พ่อเด็ก 7 ขวบ ร้องรองปลัดกระทรวงยุติธรรม คู่กรณี โจ๋ 18 ลูกชายเสี่ยตลาดนัดย่านลาดพร้าว 101 ที่ซิ่งเบนซ์ชนเมียดับ-ลูกชายสาหัส ส่อเบี้ยวข้อตกลง ทั้งที่แรกๆ ฝ่ายพ่อพูดดิบดี “พร้อมรับเป็นบุตรบุญธรรม” มาตอนนี้สอบถามกลับเงียบหาย ส่วนด้านคดีไม่มีความคืบหน้า

จากกรณีที่วัยรุ่นชายอายุ 18 ปี ขับรถเบนซ์ไปชนรถเก๋งสองคัน บริเวณ ถ.เลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก ย่านคู้บอน จนเป็นเหตุทำให้ นางนุจิรา คชายนต์ อายุ 37 ปี เสียชีวิต ขณะกำลังขับรถส่งลูกไปโรงเรียน ส่วน ด.ช.นโม บุตรชาย อายุ 7 ขวบนั้น อาการสาหัส ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยคู่กรณีได้ประกาศผ่านสื่อว่า จะดูแลครอบครัวของผู้เสียหายให้ถึงที่สุด ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น (พ่อ นศ.หนุ่ม ควบเบนซ์ชนคนตาย พร้อมรับเด็กชาย 7 ขวบเป็นลูกบุญธรรม (คลิป)

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 พ.ค.60 ที่กระทรวงยุติธรรม นายวงค์ศิริ คชายนต์ อายุ 35 ปี บิดาของ ด.ช.นโม บุตรชาย อายุ 7 ขวบ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือทางคดี หลังไม่มีความคืบหน้าจากคู่กรณี

นายวงค์ศิริ กล่าวว่า วันนี้มาเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมซึ่งต้องสูญเสียครอบครัวไป โดยในเรื่องคดีความ หลังคู่กรณีได้นัดเจรจาทุกครั้งที่ สน.คันนายาว แต่จะคุยเฉพาะเรื่องประกันเยียวยาอย่างเดียว ไม่เคยถามถึงความเดือดร้อนของครอบครัวเลย ซึ่งการเจรจาครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายของลูกชาย และคู่กรณีหาว่าตนไม่ได้เรียกร้องไปเอง ทั้งๆ ที่หลังเกิดอุบัติเหตุ คู่กรณีพูดออกสื่อว่า “จะรับผิดชอบช่วยเหลือลูกชายตนเป็นบุตรบุญธรรม” แต่สุดท้ายก็เงียบหายไป ส่วนเรื่องคดีความตนสอบถามไปยังร้อยเวรเจ้าของคดีกลับไม่มีความคืบหน้า และไม่ทราบว่าตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว

...

"ขณะนี้ค่าใช้จ่ายต่อเติมเตียงนอนคนป่วย ถังออกซิเจน อุปกรณ์ดูดเสมหะ ฯลฯ ภายในบ้านตนต้องออกค่าใช้จ่ายเองเพราะพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง เนื่องจากหลังเกิดเหตุตนไม่ได้ทำงานเลย ต้องออกมาดูแลลูกชายที่อยู่ รพ.เด็ก ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งผมต้องเดินทางไปกลับทุกวัน เพราะโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้นอนค้างคืน โดยตอนนี้อาการลูกชายดีขึ้นบ้าง แต่อาการทางสมองต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และขณะนี้ได้เงินช่วยเหลือจากคู่กรณีทั้งหมดเพียง 153,000 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผมทำใจไม่ค่อยได้ เพราะคบกับภรรยามาเกือบ 14 ปีแล้ว ก่อนต้องมาสูญเสียครอบครัวไป" นายวงค์ศิริ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี เผยว่า เบื้องต้นทราบว่าตำรวจเคยนัดหมายให้มาสอบปากคำทั้งสองฝ่าย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้นัด และผู้เสียหายไม่ทราบว่าคดีดำเนินการถึงขั้นไหนแล้ว หลังจากนี้เตรียมประสานไปยังร้อยเวรเจ้าของคดี เพื่อให้สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย.