191 จับ 3 นักลำเลียงยานรกลอตใหญ่ ยึดของกลางเป็นกุรุส ยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 43 กก. ยาเค 3 กก.ซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะตู้ทึบ 2 คัน หลังขับรถไปรับ ยาเสพติดจากเมืองกรุงเก่ามาจอดพักไว้ในซอยกิ่งแก้ว 11 ย่านบางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ ก่อนทยอยขนลงรถส่งให้ผู้ค้ายาในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล สอบสวนรับสารภาพรับจ้างลำเลียงยามานาน 7 เดือนแล้ว ด้าน รมว.ยุติธรรม เลขาฯ ป.ป.ส. และ พล.ต.ท.สำราญ ร่วมแถลงผลงาน บช.น.ปราบยาเสพติดตั้งแต่ปี 63 สามารถจับกุม 7 เครือข่ายใหญ่ อายัดทรัพย์สินได้รวมกว่าพันล้านบาท191 ขยายผลจับยาเสพติดลอตใหญ่ย่านปริมณฑล เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ม.ค. ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. แถลงข่าวจับกุมนายธนวุฒิ หรือบอม รักเดช อายุ 38 ปี นายพลเชฏฐ์ หรือดำ อ่อนศรีทอง อายุ36ปี และนายณัฐพล หรืออ้น สุลาลัย อายุ 28 ปี ข้อหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า, ยาไอซ์) และร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) อันเป็นกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน พร้อมของกลางยาบ้า 10,320,000 เม็ด ยาไอซ์ 43 กก. คีตามีน 3 กก. รถยนต์ 6 คัน รถ จยย. 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่องสืบเนื่องจากตำรวจ 191 จับกุมผู้ค้ายาเสพติดในซอยสุขสวัสดิ์ 66 อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ขยายผลได้เบาะแสว่า นายธนวุฒิพร้อมพวกเป็นเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติด ใช้รถยนต์หลายคันสับเปลี่ยนส่งยาเสพติดให้ผู้ค้าพื้นที่ถนนกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และพื้นที่ถนนหลวงแพ่ง เขตลาดกระบัง กทม. จึงสะกดรอยติดตามพบผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ใช้รถกระบะตู้ทึบ 2 คัน ขนยาเสพติดในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นมาจอดในซอยกิ่งแก้ว 11 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุม ตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในตู้ท้ายรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน 2 ฒฮ6102 กรุงเทพมหานคร และพบยาไอซ์และยาเคซุกซ่อนอยู่ในตู้ท้ายรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน 2 ฒง2253 กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งยึดรถยนต์และรถ จยย.ที่ใช้ส่งยาเสพติดจอดไว้บริเวณใกล้เคียงจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมานาน 7 เดือนแล้ว ลำเลียงยาเสพติดมาจากอยุธยาเก็บซุกซ่อนไว้ในรถ ก่อนทยอยส่งให้กลุ่มผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ได้ค่าจ้างครั้งละประมาณ 3 แสนบาทต่อคน ตรวจสอบประวัตินายธนวุฒิเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อปี 53 ท้องที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง บช.ปส.ดำเนินคดี พร้อมทั้งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือวันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นประธานแถลงผลงาน บช.น.จับกุมยาเสพติดรายใหญ่และขยายผลยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ร่วมกับ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อัครพล โทยะผกก.สส.บก.น.2 เป็นการขยายผลอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดเป็นผลงานร่วมกันทั้ง ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจ 191ปัจจุบันองค์กรอาชญากรรมที่ทำรายได้สูงสุดในโลกคือ การค้ายาเสพติด การแก้ปัญหาต้องจัดการที่เงินหรือทรัพย์สินที่ผู้ค้ายาเสพติดครอบครองไว้ หากโฟกัสแค่ยาเสพติดจะไม่สามารถขยายผลถึงตัวผู้บงการได้พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวว่า ปฏิบัติการขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการทำงานแบบนิติรัฐ มีการถ่วงดุลอำนาจระหว่างตำรวจและ ป.ป.ส. เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของการทำงานด้าน พ.ต.อ.อัครพลกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 63-64 บช.น.จับกุมเครือข่ายยาเสพติดได้ถึง 7 เครือข่ายจับผู้ต้องหาได้ 27 คน 1 ใน 7 คดี ขยายผลเส้นทางการเงินพบเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวต่างชาติ วันที่ 6 มี.ค.65 จับกุมนายมิน มิน อู ชาวพม่า ทำหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันฯ และสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิดฯ จับได้พื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ปี 65 ถึงปัจจุบัน อายัดทรัพย์สินอาคารชุด บ้านจัดสรร เงินสด เงินฝากในบัญชีธนาคาร และรถยนต์ รวมมูลค่ากว่า 517,632,976.38 บาท ล่าสุดวันที่ 7 ม.ค. อายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก ได้แก่ ที่ดิน บ้าน 10 หลัง และอาคารชุด (คอนโดฯ) 5 ห้อง รวมมูลค่า 537,900,000 บาท บ้านเป็นชื่อของกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับแต่ปล่อยให้ผู้อื่นเช่า ขณะนี้สามารถอายัดทรัพย์สินได้รวมมูลค่า 1,055,532,976.38 บาท จะขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือและขยายผลยึดทรัพย์ต่อไปพล.ต.ท.สำราญกล่าวเพิ่มเติมว่า ตำรวจได้ติดตามคดีเกี่ยวกับยาเสพติดร่วมกับ ป.ป.ส. และกระทรวงยุติธรรมอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ปี 63 สามารถจับกุมยาเสพติดและยึดของกลางเป็นจำนวนมากถึง 7คดี โดย 1 ใน 7 คดีขยายผลเกี่ยวกับการแปรรูปทรัพย์สินกว่า 23 บัญชี รวมถึงทรัพย์สินในรูปแบบอื่นๆ เช่น บ้านและที่ดิน กรรมสิทธิ์ห้องชุด รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทรัพย์สินมีค่า ทองรูปพรรณ ล่าสุดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลอายัดทรัพย์เพิ่มเติมได้อีกอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่