ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าเรื่องของทะไลลามะได้รับความสนใจจากผู้อ่านท่านที่เคารพ ผมดูจากคอมเมนต์ในไลน์แอทไอดี @ntp5 ซึ่งขณะนี้มีสมาชิก 40,111 คน มีเพื่อนไลน์คอมเมนต์เรื่องทะไลลามะมาหลายร้อยคน ผมจึงต้องลากยาวมาจนถึงพฤหัสบดีวันนี้ครับ
ทะไลลามะจะมีอำนาจสมบูรณ์ในความเป็นผู้นำศาสนาและการปกครองเมื่ออายุ 18 ปีบริบูรณ์ แต่เมื่อทะไลลามะเทนซิน กยัตโซ อายุเพียง 15 ปี เหมาเจ๋อตงก็ล้มล้างระบอบการปกครองเดิมและหันไปใช้ระบอบคอมมิวนิสต์ปกครองประเทศเมื่อ พ.ศ.2492 จากนั้น กองทัพจีนคอมมิวนิสต์ก็ยกเข้ารุกรานทิเบตด้านตะวันออก รัฐบาลทิเบตจึงรีบมอบอำนาจให้ทะไลลามะก่อนถึงเวลาที่ควรจะมอบถึง 3 ปี จากนั้นก็ให้ทะไลลามะองค์ที่ 14 ไปอยู่จุมบีซึ่งเป็นเมืองใกล้ชายแดนอินเดีย
ทิเบตร้องเรียนสหประชาชาติ แต่ยูเอ็นก็ไม่สนับสนุนทะไลลามะให้ต่อต้านการรุกรานของจีน แถมผู้แทนทิเบตยังถูกบังคับให้ต้องลงนามในสัญญาเกี่ยวกับทิเบตที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2494 จากนั้น จีนก็ให้ทะไลลามะกลับมาเป็นผู้นำทิเบตที่กรุงลาซา แต่ต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองทัพจีน
เพราะความไม่ยอมทำหน้าที่ให้เต็มอำนาจสมความภาคภูมิของยูเอ็น ทำให้จีนประกาศให้ทิเบตเป็นเขตปกครองตนเองภายใต้การคุ้มครองของจีนในด้านการทหารและการต่างประเทศ อีก 3 เดือนต่อมา คือเดือนกันยายน พ.ศ.2494 จีนก็เข้ามายึดอำนาจการปกครองและขับไล่พระสงฆ์ ทะไลลามะและคนทิเบตมีอำนาจน้อยกว่าจีนทุกด้าน แม้จะโดนจีนเข้ายึดอำนาจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากตะโกนก้องร้องต่อสู้ด้วยปากเพื่อรักษาสิทธิของตัวเองและของพุทธจักร
มีนาคม พ.ศ.2502 เกิดการปฏิวัติในทิเบต รัฐบาลจีนจึงประกาศจับทะไลลามะ พระองค์พร้อมด้วยชาวทิเบตอีกหลายแสนคนจึงต้องลี้ภัยออกจากทิเบตไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่เมืองธรรมศาลาของอินเดีย เมื่อทะไลลามะพ้นแผ่นดินทิเบตแล้ว รัฐบาลจีนก็สั่งยุบรัฐบาลทะไลลามะในทิเบต และแต่งตั้ง
...
ปัญเชนลามะซึ่งเป็นผู้นำสงฆ์อีกนิกายหนึ่งในทิเบตให้เป็นผู้นำรัฐบาลใหม่ปัญหาทิเบตกับจีนรุนแรงมาตั้งแต่ พ.ศ.2502 จนถึงปีหน้า พ.ศ.2562 ก็ครบ 60 ปีพอดี อย่างที่ผมเรียนไปแล้วเมื่อสองสามวันก่อนครับว่า ในวาระที่ครบรอบ 60 ปี รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์จะชูเรื่องทิเบตมาเล่นงานจีนเป็นการใหญ่ ย้อนหลังไปสมัยปีแรกๆ ที่ทะไลลามะองค์ที่ 14 ไปอยู่อินเดีย ท่านก็พยายามกลับไปมีอำนาจในทิเบตใหม่ จัดพบปะสื่อมวลชนอย่างสม่ำเสมอ
นายกรัฐมนตรีอินเดียสมัยนั้นคือ ยวาหร์ลาล เนห์รู ก็พยายามปรับความเข้าใจกับจีน คือไม่อยากมีเรื่องกับจีนเพราะทะไลลามะ นายกฯอินเดียพยายามปรามทะไลลามะว่าอย่าทำกิจกรรม ออกนอกหน้ามากนัก เพราะตอนนั้นอินเดียยังจน แถมยังต้องมาจัดหาที่พักและอาหารให้คนทิเบตอีกเป็นแสนที่หนีลี้ภัยเข้ามา แถมยังมีชาวทิเบตอีกมากกว่า 2 หมื่นคนที่หนีเข้าไปอยู่ในเนปาล ภูฏาน และสิกขิม จน พ.ศ.2505 จีนกับอินเดียมีเรื่องขัดแย้งกัน อินเดียจึงยอมให้ทะไลลามะเดินทางไปพบปะกับชาวต่างชาติในประเทศต่างๆทั่วโลกได้
ขณะอยู่ในอินเดีย ทะไลลามะเตือนให้ชาวทิเบตรำลึกนึกถึงบุญคุณของรัฐบาลอินเดียที่ช่วยเหลือชาวทิเบตลี้ภัย ท่านพยายามดำรงวัฒนธรรม ศาสนา และเอกลักษณ์ของคนทิเบต โดยเชื่อว่าอดีตไม่อาจจะสร้างขึ้นใหม่ได้ ความที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลพลัดถิ่น ทะไลลามะนำให้มีการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
ทะไลลามะและชาวทิเบตมีความหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับไปบ้านเกิดเมืองนอน แต่สำหรับพวกเราชาวต่างชาติที่มองปัญหาจีน-ทิเบต ต่างรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากครับ เพราะนับวันจีนยิ่งแข็งแกร่งขึ้น สหรัฐฯก็ไม่ได้จริงใจที่จะช่วยทิเบต เพียงแต่จะใช้ทิเบตเป็นเครื่องมือทำให้จีนเสียภาพลักษณ์เท่านั้น
เรื่องทิเบตและทะไลลามะของผมจบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ.
อ่านเพิ่มเติม
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com