ข่าว
100 year

เปิดฟ้าส่องโลก : แก้แค้น เอาคืน ล้างโลกกันไปเลย

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย27 มี.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

เปิดฟ้าส่องโลกฉบับวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 เรื่อง

“จีนกับอิตาลี” มีบางประโยคที่น่าสนใจดังนี้ “อิตาลีเป็นสมาชิกรายแรกของกลุ่ม G7 ที่ร่วมลงนามในโครงการ BRI หรือแผนการริเริ่มแถบและเส้นทาง (เส้นทางสายไหมใหม่) เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีจุยเซปเป คอนเตของอิตาลี ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจีนกับรัฐมนตรีพัฒนาของอิตาลี เพื่อแสดงความสนับสนุนเส้นทางสายไหมใหม่อย่างเป็นทางการของจีน”

“จีนกับอิตาลีลงนาม MOU ทั้งหมด 29 ฉบับ มูลค่าข้อตกลง 2.5 พันล้านยูโร และมีศักยภาพจะขยายไปถึง 2 หมื่นล้านยูโร ผมเชื่อว่าเส้นทางสายไหมใหม่ของจีนจะไปได้ดีมากในยุโรป เพราะท่าเรือสำคัญที่จีนอยากให้มาเข้าร่วมโครงการ BRI คือท่าเรือเจนัวและท่าเรือตรีเอสเต ซึ่งอยู่ในอิตาลีนั้น บัดนี้ได้มาเกี่ยวดองหนองยุ่งกับเส้นทางสายไหมใหม่ของจีนเต็มตัวแล้ว”

“ถ้าเป็นยุโรปตะวันตก ก็อิตาลีนี่แหละครับที่มาแรงแซงโค้งประเทศอื่น จีนเตรียมพร้อมยอมรับที่จะซื้อสินค้าของอิตาลีเพิ่มขึ้น สมัยก่อนตอนที่ยังไม่มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือต่อกัน อิตาลีขาดดุลการค้ากับจีนทุกปี อย่างเมื่อปีที่แล้ว พ.ศ.2561 อิตาลีขาดดุลการค้าจีนมากถึง 1.76 หมื่นล้านยูโร เป็นเงินไทยก็ 6.89 แสนล้านบาท”

“รัฐบาลอิตาลีเอาจีนมาโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางจิตวิทยาสร้างความนิยมจากประชาชนเต็มที เศรษฐกิจอิตาลีแย่มานานหลายสิบปี รัฐบาลอิตาลีให้ความหวังกับประชาชนว่าโครงการต่างๆที่จีนจะมาลงทุน หรือมาร่วมมือกันนั้น จะช่วยกระตุ้นการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของอิตาลี”

ผู้อ่านท่านครับ การกระทำของอิตาลีในครั้งนั้น สหรัฐฯไม่พอใจอย่างมาก หลายคนโจมตีว่าอิตาลีกำลังทำตัวเป็นม้าไม้โทรจันในทวีปยุโรปให้จีน เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวก็ทวีตข้อความต่อต้านการลงนามและการเข้ามายุ่มย่ามในยุโรปโดยใช้อิตาลีเป็นสะพานของจีน

วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่ถึงปี คนจีนโดนพิษเชื้อโควิด-19 มากถึง 81,218 คน มีคนตายไปแล้ว 3,281 คน (ตัวเลข 25 มีนาคม 2563) ส่วนอิตาลีมีคนติดเชื้อไปแล้วมากถึง 69,176 คน มีคนตาย 6,820 คน อิหร่านเป็นอีกประเทศหนึ่งโดยสหรัฐฯเล่นงานหนักทุกการกระดิกพลิกตัว มีคนติดเชื้อ 24,822 คน และมีคนตายไปแล้ว 1,934 คน

ขณะนี้โครงการ BRI เงียบสนิท ไม่มีความเคลื่อนไหวใดเลยแม้แต่น้อย ทุกประเทศ (รวมทั้งจีนและอิตาลี) ต้องพะวงแก้ปัญหาของตัวเอง การระบาดของเชื้อโควิด-19 ลามปามเข้าไปในสเปน (ติดเชื้อ 47,610 คน ตาย 3,434 คน) ฝรั่งเศส (ติดเชื้อ 22,304 คน ตาย 1,100 คน) และไปจนถึงสหรัฐฯซึ่งขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเกินครึ่งแสนคน และมีคนอเมริกันตายไปแล้วถึง 784 คน

โควิด-19 อาจจะจบลงด้วยแผนที่สีแดงเถือกไปทั้งแผ่นดินสหรัฐฯ ซึ่งหมายถึงเป็นพื้นที่ของผู้คิดเชื้อเต็มประเทศก็ได้ ที่จีนตอนนี้ก็มีข่าวการระบาดรอบสองเกิดขึ้นแล้ว เรื่องนี้เหมือนเหตุการณ์เมื่อ 12 สิงหาคม 2558 ที่มีการระเบิดท่าเรือเทียนจินของจีน (คนตาย 173 คน+ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของจีนพัง) มีการระเบิดในวันเวลาเดียวกันเกิดที่กรุงมอสโกด้วย แต่ทำพลาดระเบิดลงไปในแม่น้ำมอสโก จึงไม่มีคนตายและไม่เป็นข่าวใหญ่

อีกสองวันต่อมาก็มีการระเบิดที่สหรัฐฯ กลับมาที่จีนอีกรอบ ระเบิดที่สหรัฐฯ ที่อังกฤษ ที่ฝรั่งเศส ที่จีน ระเบิดกันวุ่นวายขายปลาช่อนทุก 2 วัน แต่ไม่เป็นข่าวใหญ่ รู้กันเฉพาะในวงการการแก้แค้นแน่นอก กระทั่ง 24 สิงหาคม 2558 มีระเบิดเกิดที่คลังแสงฐานทัพสหรัฐฯ ในเมืองซางามิฮาระ จังหวัดคานากาวา แรงระเบิดทำให้คลังแสงพังพาบราบเป็นหน้ากลอง วันรุ่งขึ้น สหรัฐฯรีบออกมาบอกว่า ไม่มีอะไร ไม่มีคนตาย แต่ข่าวจากทางซีกรัสเซียและจีนนั้น เอ็งจบเห่ทั้งฐานทัพ

สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ไอ้ปื๊ดมองอย่างหนึ่ง ส่วนไอ้เปี๊ยกที่มีข้อเท็จจริงเต็มหัว ก็มองอีกอย่างหนึ่ง เอาละวะ ล้างโลกกันไปเลย.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยโควิด-19ไวรัสโคโรนาจีนอิตาลีโครงการ BRI

Most Viewed