ตำรวจคุมตัวสาวสองโหดทำแผนฯฆ่าเผานักศึกษาหนุ่มคาหอพัก เจ้าตัวเครียด อ้างรู้จักผู้ตายทางเฟซบุ๊ก ก่อนนัดมาเจอกันที่ห้องแล้วทะเลาะกันเรื่องเงินถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน คว้ามีดจ้วงอกดับคาที่แล้วจุดไฟเผาอำพราง คอตกเจอ 4 ข้อหาหนัก นำตัวไปฝากขังศาล คัดค้านประกันตัว ขณะที่แม่ผู้ตายร่ำไห้เป็นลมล้มพับขณะฝังศพลูกชาย วอนเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหามากราบขอขมาศพ

จากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญนายวิศว หรือซัน แต้มประสิทธิ์ อายุ 22 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ถูกคนร้ายใช้มีดจ้วงแทงเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แล้วจุดไฟเผาอำพรางคาหอพักในซอยประชาชื่นนนทบุรี 8 แยก 1 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี เหตุเกิดเย็นวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุตำรวจติดตามจับกุมนายณัฐวุฒิ อ้นโต อายุ 21 ปี สาวประเภทสอง ขณะหนีกบดานที่บ้านเกิด อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ช่วงค่ำวันที่ 8 ส.ค. คุมตัวกลับมาสอบสวนที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพอ้างทะเลาะกับผู้ตายเรื่องเงิน

ความคืบหน้า เมื่อเช้าวันที่ 9 ส.ค. พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ สอบปากคำนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาฆ่าเผาอำพรางนายวิศวเพิ่มเติม ก่อนแจ้งข้อกล่าวหารวม 4 ข้อหา ประกอบด้วยฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, วางเพลิงเผาทรัพย์, อำพรางศพ และลักทรัพย์ หลังสอบปากคำเสร็จ ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมด้วยชุดสืบสวน ภ.จ.นนทบุรี และชุดปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) คุมตัวผู้ต้องหาที่สวมหมวกกันน็อกไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในห้องพักที่เกิดเหตุในซอยประชาชื่นนนทบุรี 8/1 ต.บางเขน จุดแรกผู้ต้องหาขี่รถ จยย.มาจอดในลานจอดรถหน้าหอพัก ส่วนอีกจุดในห้องพักผู้เสียชีวิตบนชั้น 6 สถานที่ฆ่าเผาผู้ตาย ระหว่างทำแผนฯ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ผู้ต้องหาไม่ตอบคำถามใดๆ

...

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาอยู่ในอาการเครียดและให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา คำให้การสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ส่วนประเด็นการก่อเหตุมาจากทะเลาะกันเรื่องเงิน หลังผู้ตายขอเพิ่ม แต่ตกลงกันไม่ได้ รายละเอียดต่างๆอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นและอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ จุดเริ่มต้นมาจากทั้งคู่มีปากเสียงกันถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน ผู้ต้องหาหยิบมีดในห้องผู้ตายแทงเข้าหน้าอก 1 ครั้งจนล้ม จากนั้นนำเสื้อผ้าหมอนผ้าห่มมาพันร่างผู้ตายแล้วจุดไฟเผาอำพรางก่อนหลบหนีไป

ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์กล่าวอีกว่า ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ผู้ต้องหาบอกว่ารู้จักกันทางเฟซบุ๊กตั้งแต่ต้นปี 67 จากนั้นติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมา ผู้ต้องหาอ้างว่าเพิ่งเจอกับผู้ตายครั้งแรก ตามไทม์ไลน์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุพบว่าผู้ต้องหาเดินทางมาจาก จ.นครสวรรค์ ไปเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้นเดินทางมายังกรุงเทพฯในวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา เข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านพญาไทถึงวันที่ 7 ส.ค.แล้วเดินทางไปที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ หรือสถานีกลางบางซื่อ ก่อนนัดกับผู้ตายว่าจะไปหาที่ห้องพักพร้อมกับเปิด Google Maps เดินออกจากสถานีกลางบางซื่อไปหาผู้ตายที่ห้องพัก ระหว่างเดินไปรู้สึกว่าไกล บังเอิญเจอรถ จยย.จอดเสียบกุญแจคาไว้ริมถนน ตัดสินใจขโมยรถขี่ไปหาผู้ตายที่ห้องพัก ส่วนจะนัดหมายมาทำอะไรกันไม่สามารถเปิดเผยได้

“การก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาไม่ได้เตรียมการไว้ เป็นการก่อเหตุซึ่งหน้า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมไม่พบว่าเคยกระทำความผิดมาก่อน ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ ปัจจุบันไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ส่วนโทรศัพท์มือถือผู้ตาย ผู้ต้องหานำไปขายร้านรับซื้อโทรศัพท์ ย่านสุขุมวิท ราคา 4,500 บาท อยู่ระหว่างติดตามของกลางนำมาประกอบเป็นหลักฐานในสำนวนคดี ช่วงบ่ายหลังทำแผนฯเสร็จจะคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรีฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว” พ.ต.อ.พิสุทธิ์กล่าว

ส่วนบรรยากาศที่บ้านนายวิศว เลขที่ 19/8 หมู่ 5 ต.ทุ่งยาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง หลังญาตินำศพกลับบ้านเกิดผู้ตายตั้งแต่เย็นวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเช้าวันรุ่งขึ้นญาติๆร่วมทำพิธีตามศาสนาอิสลาม ขณะที่นางศุนิชละมัย กูมุดา แม่ผู้ตายร่ำไห้เป็นลมล้มพับไป ญาติต้องเข้าไปช่วยประคอง จากนั้นนายยูนูส หูเขียว อายุ 63 ปี ตาผู้ตาย และเป็นโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดในหมู่บ้าน พร้อมญาติๆช่วยกันเคลื่อนศพนายวิศวไปฝังที่กุโบว์บ้านป่าขวาง อยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 1 กม.

ด้านนางศุนิชละมัย แม่ผู้ตาย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ความรู้สึกแรกหลังรู้ข่าวตำรวจจับกุมคนร้ายได้ก็โล่งใจไปได้นิดนึง แต่ยังไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ที่อ้างว่าลงมือเพราะทะเลาะกับลูกชายเรื่องเงินก็ไม่เชื่อ เพราะตนรู้มาว่าลูกชายเพิ่งเจอกับผู้ต้องหาเป็นครั้งแรก แม่ยังติดใจค้างคาใจอีกหลายส่วน แม้ว่าตำรวจตามจับคนร้ายได้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าคดีจะเป็นอย่างไรต่อ คนร้ายจะได้รับโทษอย่างไร ในเมื่อลูกแม่ตายไปแล้วก็อยากให้ตำรวจนำคนร้ายมากราบขมาบนหลุมศพของลูกชายได้ไหม เพราะสิ่งที่ทำกับลูกมันโหดร้ายเกินไป หากสื่อสารไปถึงลูกชายได้อยากบอกว่าให้ลูกไปสบาย ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว คนร้ายถูกจับกุมแล้ว

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่