บริการข่าวไทยรัฐ

พ่อ นศ.หนุ่ม ควบเบนซ์ชนคนตาย พร้อมรับเด็กชาย 7 ขวบเป็นลูกบุญธรรม (คลิป)

ตร.คันนายาว รับมอบตัว นศ.หนุ่มขับ "เบนซ์ สปอร์ต" ชนวีออสแม่ดับ ส่วนลูก 7 ขวบสาหัส ก่อนแจ้งข้อหา พร้อมส่งฝากขังศาลมีนบุรีวันนี้ ขณะที่พ่อ นศ.หนุ่ม เจ้าของตลาดนัด ย่านลาดพร้าว 101 ยินดีชดใช้ค่าเสียหายทุกอย่าง ระบุเป็นไปได้ พร้อมรับลูกชายเหยื่อเป็นบุตรบุญธรรม

ความคืบหน้ากรณีที่วัยรุ่นชาย อายุ 18 ปี ขับรถเบนซ์ไปชน รถเก๋งสองคัน บริเวณถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก ย่านคู้บอน จนเป็นเหตุทำให้ นางนุจิรา คชายนต์ อายุ 37 ปี เสียชีวิต ส่วนบุตรชายอายุ 7 ขวบ นั้น ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ 16 มี.ค.60 ที่ สน.คันนายาว พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว รับมอบตัวนายโจ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านบางเขน ในข้อหา "ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส มีทรัพย์สินเสียหาย" หลังจากก่อเหตุขับรถชนจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดบนถนนคู่ขนานเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก แขวงบางชัน เขตคันนายาว กทม. เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค.60 นายโจ ขับรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ สปอร์ต 2 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร มาตามถนนคู่ขนานเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก เส้นทางจากห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ มุ่งหน้าถนนคู้บอน ซึ่งเป็นถนนสวนเลน จากนั้น นายโจ ตัดสินใจแซงออกขวาแล้วเร่งความเร็วเพื่อแซงรถคันหน้าแต่ไม่พ้นไปเฉี่ยวชนกับรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า สีดำ ไม่ทราบรายละเอียด และพุ่งชนประสานงากับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌฐ 8418 กรุงเทพมหานคร จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นางนุจิรา คชายนต์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1027 ซ.นิมิตรใหม่ 40 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กทม. ในรถยังมี ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัสนำตัวส่ง รพ.พญาไท นวมินทร์ ส่วนนายโจ ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเดียวกัน จากการตรวจสอบไม่พบแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด หรือสารเสพติดแต่อย่างใด

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวอีกว่า นายโจ มีใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นชั้นพนักงานสอบสวน ได้รับมอบตัวและเร่งสอบสวน พร้อมส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีในวันนี้ ส่วนการประกันตัวให้ผู้ต้องหายื่นที่ชั้นศาลเอง ก็ให้เป็นดุลพินิจของศาลจังหวัดมีนบุรีต่อไป

ด้าน นายพ่อของนายโจ กล่าวว่า ตนทำธุรกิจเป็นเจ้าของตลาดนัดในซอยลาดพร้าว 101 ส่วนลูกชายเป็นนักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยเอกชนย่านบางเขน คืนเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงค่ำลูกชายไปทำรายงานที่บ้านเพื่อนย่านลาดพร้าววังหิน โดยขออนุญาตขับรถเบนซ์ของแม่ไป จากนั้นเวลาประมาณ 01.00 น. ตนเห็นว่าดึกมากแล้วจึงโทรศัพท์เร่งให้ลูกรีบกลับบ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. ลูกชายรีบขับรถกลับบ้านโดยใช้ความเร็วและขับแซงจนเกิดเหตุสลดขึ้น อย่างไรก็ตนจะรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่าง กับทุกราย และจะดูแลเรื่องค่ารักษาเด็ก ที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล และหากเป็นไปได้ตนอยากจะขอเด็กมาเป็นลูกบุญธรรม เพื่อดูแลอย่างเต็มที่ต่อไป.