กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯสั่งโยกงบ 3.1 หมื่นล้าน สร้างกำแพงกั้นชายแดนติดเม็กซิโกแล้ว ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของ ปธน.ทรัมป์ แม้ถูกคัดค้านอย่างหนัก
เมื่อ 26 มี.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศ และบีบีซี รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีคำสั่งโยกงบประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก ความยาว 91 กิโลเมตร ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นครั้งแรกแล้ว หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อ 15 ก.พ.62 โดยไม่ผ่านการพิจารณาจากสภาคองเกรส
แถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า นายแพทริก แชนาฮาน รักษาการรมว.กลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานทหารช่างของกองทัพบก ปฏิบัติตามแผนและดำเนินการโยกงบประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ไปให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและสำนักงานศุลกากรและลาดตระเวนชายแดน
...
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดึงงบประมาณของกองทัพบก 1,000 ล้านดอลลาร์ มาสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งทรัมป์ได้ยกเหตุผลว่า เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ของสหรัฐฯ เป็นวิกฤตการณ์ และจำเป็นต้องมีเครื่องขัดขวาง หรืออุปสรรคทางกายภาพเพื่อหยุดยั้งอาชญากรไม่ให้ข้ามชายแดนจากเม็กซิโกเข้ามาในสหรัฐฯ
อ่านข่าว>>16 รัฐ รวมตัวฟ้อง ทรัมป์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดึงงบสร้างกำแพง
อย่างไรก็ตาม การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวของทรัมป์ ได้ถูกคัดค้านต่อต้านอย่างหนักจากสมาชิกสภาของพรรคเดโมแครต และต่อมา รัฐบาลท้องถิ่น 16 รัฐ ในสหรัฐฯ นำโดยรัฐแคลิฟอร์เนียได้รวมตัวยื่นฟ้องทรัมป์ต่อศาลเขตแคลิฟอร์เนีย เมื่อ 18 ก.พ. เนื่องจากเห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจโดยมิชอบ.