เจ้าหน้าที่สอบสวนของสหรัฐฯ เผย พบรอยแตกที่มองไม่เห็นบนใบพัดเครื่องยนต์ของเครื่องบินเซาท์เวสต์ ที่เกิดอุบัติเหตุเครื่องยนต์ระเบิดกลางอากาศ จนทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 1 คน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB) เปิดเผยในวันพฤหัสบดีที่ 19 เม.ย. ว่า พวกเขาเสร็จสิ้นการตรวจสอบเบื้องต้นถึงสาเหตุที่ทำให้ เครื่องยนต์ของเครื่องบินโดยสารสายการบิน ‘เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส’ เที่ยวบินที่ 1380 ระเบิดกลางอากาศที่ความสูง 32,000 ฟุต จนเศษชิ้นส่วนมากระแทกกระจกหน้าต่างแตก และทำให้นางเจนนิเฟอร์ ริออร์แดน วัย 43 ปี ถูกกระแสลมดูดจนเกือบหลุดออกไปจากตัวเครื่อง สุดท้ายนางริออร์แดนก็เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

NTSB ระบุว่า พวกเขาพบรอยแตกที่ไม่สามารถมองเห็นได้อยู่บนใบพัดเครื่องบนต์ ‘CFM56-7B’ โดยนนาย โรเบิร์ต ซัมวอลต์ ประธาน NTSB ระบุว่า ใบพัดใบหนึ่งของเที่ยวบิน 1380 หัก 2 จุด บริเวณใกล้จุดศูนย์กลาง และบริเวณกลางใบพัด และหนึ่งในรอยแตกมีความเกี่ยวข้องกับปัญหา ‘ความล้าของโลหะ’ (metal fatigue) หรือภาวะที่เหล็กอ่อนแอลงจากความเครียดที่เกิดจากการสะสมของรอยแตกเล็กๆ

นางเจนนิเฟอร์ ริออร์แดน ผู้เสียชีวิต
นางเจนนิเฟอร์ ริออร์แดน ผู้เสียชีวิต

...

อนึ่ง เหตุการณ์เครื่องยนต์ขัดข้องลักษณ์คล้ายกันนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับเที่ยวบินของ เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส เมื่อปี 2559 ซึ่งในครั้งนั้นเครื่องบินลงจอดอย่างปลอดภัยในรัฐฟลอริดา อย่างไรก็ตาม นายซัมวอลต์ระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า ทำไมเครื่องยนต์ซ้ายของเที่ยวบิน 1380 จึงทำงานผิดปกติเมื่อเครื่องบินบินถึงความสูง 32,000 ฟุต

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 18 เม.ย. สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (FAA) ได้สั่งให้มีการตรวจสอบเครื่องยนต์ CFM56-7B มากกว่า 220 เครื่องทั่วประเทศตลอด 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะใช้เครื่องเอ็กซ์-เรย์ และเครื่องอัลตราซาวด์ ตรวจสอบทันทีที่เครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ชนิดนี้ บินขึ้นและลงจอดตามจำนวนครั้งที่กำหนด