ตำรวจได้เค้าแก๊งฆ่าโหดหนุ่มไต้หวันสักลายเต็มตัวนำศพมาทิ้งร้านอาหารร้าง ริมถนนในสนามบินสุวรรณภูมิ สอบพบเหยื่อหนีคดีมาอยู่เมืองไทย ถูก 4 คนร้ายชาติเดียวกันบินตามมาล้างแค้น หลังถูกผู้ตายฉ้อโกงแล้วหลบหนี ก่อนนัดเคลียร์กันในบ้านเช่าย่านจรเข้บัว กรุงเทพฯ แต่ตกลงกันไม่ได้ลงมือจ่อยิงหัวอำมหิต นำศพไปทิ้งอำพราง แล้วพากันเผ่นหนี เจ้าหน้าที่ลุยค้นบ้าน ก่อนระดมชุดสืบสวนไล่ล่าแก๊งทมิฬอุ้มฆ่าหนุ่มไต้หวันนำศพมาทิ้งร้านอาหารร้างริมถนนสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ก.พ. พ.ต.ต.อุเทน พลับพริ้ม สว. (สอบสวน) สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุชายชาวต่างชาติถูกทำร้ายเสียชีวิตยู่ภายในร้านอาหารร้างริมถนนสนามบินสุวรรณภูมิ สาย 4 ต.หนองปรือ อ.บางพลี ไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรปราการ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู และแพทย์เวร รพ.จุฬารัตน์ 9ที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามโรงบำบัดน้ำเสีย บริเวณทางเข้าร้านอาหารร้างปลูกเป็นเพิงหมาแหงนชั้นเดียว พบรอยเลือดและชิ้นส่วนมันสมองตกกระจายเต็มพื้นมีถุงมือผ้าสีดำตกอยู่ 1 คู่ นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดเป็นทางเข้าไปภายในร้าน เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบด้านใน พบศพชายต่างชาติไม่ทราบชื่อลักษณะคล้ายชาวจีน นอนหงายอยู่กับพื้น มีแผลถูกยิงด้วยกระสุนไม่ทราบขนาดเข้าที่ขมับซ้าย 1 นัด และใต้กกหูซ้าย 1 นัด ผู้ตายมีรอยสักรูปยักษ์ที่แขนและรูปสักลายอื่นๆทั่วตัว สวมเสื้อคอกลมสีดำมีอักษรที่ด้านหลังว่า ASPA นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำใส่ถุงเท้าสีเทา ไม่สวมรองเท้า นิ้วก้อยข้างขวาสวมแหวนทองตัดลายเงิน ส่วนนิ้วกลางข้างซ้ายพบแหวนทอง ตรวจสอบไม่พบเอกสารใดๆ มีเพียงเงินสด 3,181 บาท เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตประมาณ 4-6 ชม.นายดิลก สามารถ อายุ 28 ปี พนักงานทำความสะอาดและเก็บขยะภายในสนามบินสุวรรณภูมิ พยานพบศพคนแรกให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมเพื่อนพนักงานช่วยกันทำงานในช่วงเช้า หลังเสร็จงานนัดกันมาที่ร้านอาหารร้างแห่งนี้ที่เจ้าของเลิกกิจการไปแล้ว เพื่อจะกินอาหารกลางวัน เนื่องจากปกติหลังทำงานเสร็จพวกตนมักมานอนพักในร้านเป็นประจำ กระทั่งเดินไปถึงทางเข้าเห็นรอยเลือดหยดตามพื้น เมื่อเข้าไปดูด้านในพบศพดังกล่าว รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาร้านอาหารแห่งนี้ไม่มีใครอยู่มีเพียงพวกพนักงานทำความสะอาดมากินข้าวและนอนพักเท่านั้น หลังเลิกงานก็จะกลับบ้าน ทำให้ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ขณะเดียวกันตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในสนามบินสุวรรณภูมิพบว่า ช่วงเวลา 07.30 น.วันที่ 25 ก.พ. พบรถเก๋งต้องสงสัยยี่ห้อมาสด้า สีแดง ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน ขับเข้าวนบริเวณถนนหลายรอบ ก่อนเลี้ยวเข้าไปร้านอาหารร้างดังกล่าว แล้วถอยหลังเข้าไปเทียบประตูทางเข้า จุดพบรอยเลือดจุดแรก ไม่นานรถเก๋งคันดังกล่าวขับออกไปทางถนนมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าไปทางร่มเกล้า กทม. เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน นำร่างผู้ตายที่น่าจะถูกยิงเสียชีวิตมาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งร้านอาหารร้างภายในสนามบินสุวรรณภูมิต่อมาเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1.พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุและสภาพศพอีกครั้ง จากนั้นเรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่นำพยานเป็นช่างสักรายหนึ่งมาให้ปากคำ เนื่องจากสงสัยว่าผู้ตายน่าจะเป็นหนุ่มชาวไต้หวันที่เคยไปสักที่ร้านในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเห็นศพและรอยสักที่ตัวเองทำกับมือ ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่เคยไปสักเมื่อปลายปี 66 ที่ผ่านมาพล.ต.ท.จิรสันต์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นชาวต่างชาติรายนี้น่าจะเป็นชาวไต้หวันที่เคยไปสักในเมืองพัทยา จากนี้ต้องพิสูจน์ทราบกันต่อว่าผู้ตายเป็นใคร ชื่ออะไร คาดว่าวันที่ 26 ก.พ. น่าจะมีความชัดเจน ดูจากรอยแผลพบว่า คนร้ายจ่อยิง 2 นัดที่ศีรษะ กระสุนนัดหนึ่งฝังคาอยู่ในหัว ส่วนอีกนัดกำลังสืบหาอยู่ ตอนนี้เป็นไปได้ว่าผู้ตายอาจถูกยิงมาจากที่อื่นหรือฆ่าในที่เกิดเหตุ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องคนร้ายน่าจะโกรธเคือง ไม่พอใจ หรือขัดผลประโยชน์อะไรต่างๆ ส่วนเรื่องรอยสักตามตัวเท่าที่ดูไม่ใช่เป็นสัญลักษณ์แก๊งใดๆ ไม่ใช่แก๊งยากูซ่า เป็นการสักลายทั่วๆไป ขณะนี้ชุดทำงานลงพื้นที่หาข้อมูล คาดว่า 3-5 วัน น่าจะทราบว่าผู้ตายเป็นใครถูกฆ่าด้วยสาเหตุใด และเกี่ยวข้องกับแก๊งฆ่าหรือไม่ต่อมาเวลา 21.00 น. วันที่ 25 ก.พ. พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ นำกำลังชุดสืบสวนไปค้นบ้านเช่าหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านอารียา เดรี่ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. หลังสืบทราบว่าเป็นจุดเกิดเหตุ ที่ผู้ตายถูกกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 4 คนนำตัวผู้ตายมาทำร้าย ก่อนนำไปทิ้งร้านอาหารร้างริมถนนในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อมาถึงพบทั้งหมดหลบหนีไปแล้ว มีรองเท้าและเสื้อผ้าทิ้งไว้ ล่าสุดตำรวจรู้ชื่อ ผู้ตายแล้วคือนายฉี โหมว เจียง อายุ 44 ปี ชาวไต้หวัน มีหมายจับจากทางการไต้หวันคดีลักทรัพย์ก่อนหลบหนีเข้ามอยู่ในประเทศไทย ขณะที่กลุ่มร้ายพบว่าเพิ่งเดินทางจากไต้หวันมาถึงเมืองไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา จากนั้นนัดผู้ตายไปพบพาไปที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อเคลียร์ปัญหาที่ถูกผู้ตายฉ้อโกงแล้วหลบหนีมาเมืองไทย ก่อนร่วมกันฆ่าเหยื่ออย่างโหดเหี้ยม นำศพไปทิ้งแล้วพากันหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะนี้ตำรวจรู้ชื่อคนร้ายหมดแล้ว อยู่ระหว่างติดตามล่ามาดำเนินคดีอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่