รัฐบาลท้องถิ่น 16 รัฐในสหรัฐฯ รวมตัวยื่นฟ้อง ปธน.ทรัมป์ ใช้อำนาจโดยมิชอบ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดึงงบกว่า 2 แสนล้าน สร้างกำแพงกั้นชายแดนติดเม็กซิโก หลังสภาคองเกรสไม่อนุมัติ
เมื่อ 19 ก.พ.62 สำนักข่าวต่างประเทศและบีบีซี รายงานว่า รัฐบาลท้องถิ่น 16 รัฐในสหรัฐฯ นำโดยรัฐแคลิฟอร์เนีย ผนึกกำลังยื่นฟ้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลเขตแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 18 ก.พ.62 กรณีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อ 15 ก.พ.62 เพื่อหวังนำเงินงบประมาณเกือบ 8,000 ล้านดอลลาร์ (2.56 แสนล้านบาท) มาใช้ในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก โดยไม่ผ่านการพิจารณาจากสภาคองเกรส
...
นายเซเวียร์ บีเซอร์รา อัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า พวกเรากำลังนำประธานาธิบดีทรัมป์ไปสู่กระบวนการยุติธรรมในศาล เพื่อขัดขวางการใช้อำนาจโดยมิชอบของเขาในฐานะผู้นำประเทศ ‘พวกเรากำลังฟ้องประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อหยุดเขาจากการปล้นเงินภาษีแต่เพียงข้างเดียว โดยไม่ผ่านสมาชิกสภาคองเกรสซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในรัฐของเรา ทำเนียบประธานาธิบดีไม่ใช่สถานที่สำหรับการแสดงละคร’ นายบีเซอร์รากล่าว
บีบีซีแจ้งว่า การยื่นฟ้องทรัมป์ของรัฐบาลท้องถิ่น 16 รัฐในสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ก.พ. เพื่อพยายามให้ศาลออกคำสั่งในเบื้องต้นหยุดยั้งการกระทำของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในระหว่างที่การต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรมอยู่ในชั้นศาล
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อดึงงบประมาณบางส่วนสร้างกำแพงกั้นชายแดนติดเม็กซิโก ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่ผู้สนับสนุนตั้งแต่สมัยหาเสียงเลือกตั้ง หลังจากสภาครองเกรสปฏิเสธที่จะอนุมัติงบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นชายแดน จนทำให้ทรัมป์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดึงงบ 8 พันล้านดอลลาร์มาสร้างกำแพง ในขณะที่ทรัมป์ยอมรับว่าการตัดสินใจของเขาในเรื่องนี้จะทำให้เขาถูกฟ้องและนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมาย ซึ่งดูเหมือนจะไปจบลงในศาลสูงเลยทีเดียว.