

    ฮ่องกงมีประท้วงรุนแรง รัฐบาลจีนจึงแก้ไขด้วยการเตรียมบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ทรัมป์เห็นว่าสหรัฐฯ สามารถจะใช้เรื่องกฎหมายความมั่นคงเล่นงานจีนได้ แกเริ่มประกาศว่าจะมีการยกเลิกสถานะพิเศษด้านการค้าและการเดินทางของฮ่องกง

    ทรัมป์ไม่ถือว่าฮ่องกงเป็นดินแดนที่แยกการปกครองออกมาจากจีนอีกต่อไป จีนและพวกข้าราชการฮ่องกงทำกับชาวฮ่องกงอย่างนี้ สหรัฐฯจะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่จีนและฮ่องกง การกระทำของทรัมป์คือการแทรกแซงกิจการภายในประเทศของจีนอย่างแท้จริงนั่นเองครับ

    ถ้าฮ่องกงเสียสิทธิพิเศษทางการค้า ผมขอทำนายทายว่าบริษัทอเมริกันและบริษัทต่างชาติที่อิงตะวันตกจะย้ายฐานออกจากฮ่องกง ซึ่งตอนนี้มีบริษัทอเมริกันตั้งฐานอยู่ในฮ่องกงมากกว่า 1,200 บริษัท โดย 800 บริษัท คือ สำนักงานใหญ่หรือสำนักงานระดับภูมิภาค ฮ่องกงกับสหรัฐฯค้าขายกันมายาวนาน และเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับที่ 21

    ทรัมป์เปิดหน้าชกพร้อมกันทั้งกับประชาชนคนอเมริกันของตนเองและศัตรูคู่แข่งอย่างจีน ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ว่าทรัมป์ทำอย่างนี้ทำไม ทำแล้วประเทศที่ตัวเองเป็นประมุขอยู่ร้อนเป็นไฟ ไม่ได้ประโยชน์

    จีนและสหรัฐฯต่างเจอโควิด-19 แต่สหรัฐฯพบหายนะสูงกว่าจีนมาก เล่นกับจีนคราวนี้ สหรัฐฯเสี่ยงเหลือเกิน.


    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
    songlok1997@gmail.com 

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยสหรัฐอเมริกาโดนัล ทรัมป์สิทธิพิเศษทางการค้าประท้วงจีน

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้