สงครามการค้ากดดัน!!

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สงครามการค้ากดดัน!!

Date Time: 16 พ.ค. 2562 05:01 น.

Summary

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 15 พ.ค.62 ปิดที่ 1,621.27 จุด ลบ 12.57 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 49,847.24 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 847.69 ล้านบาท

Latest

IAA เปิดมุมมองหุ้นไทย ฝ่าสงคราม-ภาษีทรัมป์ คาด SET สิ้นปีแตะ 1,516 จุด ลุ้นฟันด์โฟลว์หนุน

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 15 พ.ค.62 ปิดที่ 1,621.27 จุด ลบ 12.57 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 49,847.24 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 847.69 ล้านบาท

หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด SCC ปิด 460 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, SCB ปิด 123.50 บาท ลบ 2.50 บาท, BDMS ปิด 25 บาท บวก 0.30 บาท, PTTEP ปิด 128.50 บาท ลบ 1 บาท, EA ปิด 51.50 บาท ลบ 2.25 บาท

หุ้นไทยกลับมาดิ่งลงแรงอีกครั้งในช่วงบ่ายก่อนปิดตลาด โดยยังคงเผชิญปัจจัยกดดันจากสงครามการค้าที่ไม่แน่นอน รวมทั้งผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาค่อนข้างผิดหวัง

“กวี ชูกิจเกษม” รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย มองปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯ และจีน จะยืดเยื้อและกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างน้อยอีก 2 ปี เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ของการต่อสู้ระหว่างขั้วมหาอำนาจเก่ากับมหาอำนาจใหม่ และมีแนวโน้มจะประกาศนโยบายกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยประเมิน Down Side ต่ำสุดที่ 1,500 จุด อิง P/E เฉลี่ยหุ้นไทย 10 ปีย้อนหลัง โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่จีนจะใช้นโยบายตอบโต้กลับสหรัฐฯ หลังประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเป็น 25% จากเดิม 10%

แต่มองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี หากดัชนีปรับตัวลดลง โดยมองว่าหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าแค่เชิงจิตวิทยาตามตลาดหุ้นโลก แต่ไม่กระทบต่อพื้นฐานบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก ประกอบกับเม็ดเงินต่างชาติที่ลงทุนในหุ้นไทยโดนแรงขายออกไปมากแล้วก่อนหน้า

แนะเลือกหุ้นรายตัวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและ Technology Disruption ประกอบด้วย 1.กลุ่มค้าปลีก : CPALL, HMPRO, BJC และ MEGA 2.กลุ่มโลจิสติกส์ : AMATA และ JWD

3.กลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม ชอบ AOT, MINT, CENTEL และ ERW 4.กลุ่มโรงพยาบาล เชียร์ BDMS และ BCH 5.กลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำ BGRIM และ GPSC 6.กลุ่มสื่อสาร ชู ADVANC 7.กลุ่มอาหาร แนะ CPF และ M 8.กลุ่มอสังหาฯ เลือก LH, SPALI และ QH

ทั้งนี้ ให้เป้าดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,750 จุด และยังไม่มีการทบทวนเพิ่มหรือลด เนื่องจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 1/62 ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับคาดการณ์

ขณะที่มองว่า หากสงครามการค้าจบ มีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่!!

อินเด็กซ์ 51


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ