บุคคลอันตรายที่ทางการกำลังต้องการตัวอยู่ขณะนี้ กับการตามล่า ”นายสมคิด พุ่มพวง” ฆาตรกรต่อเนื่อง 5 ศพเมื่อปี 2548 หรือ “แจ็ค เดอะริปเปอร์ เมืองไทย” ล่าสุดก่อเหตุฆ่าแม่บ้านโรงแรม เหยื่อคนที่ 6 ในพื้นที่หมู่ 19 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น หลังเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุ ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สืบสวนติดตามตัวอย่างเร่งด่วนแล้ว เพราะผู้ต้องหารายนี้ ถือเป็นภัยอันตรายกับประชาชน โดยเน้นสั่งการให้เฝ้าจับตาตรวจค้นบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยลักษณะคล้ายคนร้าย
ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้น ด้านพล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม กล่าวว่า ในมุมมองส่วนตัวเมื่อพิจารณาจากข้อมูลคดีเก่าๆ ของนายสมคิด พบว่า นายสมคิด อาจเสพติดการใช้ความรุนแรง จึงก่อเหตุลักษณะเดียวกันต่อเนื่อง และอาจมีอาการผิดปกติทางจิต ซึ่งคนทั่วไปอาจมองจากภายนอกไม่ออก จึงขอให้เฝ้าระวังภัย
"หากพบเห็นเบาะแสที่มีประโยชน์ สามารถแจ้งได้ที่เฟซบุ๊กกองปราบฯ หรือ ตำรวจหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งขณะนี้ทางเพจเฟซบุ๊กกองปราบเอง ได้มีการลงรูปภาพหน้าตา ตำหนิรูปพรรณของนายสมคิด พร้อมกับข้อความประกาศว่านายสมคิดเป็นบุคคลอันตรายและกำลังเป็นบุคคลที่ทางการกำลังต้องการตัว หรือ MOST WANTED อีกทางหนึ่ง"
...
ขณะที่ทาง พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม กล่าวว่า ได้ส่งกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมกับสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ความคืบหน้า เบื้องต้นทราบว่าภายหลังก่อเหตุ นายสมคิดไม่ได้มีการนำทรัพย์สินมีค่าติดตัวไป รวมถึงโทรศัพท์มือถือ มีเพียงแค่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า มีโอ สีชมพู เพียงคันเดียวที่ใช้เป็นยานพาหนะในการหลบหนี จึงได้เร่งทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางการหลบหนี เชื่อว่าขณะนี้คนร้ายน่าจะยังไม่สามารถหนีไปได้ไกล
สำหรับแนวทางการสืบสวนของทางกองปราบ ยังคงพยายามมุ่งไปที่บ้านพักของญาติ หรือบุคคลใกล้ชิดของนายสมคิด ตามจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคอีสานและทางภาคใต้ รวมไปถึงบ้านพักของกลุ่มบุคคลที่คาดว่านายสมคิดเลือกจะติดต่อไปหาในช่วงแรก หลังจากที่พ้นโทษออกมาเมื่อกลางปี เพราะเชื่อว่านายสมคิดอาจจะเลือกใช้เป็นสถานที่ในการหลบหนีการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติการติดต่อเข้าเยี่ยมของญาติหรือบุคคลใกล้ชิดในช่วงระหว่างที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำเบื้องต้นนั้น พบว่าตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่อยู่ในเรือนจำนั้น ไม่เคยมีญาติหรือบุคคลมาติดต่อเข้าเยี่ยมนายสมคิดแม้แต่ครั้งเดียว ประกอบกับการที่ นายสมคิด เองนั้นเคยถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้เมื่อครั้งก่อเหตุ ปี 2548 จึงทำให้ตัวนายสมคิด มีบทเรียนและรู้จักวิธีการหนีการแกะรอยสืบหาเบาะแสจากเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม
รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางสืบสวนและตรวจสอบพฤติการณ์ก่อเหตุและหลบหนีของนายสมคิด เมื่อครั้งก่อเหตุในอดีต พบว่าวิธีการหลบหนีของนายสมคิดหลังก่อเหตุเมื่อปี 2548 ไม่มีเงินติดตัว จึงเลือกใช้วิธีขึ้นรถไฟเพื่อหนีไปกบดานซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้แทน
ส่วนช่วงที่ต้องแวะพักระหว่างทาง นายสมคิด จะใช้วิธีการเปิดห้องพักรายวันตามโรงแรมข้างทางต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อขอใช้บริการฟรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการสืบหาเบาะแสและเฝ้าระวังตามเส้นทางต่างๆ ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ หรือช่องทางอื่นๆ คาดว่านายสมคิดน่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีอีกด้วย
นอกจากนี้เมื่อครั้งที่นายสมคิด ถูกจับกุมในคดีเก่าเมื่อปี 2548 นั้น เคยให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนไว้ว่า ตัวเขานั้นไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องคนอื่นๆ เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตไปนานแล้ว ประกอบกับเป็นคนชอบความสันโดษ จึงไม่เคยติดต่อหาญาติๆ ที่ผ่านมามักจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านภรรยาในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และมีความผูกพันกับ จ.ชัยภูมิ มาก โดยทุกครั้งที่ก่อเหตุนายสมคิด จะไม่เคยเลือกลงมือฆ่าเหยื่อที่เป็นชาว จ.ชัยภูมิ หรือก่อเหตุในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ แต่จะเลือกไปก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆ แทน
อย่างไรก็ตาม คำให้การที่นายสมคิด เคยให้ไว้กับทางพนักงานสอบสวนนั้นยังสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับจากทางภรรยาของนายสมคิด เมื่อปี 2548 ที่เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของนายสมคิด ด้วยว่า ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นายสมคิด เป็นคนดีมาก ไม่ใช่คนอารมณ์โมโหร้าย
ส่วนพฤติกรรมทางเพศก็ปกติทั่วไป ไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่การที่ นายสมคิด ก่อเหตุดังกล่าวเชื่อว่าตัวนายสมคิดเอง น่าจะมีปมอะไรในใจบางอย่างที่คนนอกไม่รู้ถูกปิดซ่อนอยู่ จนทำให้เขาต้องกลายเป็นฆาตกรโรคจิตก่อเหตุดังกล่าว.
...