กีฬา
100 year

จับตาวิกฤติ : ประท้วงฮ่องกง นายกฯ มหาเธร์หวั่น ซ้ำรอย ‘เทียนอันเหมิน’

ไทยรัฐออนไลน์9 ต.ค. 2562 07:30 น.
SHARE

สถานการณ์ประท้วงที่ฮ่องกงกำลังดำดิ่งลงไปสู่วิกฤตการณ์ที่รุนแรงมากขึ้นอย่างน่ากลัว..หลังจากการชุมนุมยืดเยื้อมานานกว่า 4 เดือน จนแทบมองไม่เห็น ‘แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์’ ว่าจะยุติลงเมื่อใด? และด้วยวิธีไหน?

ตอนนี้ หลายฝ่ายเริ่มมีความวิตกกังวลมากขึ้น และจับตาว่า รัฐบาลจีน ในยุค ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เฝ้าดูสถานการณ์ประท้วงที่ฮ่องกง ด้วยท่าที ‘สงบนิ่ง’ แบบพญามังกร สุดท้าย...จะตัดสินใจใช้ความรุนแรงปราบปรามม็อบฮ่องกง เหมือนกับที่รัฐบาลจีนเคยใช้กำลังทหารปราบปรามม็อบเรียกร้องประชาธิปไตย จนนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อ 30 ปีก่อนหรือไม่ 

*ม็อบคลั่ง ต้านประกาศใช้กฎหมายฉุกเฉินครั้งแรก

หลังจาก นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประกาศใช้กฎหมายฉุกเฉินเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี สั่งห้ามผู้ชุมนุมสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าที่แท้จริง และมีผลบังคับใช้หลังจากเข็มนาฬิกาผ่านพ้นเวลาเที่ยงคืน เข้าสู่วันที่ 5 ตุลาคม 2562 

นอกจากการก่อกวนด้วยการโยนระเบิดเพลิงใส่ตำรวจปราบจลาจล จุดไฟเผาสิ่งของบนถนน และถูกตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนยางจากเจ้าหน้าที่ จนกลายเป็นเรื่องชินตาแล้ว ม็อบได้มีการยกระดับการใช้ความรุนแรงมากขึ้น ทั้งทุบทำลายร้านค้าของชาวจีน และสถานีรถไฟใต้ดิน จนทำให้บริษัท เอ็มทีอาร์ คอร์ปอเรชั่น ดำเนินกิจการรถไฟใต้ดินบนเกาะฮ่องกง ต้องประกาศยุติการให้บริการรถไฟใต้ดินทั้งระบบตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม จนถึงวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562 สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คนจำนวนมากที่ใช้บริการรถไฟใต้ดินเฉลี่ยแล้วมากถึงวันละ 5 ล้านคน

*คืนที่ ‘มืดมนอนธการ’ ที่สุดของฮ่องกง

นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง กล่าวถึงเหตุรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 4 ตุลาคมว่า นับเป็น ‘คืนที่มืดมนที่สุดของฮ่องกง’ เพราะทำให้สังคมฮ่องกงเกือบเป็นอัมพาตในวันรุ่งขึ้น จนทำให้ทุกคนต่างเป็นกังวล และกำลังหวาดกลัว ขณะที่นางแคร์รี แลม เรียกผู้ชุมนุมประท้วงว่า เป็น ผู้ก่อจลาจล

ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ยังแถลงข่าวในวันอังคารที่ 8 ตุลาคม หลังเกิดการประท้วงอย่างรุนแรงที่ฮ่องกงต่อเนื่องมา 3 วันว่า เหตุประท้วงในฮ่องกงได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของฮ่องกงในช่วงไตรมาสที่ 3 อย่างหนัก เพราะ 6 วันแรกของเดือนตุลาคม ปีนี้ ในขณะที่เป็นช่วงวันหยุดยาวของชาวจีน ที่เรียกว่า วันหยุด ‘โกลเด้น วีก’ เฉลิมฉลองวันชาติที่ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม ปรากฏว่าจำนวนนักท่องเที่ยวผู้คนที่มาเยือนฮ่องกง ตกฮวบลงไปถึง 50%

เวลานี้ ร้านค้าปลีก ผู้ประกอบธุรกิจจัดเลี้ยง การท่องเที่ยว โรงแรม กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการประท้วง มีผู้ประกอบการ พนักงาน ได้รับผลกระทบจากวิกฤติประท้วงที่ยืดเยื้อกว่า 4 เดือนแล้วราว 500,000 คน

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน


* ท้าทายความนิยมของ สี จิ้นผิงมากที่สุด

รอยเตอร์ชี้ว่า การประท้วงบนเกาะฮ่องกงที่ไม่มีสัญญาณว่าจะทุเลาเบาลง ถือเป็นการท้าทายความนิยมของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนมากที่สุด นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่อำนาจดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนเมื่อปี 2555 และถือเป็นวิกฤติทางการเมืองที่หนักหนาสาหัสที่สุดของฮ่องกง นับตั้งแต่อังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้แก่จีน ในปี 2540 เลยทีเดียว

เพราะจากการประท้วงที่เริ่มในเดือนมิถุนายน 2562 จากการต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ได้ลุกลามมาเป็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยต่อต้านการเข้ามาลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนชาวฮ่องกง ซึ่งผู้ประท้วงถือว่า รัฐบาลจีนเข้ามาแทรกแซงระบอบการปกครองที่เรียกว่า ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ ที่เคยให้คำมั่นสัญญากับชาวฮ่องกงไว้ตั้งแต่อังกฤษคืนเกาะแห่งนี้ให้แก่จีน

*ย้อนดูประวัติศาสตร์ของฮ่องกง

ตามมุมมองของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อในสหรัฐฯ ชี้ถึงวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นบนเกาะฮ่องกง ด้วยการย้อนดูประวัติศาสตร์ของฮ่องกงก่อนว่า เคยเกิดอะไรที่นี่!

เพราะถึงแม้วันนี้ ฮ่องกงเป็นดินแดนของจีน แต่ฮ่องกงก็มีการใช้สกุลเงินเป็นของตนเอง มีระบบการเมืองและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญ คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่บนเกาะฮ่องกง ไม่คิดว่าตนเองเป็นชาวจีน (Chinese) แต่คิดว่าพวกตนเป็น ชาวฮ่องกง (Hong Kongers) มากกว่า

ความแตกต่างระหว่างชาวจีนกับชาวฮ่องกงนั้น ย้อนกลับไปหลายรุ่น เพราะเกาะฮ่องกง เคยตกเป็นเมืองขึ้นและเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรมานานกว่า 150 ปี จนกระทั่งอังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้แก่จีนในปี 2540 และวันนี้ ระบบกฎหมายของฮ่องกงก็ยังคงเป็น ‘กระจก’ ที่สะท้อนให้เห็นรูปแบบการปกครองของอังกฤษที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมปกครองเกาะเล็กๆ ที่มั่งคั่งแห่งนี้มาก่อน

นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดแห่งมาเลเซีย


*นายกฯ มหาเธร์ ชี้ ‘แคร์รี แลม’ ต้องลาออก

ท่ามกลางวิกฤตการณ์บนเกาะฮ่องกงที่รุนแรงขึ้น เว็บไซต์ เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ รายงาน นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดของมาเลเซีย ได้กล่าวแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาถึงการหาทางออกของฮ่องกงว่า ตามความคิดเห็นของตน ‘นางแคร์รี แลม ควรลาออก’

นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 94 ปี ได้กล่าวเตือนด้วยความหวั่นวิตกว่า อาจเกิดเหตุการณ์นองเลือด ซ้ำรอยการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อปี 2530 ถ้าหากสถานการณ์รุนแรงบนเกาะฮ่องกงยังคงดำเนินอยู่อย่างนี้ต่อไป

และตามความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ เชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว จีนจะตัดสินใจทำเช่นนั้นอีก

นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

‘ความจริง คือเธอ (แลม) ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอต้องฟังหัวหน้าของเธอ แต่ขณะเดียวกัน เธอต้องถามความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเธอเองด้วย’ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวทิ้งท้าย ระหว่างการตอบคำถามของประธานสมาคมทนายความฮ่องกง ในช่วงถาม-ตอบ

และนี่ถือเป็นการแสดงความเห็น ของนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ ซึ่งนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุมากที่สุดในโลกด้วยวัย 94 ปี และยัง ‘ผ่านร้อนผ่านหนาว’ ทางการเมืองมายาวนานเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ เป็นเวลา 22 ปี ก่อนจะหวนกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแดนเสือเหลืองอีกครั้งเมื่อปี 2561 เพื่อต้องการกอบกู้แก้ไขวิกฤตการณ์ของประเทศมาเลเซีย

คล้อยหลังความเห็นของนายกรัญมนตรีมหาเธร์ผ่านไปไม่กี่วัน... กองทัพจีนได้มีการขยับ ประกาศเตือนผู้ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่า ห้ามยิงแสงเลเซอร์มายังค่ายทหารของจีนบนเกาะฮ่องกง หากใครฝ่าฝืนอาจโดนจับกุม

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรกของจีน นับตั้งแต่เกิดการประท้วงที่ฮ่องกงมานานกว่า 4 เดือน หลังจากมีข่าวมาก่อนหน้าแล้วว่า กองทัพจีนมีการเสริมกำลังทหารไปประจำการที่ฮ่องกงเพิ่มขึ้นนับหมื่นนาย จนน่าหวาดหวั่น

เรียกว่า วิกฤตการณ์บนเกาะฮ่องกง ณ เวลานี้ กำลังดำเนินสู่จุดตึงเครียดสูงสุด ส่วนจะจบลงแบบไหน และทางการจีนจะใช้วิธีการใด คงได้แต่ภาวนาและขออย่าให้สถานการณ์บีบบังคับจนต้องจบแบบเหตุการณ์ที่เทียนอันเหมินเลย...

ข่าวเกี่ยวข้อง

กองทัพจีนขยับ ‘ชักธงเหลือง’ เตือนม็อบฮ่องกงครั้งแรก หลังประท้วงเดือด

ฮ่องกงอัมพาต ม็อบประท้วงเดือด รบ.แบนสวมหน้ากาก รถไฟใต้ดินหยุดวิ่งหมด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม็อบฮ่องกงข่าวเด่นประท้วงฮ่องกงฮ่องกงจีน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้