ไฟใต้ระอุ แนวร่วมโจรใต้ลอบวางเพลิง-บึมป่วนเมือง 38 จุด ใน 21 อำเภอ 3 จังหวัดปลายด้ามขวาน นัดแนะก่อเหตุพร้อมกันช่วงกลางดึก ทั้งบุกเผาเซเว่นฯ วางระเบิดปั๊มน้ำมันกำลังก่อสร้าง คนงานสาวพม่าเคราะห์ร้ายสังเวยชีวิต 1 ศพ วางเพลิงโกดังบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า เผารถบรรทุกปล้นทรัพย์โรงโม่หิน เผารถบดถนน รถแบ็กโฮ โปรยตะปูเรือใบ เผายางรถยนต์ เสาไฟฟ้า เสามือถือ กล้องวงจรปิดเสียหายเรียบ ชี้เป้าหมายทำลายทรัพย์สิน สร้างความปั่นป่วน ไม่ได้มุ่งหวังชีวิต คาดลงมือแก้แค้นให้พรรคพวกที่เพิ่งถูกวิสามัญฯ 2 ศพ ทำลายความสงบสุขช่วงเดือนรอมฎอน และครบ 20 ปี เหตุการณ์ตากใบ นายกฯส่ง รรท.ผบ.ตร.บินด่วนลงพื้นที่ สั่งคุมเข้มดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน โดยเฉพาะ 10 วันสุดท้ายของการถือศีลอดที่กลุ่มคนร้ายจ้องลงมือก่อเหตุ สถานการณ์ไฟใต้ทวีความรุนแรงขึ้นมาอีกระลอก แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางเพลิงเผาป่วนเมือง 38 จุดใน 21 อำเภอของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุเกิดช่วงเวลา 01.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก. สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา บ้านปูยุด ต.ปูยุด นำกำลังตำรวจประสานรถดับเพลิงไประงับเหตุ พบเพลิงลุกไหม้ภายในร้านอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดนานกว่า 1 ชม. ควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่เผาผลาญสินค้าและอุปกรณ์ภายในร้านเสียหายทั้งหมด สอบถามพนักงานทราบว่า มีคนร้าย 3 คนบุกเข้ามายิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดขู่บังคับให้พนักงานทั้งหมดวิ่งหนีออกไปจากร้าน จากนั้นราดน้ำมันที่เคาน์เตอร์แล้วจุดไฟเผา ก่อนพากันวิ่งออกจากร้านขี่รถ จยย.หลบหนีไป ตรวจสอบหน้าร้านพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. 3 ปลอกและกระสุนปืนยาว 1 นัด ตกอยู่ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ยังมีคนร้ายกระจายกำลังลอบวางเพลิงและวางระเบิดในพื้นที่อื่นๆของ จ.ปัตตานี อีก 19 จุด ประกอบด้วย วางระเบิดภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. หมู่ 2 ต.เกาะจัน อ.มายอ เป็นปั๊มน้ำมันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีผู้เสียชีวิต 1 ศพชื่อ น.ส.มีมี่โส อายุ 27 ปี คนงานก่อสร้างชาวเมียนมาถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย ลอบวางเพลิงเผาร้านเซเว่นฯสาขาบางปู หมู่ 3 ต.บางปู อ.ยะหริ่ง ลอบเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เก่า ริมถนนสาย 4092 บ้านเจาะบาแน หมู่ 6 ต.ลุโบะยิไร อ.มายอ เผายางรถยนต์บนถนนสาย 410 หน้า รพ.สต.เมาะมาวี อ.ยะรัง เผายางรถยนต์บริเวณโค้งบ้านบางูกา หมู่ 4 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง วางเพลิงเผาร้านเซเว่นฯ หน้ามหาวิทยาลัยฟาฏอนี หมู่ 3 ต.เขาตูม อ.ยะรัง ได้รับความเสียหายบางส่วนจุดต่อมาลอบวางเพลิงเผาร้านเซเว่นฯหน้า รพ.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ วางเพลิงห้องพักรายวันโฮมสวีทโฮมรีสอร์ต หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก เผายางรถยนต์บริเวณสะพานชะเมา หมู่ 4 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก วางเพลิงเผาสำนักงานการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาค อ.ทุ่งยางแดง พยายามลอบวางเพลิงร้าน เซเว่นฯ ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น ลอบวางเพลิงสายสัญญาณโทรศัพท์ บนเสาไฟฟ้าสนามฟุตบอลบ้านปากู หมู่ 5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง ลอบวางเพลิงสายสัญญาณโทรศัพท์ บนเสาไฟฟ้า บ้านจะมือฆา หมู่ 7 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง วางเพลิงเสาไฟฟ้า บ้านมอแซง หมู่ 4 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จังหวัดปัตตานี วางเพลิงเผาสายอินเตอร์เน็ตริมถนนสาย 4060 บ้านอุแตบือราแง หมู่ 2 ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ วางเพลิงเสาไฟฟ้า บ้านบิลยา หมู่ 4 ต.ตะโละไกรทอง อ.ไม้แก่น ลอบวางเพลิงในพื้นที่ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ วางเพลิงสายเคเบิลในพื้นที่ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี และเผายางรถยนต์ในพื้นที่ ต.บางเก่า อ.สายบุรี รวมทั้งหมด 20 จุด ใน 10 อำเภอ หลังเกิดเหตุในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุรวบรวมพยานหลักฐานเร่งหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายพล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวว่า กำชับชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ทุกจุดเพื่อรวบรวมวัตถุพยาน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดเร่งหาเบาะแสคนร้าย เบื้องต้นพอจะทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้วแต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้รอการขยายผลจากพยานหลักฐานให้ชัดเจน จากพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายที่ลอบวางเพลิงร้านสะดวกซื้อจะก่อเหตุลักษณะเดียวกัน ไม่หวังทำร้ายพนักงานหรือประชาชน คนร้ายจะใช้อาวุธข่มขู่พนักงานให้ออกจากร้านก่อนใช้น้ำมันราดแล้วจุดไฟ ต่างจากการก่อเหตุร้านสะดวกซื้อที่ผ่านมาที่คนร้ายจะนำระเบิด เพลิงซุกไว้ในร้านแล้วตั้งเวลาจุดระเบิดพร้อมกันผบก.ภ.จ.ปัตตานีเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้หน่วยความมั่นคงได้รับรายงานมาแล้วว่า กลุ่มก่อความไม่สงบร่วมกับแนวร่วมชุดปฏิบัติการในพื้นที่พยายามตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐหวังแก้แค้นให้คนร้ายที่ถูกวิสามัญฯ 2 ศพขณะปิดล้อมในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 14 มี.ค. อีกทั้งพยายามก่อเหตุหวังทำลายความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่รัฐในการดูแลความปลอดภัยในช่วงเดือนรอมฎอน และปีนี้ครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์ที่ตากใบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ทุกฝ่ายต้องป้องกันดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มที่ หากใครพบความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จ.ยะลา ช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มคนร้ายก่อเหตุลอบวางเพลิง 11 จุดใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย จุดแรกวางเพลิงเผาโกดังเก็บสินค้า บริษัท สหพันธ์การไฟฟ้า จำกัด จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเตาแก๊ส ตั้งอยู่ภายในโรงบรรจุก๊าซหุงต้ม ปตท. ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา กลุ่มคนร้าย 7 คน อาวุธครบมือ เข้าไป จับตัวพนักงาน รปภ.มัดมือแล้วชิงเอาปืน .38 ไป ก่อนงัดประตูเหล็กเข้าไปราดน้ำมันจุดไฟเผาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโกดังวอดเสียหายทั้งหมด จุดที่ 2 ลอบวางเพลิงเผาร้านเฟอร์นิเจอร์อภิรักษ์ สาขาบันนังสตา บริเวณสามแยกบ้านเฆาะกาโป หมู่ 3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จุดที่ 3 วางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าในพื้นที่รอยต่อ ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จุดที่ 4 วางเพลิงเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ พื้นที่หมู่ 2 บ้านลือเน็ง ต.ปะแต อ.ยะหา จุดที่ 5 เกิดระเบิดดังขึ้น 3-4 ครั้ง คนร้ายวางเพลิงเผารถบรรทุกหกล้อ ก่อนจะบุกเข้าไปปล้นทรัพย์ภายในโรงโม่หินชินวร (ธนบดีศิลา) หมู่ 4 บ้านลิดล ต.ลิดล อ.เมืองยะลาจุดที่ 6 ลอบวางเพลิงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ ต.บ้านแหร อ.ธารโต จุดที่ 7 เผายาง รถยนต์บนถนนบริเวณหน้าที่ทำการ อบต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จุดที่ 8 โปรยตะปูเรือใบ เผารถกระบะ และวางเพลิงเผาบริษัทวัลภา เมทัลชีท หมู่ 1 บ้านพงยือไร ต.บันนังสาเรง อ.เมืองยะลา จุดที่ 9 โปรยตะปูเรือใบและเผายางรถยนต์บนถนนสาย 410 ตรงป้ายบ้านคลองน้ำขุ่น อ.บันนังสตา จุดที่ 10 ลอบวางเพลิงเผาร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ในพื้นที่ อ.ยะหา และจุดที่ 11 ลอบวางเพลิงเผาร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ในพื้นที่ ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลาส่วน จ.นราธิวาส คนร้ายแต่งกายชุดดำ สวมไหมพรมอำพรางใบหน้า มีอาวุธปืนครบมือ แยกย้ายกันก่อเหตุลอบวางเพลิง 7 จุดใน 6 อำเภอ ประกอบด้วย จุดแรก อ.แว้ง คนร้ายบุกเข้าไปวางเพลิงเผารถโฟล์กลิฟต์ ภายในโรงเก็บไม้แปรรูปบริษัท ซาเล่ต์ ฟอร์เรส นรา จำกัด เลขที่ 34/4 หมู่ 1 ต.กายูคละ จุดที่ 2 อ.สุไหงปาดี คนร้ายลอบวางเพลิงรถปูยางมะตอย 1 คัน รถบดถนนแบบล้อยาง 2 คัน และรถบดถนนแบบล้อเหล็ก 1 คัน ของบริษัท SON เอ็นจิเนียริ่ง ที่รับเหมาก่อสร้างถนนสายสุไหงปาดี-สุไหงโก-ลก จอดอยู่ริมถนนบ้านบาโงฮูมอ หมู่ 5 ต.ริโก๋ ได้รับความเสียหายรวม 4 คัน จุดที่ 3 อ.เจาะไอร้อง ลอบ วางเพลิงเผารถแบ็กโฮ 2 คัน รถโกยตัก 2 คัน รถบรรทุกสิบล้อ 2 คัน และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 1 เครื่อง ภายในโรงงานอุตสาหกรรมนราดินขาว หมู่ 6 ต.จวบ จุดที่ 4 อ.จะแนะ กลุ่มคนร้ายประมาณ 20 คน บุกเข้าไปในบริษัทเอเซียเหมืองแร่ บ้านไอร์บาลอ หมู่ 6 ต.ช้างเผือก จับตัว รปภ.มัดไว้ ก่อนแยกย้ายไปวางเพลิงเผารถแบ็กโฮ 3 คัน รถ จยย. 1 คัน และบ้านพักคนงาน 1 หลัง จุดที่ 5 อ.รือเสาะ คนร้ายวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้า บ้านปูโป ต.สามัคคี และจุดที่ 6-7 ที่ อ.ศรีสาคร คนร้ายวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าหน้าโรงเรียนบ้านตามุง และกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าหน้า อบต.เชิงคีรี โดยทั้ง 2 จุดอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.เชิงคีรี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มคนร้ายมีความเชื่อมโยงกันทั้ง 3 จังหวัด นัดแนะวางแผนลงมือก่อเหตุพร้อมกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันรวมทั้งหมด 38 จุดใน 21 อำเภอในช่วงเช้า พล.ท.ศานติ สกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางลงพื้นที่ตรวจดูความเสียหายและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประกอบการที่บริษัท สหพันธ์การไฟฟ้า จำกัด ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา และที่โรงโม่หินชินวร (ธนบดีศิลา) หมู่ 4 ต.ลิดล อ.เมือง ยะลา พล.ท.ศานติกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก วิเคราะห์ว่าเป้าหมายคนร้ายไม่ได้มุ่งต่อชีวิตประชาชน แต่มุ่งไปที่ทรัพย์สินมากกว่า เป็นการก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นในห้วงเดือนรอมฎอน เป็นเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวไทยมุสลิมจะทำแต่ความดี ทุกคนควรประณามกลุ่มที่ก่อเหตุแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงเน้นย้ำ โดยเฉพาะเรื่องฐานปฏิบัติการที่ตั้งของหน่วยให้ช่วยกันดูแล แต่เมื่อคืนจุดเกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ต้องนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงว่าจะทำอย่างไรให้ดูแลได้ทุกพื้นที่ ก่อนหน้านี้มีสายข่าวรายงานว่าคนร้ายเตรียมก่อเหตุในห้วงเดือนรอมฎอน แต่ไม่ได้ระบุสถานที่ จะปฏิบัติการเมื่อมีโอกาสที่พร้อม มีทางหนี พื้นที่ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนแต่ไม่ได้อยู่ 24 ชม.ทำให้เกิดช่องว่าง ห้วงเวลาที่เหลือจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต 1 รายที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี เป็นแรงงานพม่าผู้หญิง ถูกระเบิดในสถานที่ก่อสร้างปั๊มน้ำมัน การก่อเหตุไม่ได้หวังต่อชีวิต แต่เป็นจังหวะพอดีทำให้เกิดการสูญเสียพล.ท.ศานติเผยด้วยว่า หลังเกิดเหตุสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการตามขั้นตอน โดยเฉพาะการดูแลป้องกันพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เร่งสอบสวนหาสาเหตุ และแรงจูงใจการก่อเหตุ พร้อมให้ขยายผลไปยังผู้ร่วมก่อเหตุ และยังฝากความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่และทุกภาคส่วน ย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง และกันพื้นที่เกิดเหตุ กันประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยสูงสุดที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เดินทางมายังอาคารรัฐสภา มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร. รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อคืนที่ผ่านมา จากนั้นนายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานแล้ว พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ จะลงพื้นที่ทันที ได้โทรศัพท์หา ผบ.ทบ.แสดงความเป็นห่วงและสั่งการไปแล้ว เมื่อถามว่ามีรายงานหรือไม่ว่าเหตุใดจึงมีการเจาะจงก่อเหตุรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอน นายกฯกล่าวย้ำว่า เป็นการแสดงกำลัง เขาทำเป็นประจำอยู่แล้ว ต้องไปหาข้อมูลต่อ เมื่อถามว่าเป็นความเกี่ยวเนื่องกับครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์ตากใบด้วยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่าไม่ทราบ เมื่อถามว่ากำชับให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดูแลพื้นที่อย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า สั่งการผ่าน ผบ.ทบ.ไปแล้วหลังเข้าพบนายกฯ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร.บินด่วนลงพื้นที่ จ.ยะลา ในช่วงบ่ายไปตรวจหนึ่งในจุดเกิดเหตุที่บริษัทสหพันธ์ การไฟฟ้า จำกัด อ.เมืองยะลา เพื่อรับทราบสถานการณ์ พร้อมนำข้อห่วงใยของนายกฯไปเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ จากนั้น รรท.ผบ.ตร.เดินทางไปร่วมประชุมที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า (ศปก. ตร.สน.) มี พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พร้อมผู้บังคับ บัญชาระดับสูง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รายงานให้นายกฯได้ทราบ สั่งการให้ลงพื้นที่นำความห่วงใยมาให้ผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ กำชับการดูแลเรื่องความปลอดภัย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เน้นย้ำการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มในมาตรการดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันต้องดูแลสถานที่ราชการและบ้านพักเจ้าหน้าที่ด้วย จากการวิเคราะห์การก่อเหตุจะเห็นได้ว่า คนร้ายไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต แต่เป็นการก่อกวนปั่นป่วนเพื่อแสดงศักยภาพ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายและวางมาตรการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน จะเป็นช่วงที่พี่น้องชาวไทยมุสลิมประกอบศาสนกิจอย่างเคร่งครัดเพื่อผลบุญอันสูงสุด คนร้ายมักใช้ช่วงเวลานี้ในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ ต้องมีมาตรการปฏิบัติอย่างเข้มข้นในการดูแลพื้นที่อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่