ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีท่าทีรอมชอมกับเกาหลีเหนือ ซึ่งสหรัฐฯ เคยตราหน้าเป็น 1 ใน “อักษะปีศาจ” ร่วมกับอิรักและอิหร่าน แต่เขากลับใช้นโยบายแข็งกร้าวกับอิหร่าน ถึงขั้นยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ 6 ชาติมหาอำนาจทำไว้กับอิหร่าน และสั่งคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้งและหนักขึ้น6 ชาติมหาอำนาจ หรือ “พี 5+1” คือสหรัฐฯ (ยุคประธานาธิบดีบารัค โอบามา) อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย เยอรมนี ทำข้อตกลงปี 2558 กำหนดให้อิหร่านจำกัดโครงการนิวเคลียร์ที่สงสัยว่าจะใช้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ สหภาพยุโรป (อียู) และสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แต่ทรัมป์เห็นว่าเป็นข้อตกลงที่แย่และเสียเปรียบอิหร่านสุดๆ และไม่ทำให้อิหร่านหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ จึงสั่งยกเลิกมหาอำนาจอีก 5 ชาติที่เป็นภาคีข้อตกลงต่างคัดค้านทรัมป์สุดตัว ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี แกนนำอียูถึงขั้นประกาศตั้ง “กลไกสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางการค้า” (INSTEX) เพื่อรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์และผลประโยชน์ของบริษัทต่างๆของอียูกับอิหร่านไว้ แต่ดูเหมือนอิหร่านจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นักคำเตือนของอยาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดของอิหร่านต่อคณะรัฐบาลตั้งแต่เดือน ก.ค. 2561 แต่เพิ่งถูกเผยแพร่เมื่อ 4 มี.ค. สะท้อนเรื่องนี้ชัดเจน โดยคาเมเนอี ชี้ว่าพวกยุโรปล้วนเลวร้ายทั้งสิ้น มีนโยบายที่เป็นภัยต่ออิหร่านมาตลอดช่วง 100-200 ปีหลัง จึงอย่าไปหวังพึ่งยุโรป ส่วนการผ่อนคลายมาตรการ คว่ำบาตรตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของอิหร่านแต่อย่างใดเดือนที่แล้ว คาเมเนอีก็เตือนรัฐบาลว่าอย่าถูกหลอกลวงจาก “รอยยิ้ม” ของชาติยุโรปจริงๆ แล้ว การเมืองภายในอิหร่านมีความขัดแย้งกันมายาวนาน โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ยุคนี้ก็เช่นกัน โดยขณะที่ฝ่ายประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ซึ่งเป็นพวก “สายกลาง” สนับสนุนข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 และการผูกมิตรไมตรีกับสหรัฐฯ และยุโรป แต่ฝ่าย “สายเหยี่ยว” ซึ่งสนับสนุนคาเมเนอี กลับต่อต้านการประนีประนอมใดๆกับแรงกดดันของต่างชาติ เพราะเห็นว่าขัดกับคุณค่าของ “การปฏิวัติอิสลาม”ความขัดแย้งภายในที่รุนแรงนี้ทำให้นายโมฮัมหมัด จาวาด ซาริฟ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน นักการทูตผู้โชกโชน หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่านจนทำให้มีข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ถึงกับประกาศลาออกทางอินสตาแกรมเมื่อเดือนที่แล้ว แต่รูฮานีไม่อนุมัติ หลัง ส.ส.ส่วนใหญ่ร่วมส่งจดหมายเปิดผนึกขอให้เขายับยั้งการลาออกดูๆแล้ว นอกจากอิหร่านต้องต่อสู้กับศัตรูภายนอก การเมืองภายในยังงัดกันไม่เบาด้วย นโยบายใดๆที่ออกมาจึงขึ้นอยู่กับว่า “สายกลาง” หรือ “สายเหยี่ยว” ใครจะแข็งกว่ากัน!บวร โทศรีแก้ว