ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน สั่งจำคุก 5 ปี พี่เลี้ยงสับเปลี่ยนตัวเด็ก พรากเด็กไปจากแม่ ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว รอฟังคำสั่งจากศาลฎีกา

ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี  เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 พ.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 คดีหมายเลขดำที่ อ 900/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อ355/2568 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์ และ น.ส.มยุรี วงค์กระโซ่ โจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นางวิสุดา หรือส้ม สัจจะ เป็นจำเลย ในความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อหากำไร

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2565 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควร พราก ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 1 ปี ไปเสียจาก น.ส.มยุรี วงค์กระโซ่  มารดา เพื่อหากำไรด้วยการซื้อขายและแลกเปลี่ยนตัวเด็ก เหตุเกิดที่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์จำเลยขอถอนคำให้การเดิม และให้การใหม่เป็น รับสารภาพ คดีนี้ศาลจังหวัดพัทยา ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้ 5 ปี ไม่รอลงอาญา 

ต่อมาจำเลยอุทธรณ์ อ้างว่ามีบุตรต้องเลี้ยงดูหลายคน ขอให้ศาลลงโทษสถานเบาด้วย 

ศาลอุทธรณ์ภาค 2  ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลย เพียงว่า สมควรลงโทษจำเลยสถานเบากว่าศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเด็กเพื่อหากำไรนั้น นับเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ร้ายแรง โทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดก่อนลดโทษให้นับเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว คำอ้างของจำเลยเป็นเพียงเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัวของจำเลยเท่านั้น บุคคลทั่ว ๆ ไปในสถานะเช่นเดียวกับจำเลยก็มีภาระ ที่ไม่แตกต่างไปจากจำเลย จำเลยจึงไม่อาจอ้างภาระความจำเป็นส่วนตัวเพื่อให้ลดโทษลงอีก ที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษมานั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน  

...

ภายหลังญาติ นางวิสุดา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด 25,000 บาท และติดอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ (EM)ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา

ศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้ว มีคำสั่งเห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณามีคำสั่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนางวิสุดา ไปคุมขังที่เรือนจำเพื่อรอฟังคำสั่งประกันตัวจากศาลฎีกาต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ : แม่ใจสลาย วอนช่วยตามหาลูกแท้ๆ ถูกพี่เลี้ยงสลับตัว หลงเลี้ยงลูกคนอื่นนาน 3 ปี