นักเรียนนักเลงก่อเหตุสะเทือนขวัญกลางกรุง สถาบันคู่อริเปิดศึกไล่ยิง นศ.อุเทนถวาย ริมถนนย่านคลองเตย สุดสลดกระสุนพลาดเข้ากลางหน้าผากครูสาวโรงเรียนมัธยมที่เดินมาซื้อของ กำลังจะกลับเข้าโรงเรียนดับสลด เพื่อนครูแห่ดูศพถึงกับปล่อยโฮ ยันเป็นคนดี นักเรียนรัก ต้องทำงานดูแลพ่อแม่ แฉนาทีโหดมือปืนไล่ล่าสุดอำมหิต หลังยิงพลาดไปถูกครูสาว ยังไล่ยิงคู่อริซ้ำอีกหลายนัด แต่กระสุนเข้าที่เอวและลำคอแค่ 2 นัดเลยรอดปาฏิหาริย์ ชุดสืบสวนนครบาลเต้นเร่งล่าตัว ข้อมูลพุ่งไปที่ นศ.สถาบันคู่อริ ก่อนหน้านี้ก่อเหตุไล่ยิงกันมาแล้วนับไม่ถ้วน ช่วงหลังวางแผนแยบยลเอาทะเบียนรถ จยย.ปลอมมาเปลี่ยนใส่พาหนะก่อเหตุด้วยเด็กช่างไล่ยิงกัน ลูกหลงถูกครูสาวดับอนาถครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พ.ย. ร.ต.ท.กฤติกานต์ สายงาม รอง สว. (สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ รับแจ้งเหตุไล่ยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน บริเวณหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาคลองเตย ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม. รายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุประกอบ ด้วย พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ และชุดสืบสวน กก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.5 ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดเกิดเหตุอยู่ข้างธนาคารหน้าตู้เอทีเอ็มพบร่างนายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย สภาพนอนตะเเคงข้างจมกองเลือด สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงยีนส์ขายาว นอนหายใจรวยริน ตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงที่หน้าอก 2 นัด และลำคอ 1 นัด รวม 3 นัด นอกจากนี้ ยังมีมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต ตกอยู่ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร หน่วยกู้ชีพปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ แพทย์เร่งให้การรักษายื้อชีวิต เบื้องต้นอาการคงที่แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องเฝ้าดูอาการแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิดห่างไปประมาณ 10 เมตร บริเวณทางเท้าหน้าธนาคารพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย ทราบชื่อ น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ระดับชั้น ม.ต้น โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ นอนหงายจมกองเลือดหายใจรวยริน สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีแดงคาดขาว กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าผ้าสีขาวด้านหน้า ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลฉกรรจ์ถูกยิงที่หน้าผาก 1 นัด กระสุนฝังในอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน หน่วยกู้ชีพเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลเมดพาร์ค แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาสอบสวนนายสุรชัย สิทธิศรชัย อายุ 60 ปี จยย.รับจ้างวินสามก๊กเบอร์ 1 ใกล้ที่เกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่ม นศ.อุเทนถวายเดินกันมา 4-5 คนมุ่งหน้าแยกคลองเตย จู่ๆมีรถ จยย.ไม่ทราบยี่ห้อ สี รุ่น และหมายเลขทะเบียน มีวัยรุ่น 2 คนขี่ซ้อนกันมาจอดชิดทางเท้า คนซ้อนท้ายสวมเสื้อเเจ็กเกตสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ สวมผ้าคลุมหน้าสีดำ และหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ ลงจากรถ จยย.เดินตามไปแตะที่บ่าด้านหลังของ นศ.ที่บาดเจ็บ พร้อมชักปืนพกแบบลูกโม่ขึ้นมาจ่อยิงที่ท้ายทอย แต่เหยื่อก้มหลบทัน ทำให้กระสุนพลาดไปถูกหน้าผากครูเจี๊ยบที่เดินสวนมาพอดีจนร่างทรุดลงไปกองกับพื้น“หลังจากนั้นกลุ่ม นศ.อุเทนถวายถึงกับแตกฮือ หนีตายไปคนละทิศละทาง แต่มือปืนยังตามไล่ยิงนายธนสรณ์ผู้บาดเจ็บอีกหลายนัด ถูกที่เอวร่างทรุดไปกองอยู่ที่พื้น มือปืนทำท่าจะวิ่งกลับไปขึ้นรถ จยย.เพื่อหลบหนี แต่เพื่อนที่ขี่รถ จยย.ตะโกนสั่งให้กลับไปยิงซ้ำที่ศีรษะให้ตาย ผมเห็นเหตุการณ์รีบตะโกนห้ามให้หยุดยิงได้แล้ว เด็กไม่น่ารอด แต่คนร้ายไม่ฟังวิ่งกลับไปจ่อยิงที่ศีรษะคนเจ็บอีก 2 นัด แต่กระสุนไม่ลั่น ทำให้คนร้ายลดปืนลงมายิงที่คอแทน ก่อนวิ่งไปขึ้นรถ จยย.หลบหนีมุ่งหน้าสามแยกคลองเตย” นายสุรชัยกล่าวต่อมาเพื่อนของ น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ ทราบเรื่องเดินทางมาดูศพที่ รพ.เมดพาร์ค พากันร่ำไห้บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกสลด พร้อมเปิดเผยว่า ครูเจี๊ยบเป็นคนดี เด็กนักเรียนรัก วันนี้มีสอนคอมพิวเตอร์ให้นักเรียนในช่วงบ่าย เดินทางมาถึงโรงเรียนตั้งแต่เช้า แต่ก่อนเกิดเหตุเดินมาซื้อของใกล้จุดเกิดเหตุห่างจากโรงเรียนประมาณ 800 เมตร หลังจากซื้อของเสร็จกำลังจะเดินกลับไปที่โรงเรียน ถูกกระสุนลูกหลงเสียชีวิตดังกล่าวด้านกลุ่มรุ่นพี่ของนายธนสรณ์คนเจ็บ หลังทราบเรื่องเดินทางมาที่ รพ.จุฬาฯจำนวนมาก พร้อมเปิดเผยว่า อาการของรุ่นน้องที่บาดเจ็บปลอดภัยแล้ว ถูกยิงที่เอวและคอรวม 2 นัด วันนี้ไม่มีเรียน แต่กลุ่มรุ่นน้องจะเดินทางไปทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยฯ สำหรับพฤติกรรมของคนร้าย พวกตนมั่นใจว่ามือปืนต้องอยู่ในกลุ่มสถาบันคู่อริอย่างแน่นอน เพราะย่านคลองเตยมีกลุ่มคู่อริต่างสถาบันอาศัยอยู่เยอะ คาดว่ามาดูลาดเลาเป็นประจำ เห็นว่ากลุ่มรุ่นน้องเดินผ่านจุดเกิดเหตุเพื่อกลับบ้านเป็นประจำ วางแผนลงมือดังกล่าวต่อมา พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รรท.ผบก.น.5 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. กำชับให้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุมี 2 คนขี่รถ จยย.หลบหนีไปได้ มีผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นชาย 1 หญิง 1 ฝ่ายชายเป็นนักศึกษารักษาตัวอยู่ที่ รพ.จุฬาฯ ยังไม่เสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงเป็นครูอยู่โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์เสียชีวิตแล้ว ที่ รพ.เมดพาร์ค ผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว มีพ่อแม่ต้องดูแล พูดคุยกับแฟนของคุณครูเบื้องต้นยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนหารือไปว่า ตำรวจจะสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง หลังจากนี้จะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปผ่าชันสูตรที่ฝ่ายนิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ต่อไป“ส่วนเรื่องคดีความขณะนี้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ส่วนจะมาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุหรือไม่ ต้องขอสืบสวนให้แน่ชัดเสียก่อน ประเด็นการก่อเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างสถาบันหรือไม่นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบให้แน่ชัด แต่ตามข้อมูลที่ได้รับเชื่อว่าอาจมาจากสาเหตุดังกล่าว” พ.ต.อ.วิทวัฒน์ กล่าวชุดสืบสวนนำตัวกลุ่ม นศ.อุเทนถวาย เพื่อนผู้ได้รับบาดเจ็บต้นเรื่องไปสอบสวนที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เบื้องต้นให้การว่า นายธนสรณ์อาศัยอยู่ย่านพระราม 2 ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยมาต่อรถตรงนี้ทุกวัน เชื่อว่ากลุ่มมือปืนตามมาตั้งแต่พระราม 2 แล้ว ล่าสุดชุดสืบสวนตรวจสอบพบแล้วว่า กลุ่มมือปืนสวมทะเบียนรถ จยย.ปลอม ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 สถาบันก่อเหตุไล่ยิงกันไปมาแล้วหลายครั้ง ต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานล่าตัวมาดำเนินคดีต่อไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เวลา 15.00 น. พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รรท.ผบก.น.5 กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุดังกล่าวมีกลุ่มผู้ถูกกระทำคือ นักศึกษาอุเทนฯ 4 คน กำลังนัดพบกันที่ป้ายรถเมล์เพื่อไปทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย จากนั้นมีคนร้ายแต่งกายเสื้อแขนยาว สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ใช้รถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีแดง มาที่เกิดเหตุ ยิงใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นัด สิ่งที่น่าเสียใจคือยิงไปถูกครูเจี๊ยบครูสอนคอมพิวเตอร์โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถูกลูกหลงโดนจุดสำคัญจนเสียชีวิต วันนี้ครูเจี๊ยบมาช่วยติวนักเรียนในวันหยุด และเป็นกำลังสำคัญในการดูแลครอบครัว พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.สั่งการให้ชุดสืบสวนนครบาล สืบ บก.น.5 และสืบ สน.ทุ่งมหาเมฆ กระจายกำลังหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตัวมือปืน รวมถึงนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกันมาเป็นข้อมูลการติดตามตัวคนก่อเหตุด้วย ส่วนปืนยังคงต้องตรวจสอบ“สำหรับการมีบุคคลที่ 3 ถูกลูกหลงนั้นจะมีการป้องกันทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน ช่วงเช้ามีโอกาสไปที่ รพ.เมดพาร์ค พบกับแฟนและเพื่อนของครูเจี๊ยบ ซึ่งอยู่ในช่วงทำใจเลยยังไม่ได้คุยอะไรกัน แต่ตำรวจยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่ หากสามารถดำเนินการได้ สิ่งสำคัญของคดีซึ่งมีครูถูกลูกหลง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ มาได้รับอันตรายถึงชีวิต เชื่อว่าพวกเราไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขอให้คำยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อจับกุมคนร้ายมาให้ได้ ฝากประชาสัมพันธ์หากท่านใดพบภาพ ตำหนิรูปพรรณของคนร้าย ขอให้ช่วยส่งข้อมูลมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ หรือชุดสืบสวน บช.น.ด้วย” รรท.ผบก.น.5 กล่าวต่อมาเวลา 16.40 น. น.ส.พรพิมล (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี มารดานายธนสรณ์ ผู้บาดเจ็บ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยด้วยเสียงสั่นเครือว่า ขณะนี้บุตรชายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ หมอผ่าตัดรักษาแล้ว แต่ตนไม่รู้ว่าลูกชายจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ ลูกชายเป็นคนโต เป็นเด็กขยันเรียน ตั้งแต่สมัยอนุบาลเกรดเฉลี่ย 3.70-3.80 มาตลอด จนมาได้โควตาทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เมื่อช่วงเช้า ลูกชายบอกวันนี้ไม่มีเรียน แต่จะไปทำซุ้มรับปริญญาให้รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ทุกวันเพื่อนจะขี่รถ จยย.มารับที่บ้าน เนื่องจากบ้านอยู่ในซอยลึก จากนั้นไปจอดรถไว้ที่ห้างสรรพสินค้าแล้วนั่งรถเมล์ไปมหาวิทยาลัยน.ส.พรพิมลกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยเล่าถึงปัญหาหรือไปมีเรื่องกับใคร เพราะลูกชาย เป็นเด็กตั้งใจเรียนไม่เคยทะเลาะกับคนอื่น เป็นที่รักของเพื่อนและพี่ๆในมหาวิทยาลัย ลูกชายคนนี้ถือเป็นความหวังของครอบครัว เพราะเคยพูดกับแม่ว่า “หากหนูเรียนจบ หนูจะได้มีอนาคต มีเงินเยอะๆ แม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย” จากที่เข้าไปดูอาการของลูกทราบว่า ถูกยิงที่บริเวณลำคอ และขา หมอผ่าตัดบริเวณลำคอไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่ได้สติ ต้องคอยดูอาการอย่างใกล้ชิดเป็นตายเท่ากัน และไม่รู้ จะฟื้นขึ้นมาคุยกับตนได้อีกหรือไม่“อยากถามผู้ก่อเหตุว่า ลูกชายไปทำอะไรให้ ทำไมไม่ต่างคนต่างเรียนเพื่ออนาคต การกระทำนี้อุกอาจอย่างมาก เพราะลงมือในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ส่วนที่คนร้ายบอกว่า ยิงให้ตายนั้น อยากถามว่าคิดได้อย่างไร ไม่ใช่ญาติเขาก็ไม่เข้าใจ ลูกไม่เคยไปวิ่งไล่ตีกับคนอื่นบนท้องถนน แต่ครั้งนี้เขารอรถเพื่อจะไปโรงเรียน ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เหมือนกับคุณครูที่เสียชีวิตไปแล้ว ไม่รู้เรื่องอะไรเช่นกัน” น.ส.พรพิมลกล่าวทั้งน้ำตาอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่