ข่าว
100 year

นาวิกานุภาพจีนผงาด

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย14 พ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

จีนมีนโยบาย 4 ทันสมัย คือ เกษตรกรรมทันสมัย อุตสาหกรรมทันสมัย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทันสมัย และการป้องกันประเทศทันสมัย จีนพัฒนาความทันสมัยด้านต่างๆอย่างประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก

จีนก้าวจากมหาอำนาจระดับภูมิภาคไปเป็นมหาอำนาจระดับโลกแล้ว และขณะนี้จีนในยุคของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกำลังทำให้ 3 สถาบันหลักของประเทศมีความมั่นคงเข้มแข็งยิ่งขึ้นทั้งสถาบันพรรค สถาบันรัฐ และสถาบันกองทัพ

สถาบันพรรคคือ พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่กำหนดนโยบายการเมือง การทหาร การเศรษฐกิจ การระหว่างประเทศ และความมั่นคง สถาบันรัฐคือ รัฐบาลทั้งส่วนกลางที่กรุงปักกิ่ง และรัฐบาลท้องถิ่นในมณฑลที่นำนโยบายที่พรรคกำหนดไปบริหาร สถาบันกองทัพคือ กองทัพปลดแอกประชาชนที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และพรรคคอมมิวนิสต์จีน

พลเรือเอก แกรี รัฟเฮด อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการทางทะเลแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ และเป็นประธานคณะกรรมการร่วมของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันที่สภาคองเกรสตั้งขึ้นเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ว่า ถ้าสหรัฐฯรบกับจีนด้วยประเด็นไต้หวัน สหรัฐฯอาจจะแพ้

ก่อนหน้าที่สี จิ้นผิงจะขึ้นครองอำนาจ แสนยานุภาพของกองทัพเรือจีนยังห่างชั้นจากกองทัพเรือสหรัฐฯมาก แต่พอสี จิ้นผิงครองอำนาจวาระที่ 2 เราก็พบว่านาวิกานุภาพของกองทัพเรือจีนนั้นยิ่งใหญ่จนเกือบจะตามนาวิกานุภาพของสหรัฐฯได้ทัน

กองทัพปลดแอกประชาชนจีนที่ประกอบไปด้วยกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ พัฒนาอย่างยิ่งยวดทุกกองทัพ สำหรับกองทัพเรือนั้น จีนพัฒนาเรือรบรุ่นใหม่ที่ทันสมัย เน้นสมรรถนะและขีดความสามารถมากกว่าเน้นจำนวน จีนทุ่มทุนมหาศาลด้วยการผลิตเรือดำน้ำ เรือรบผิวน้ำ เรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบติดจรวดต่อต้านผิวน้ำ เรือยกพลขึ้นบก ฯลฯ

กองเรือดำน้ำของจีนขณะนี้มีประสิทธิภาพมาก ทั้ง SSN หรือเรือดำน้ำโจมตีด้วยพลังงานนิวเคลียร์ 5 ลำ SSBN หรือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์โจมตีด้วยขีปนาวุธใต้น้ำ 4 ลำ เรือดำน้ำพลังงานดีเซลโจมตี 53 ลำ พ.ศ.2563 จีนจะมีเรือดำน้ำเพิ่มเป็น 80 ลำ (ตอนนี้มี 60 ลำ)

เดิมจีนไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบิน พ.ศ.2554 จึงไปซื้อโครงเรือบรรทุกเครื่องบินจากอูเครน มาปรับปรุงและเริ่มทดสอบในทะเล ทว่าขณะนี้จีนกำลังสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินอีกหลายลำและมีการฝึกปฏิบัติการบินจากดาดฟ้าของเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพมาก

พลเรือเอกฟิลิป เดวิดสัน ให้ข้อมูลกับสภาคองเกรสว่า จีนสามารถควบคุมทะเลจีนใต้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในทุกสถานการณ์ เว้นกรณีเกิดสงคราม เป้าหมายของจีนคือ การควบคุมน่านน้ำใกล้บ้านทั้ง 3 สมุทร ได้แก่ ทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออก และทะเลเหลือง

การคุมทะเลจีนใต้ได้ทำให้จีนคุมประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ส่วนทะเลจีนตะวันออกก็เกี่ยวกับญี่ปุ่น และทะเลเหลืองก็เกี่ยวกับคาบสมุทรเกาหลี

IISS หรือสถาบันยุทธศาสตร์ศึกษานานาชาติในกรุงลอนดอน ออกรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ว่า ตั้งแต่ พ.ศ.2557 จีนปล่อยเรือรบ เรือดำน้ำ เรือสนับสนุน และเรือสะเทินน้ำสะเทินบก รวมกันแล้วมีจำนวนมากกว่าเรือทั้งหมดในกองทัพเรือสหราชอาณาจักร ระหว่าง พ.ศ.2558-2560 จีนปล่อยเรือมีน้ำหนักรวม 4 แสนตัน มากกว่าที่อู่ต่อเรือของสหรัฐฯผลิตได้ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 2 เท่า

รายงานของชาติตะวันตกบอกว่า จนถึงปัจจุบัน กองทัพจีนมีเรือรบและเรือดำน้ำรวม 400 ลำ วิทยาลัยการทัพเรือสหรัฐฯคาดการณ์ว่า ภายใน พ.ศ.2573 จีนจะมีเรือรบและเรือดำน้ำมากกว่า 530 ลำ ขณะที่จำนวนเรือรบและเรือดำน้ำของสหรัฐฯ เมื่อมีนาคม 2562 มีเพียง 288 ลำ

บริษัทสารสนเทศการทหารทำรายงานเสนอคณะกรรมาธิการความมั่นคงและเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีน ของสภาคองเกรส บอกว่าระหว่าง พ.ศ.2558 เป็นต้นมา ค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 นับตั้งแต่ พ.ศ.2543 จีนเปลี่ยนจากการรับมือภัยคุกคามทางบกและป้องกันชายฝั่ง มาเป็นการปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลและเส้นทางการค้าในทะเลหลวง

อ่านรายงานการศึกษาจากหลายหน่วยงาน ทำให้เรามั่นใจในข้อมูลที่ว่า ‘นาวิกานุภาพของจีน’ ผงาดแล้วครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นาวิกานุภาพกองทัพเรือจีนทะเลจีนใต้ความมั่นคงนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยเปิดฟ้าส่องโลก

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้