IAA เปิดมุมมองหุ้นไทย ฝ่าสงคราม-ภาษีทรัมป์ คาด SET สิ้นปีแตะ 1,516 จุด ลุ้นฟันด์โฟลว์หนุน

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

IAA เปิดมุมมองหุ้นไทย ฝ่าสงคราม-ภาษีทรัมป์ คาด SET สิ้นปีแตะ 1,516 จุด ลุ้นฟันด์โฟลว์หนุน

Date Time: 1 เม.ย. 2569 16:31 น.

Video

จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด งัดวิชา 5 กูรูชั้นนำ | SET x Thairath Money

Summary

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เผย ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ในช่วงที่เหลือของปี จากแรงหนุนของปัจจัยในประเทศและความคาดหวังจากเม็ดเงินไหลเข้าเป็นหลัก

Latest


ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงถูกกดดันจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และความยืดเยื้อของสงครามการค้าที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยจึงเต็มไปด้วยความท้าทาย

อย่างไรก็ตาม สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้ออกมาเปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากภายนอก แต่ sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ในช่วงที่เหลือของปี จากแรงหนุนของปัจจัยในประเทศและความคาดหวังจากเม็ดเงินไหลเข้าเป็นหลัก


สงครามตะวันออกกลางใกล้จบ?

สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนว่า ปัจจัยลบที่มีผลต่อทิศทางการลงทุนอันดับหนึ่งคือ สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล โดย 92% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าเป็นผลลบ

แม้ว่าสถานการณ์อาจดูใกล้จะยุติ แต่ยังคงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากอาจมีปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าทางเรือและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนค่าประกันภัยและการขนส่งพุ่งสูงตามไปด้วย

นอกจากนี้ หากความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ก็อาจทำให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน โดยนักวิเคราะห์ได้ประเมินสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยของปีนี้ไว้ที่ 80.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ดี สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทย มีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.5-1.72% ซึ่งเป็นผลกระทบส่วนหนึ่งจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น

ในมุมมองของ ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์ นักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์มหภาค บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ประเมินว่าสงครามในตะวันออกกลางไม่น่าจะยืดเยื้อยาวนาน เนื่องจากทางฝั่งสหรัฐฯ เองมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายอำนาจการทำสงคราม ที่หากจะลากยาวต้องผ่านการเห็นชอบจากสภา ประกอบกับเริ่มมีกระแสต่อต้านจากประชาชนในประเทศ

ดังนั้น จึงคาดหวังว่าอาจจะสามารถคลี่คลายได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้ และทำให้ราคาน้ำมันดิบในระยะยาว จะเริ่มเห็นการปรับตัวลงมาสู่ระดับปกติ โดยประเมินราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยไว้ที่ประมาณ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล


ลุ้นหุ้นไทยสิ้นปี 2569 ปิด 1,516 จุด

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยนั้น ผลสำรวจจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน คาดการณ์ว่าดัชนี SET Index ในช่วงสิ้นปีจะสามารถไปปิดที่ระดับ 1,516 จุด และคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของตลาดเฉลี่ยที่ 87.64 บาท โดยมีปัจจัยหนุนจากความชัดเจนของการเมืองในประเทศ และความคาดหวังเม็ดเงินไหลเข้าเป็นหลัก

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนในหมวดค้าปลีก, พลังงานและสาธารณูปโภค, การแพทย์, เทคโนโลยีและการสื่อสาร และควรลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มปิโตรเคมีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยรายชื่อหุ้นเด่นที่ได้รับความเห็นชอบตรงกัน 6 สำนักขึ้นไป ได้แก่ ADVANC, AMATA, BDMS, GULF, KTB และ TRUE

ด้าน ธีรเศรษฐ์ ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า ควรให้ความสนใจกับกลุ่มที่เชื่อมโยงกับนโยบายภาครัฐ รวมถึงหุ้นที่ราคาปรับลดลงมาลึกจากผลกระทบของสงครามแต่มีโอกาสฟื้นตัวแรง 

เช่น AOT ที่อาจได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนเส้นทางการบินของนักท่องเที่ยวที่เลี่ยงตะวันออกกลางมายังไทย และ MINT ที่ราคาหุ้นลงไปเยอะ แต่มีสัดส่วนลูกค้านักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเพียงแค่ 3% รวมถึงกลุ่มสื่อสารอย่าง TRUE ที่มีความแข็งแกร่งและให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ

แม้การเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมอาจชะลอตัว แต่มองว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาด (EPS) อาจไม่ได้รับผลกระทบหนักตาม เนื่องจากกำไรราว 1 ใน 3 ของตลาดมาจากกลุ่มพลังงาน ซึ่งได้อานิสงส์เชิงบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมาช่วยชดเชยผลกระทบในภาคธุรกิจอื่นได้


จับตา "ภาษีทรัมป์" สงครามการค้าที่ยังไม่จบ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามคือ นโยบายกำแพงภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งธีรเศรษฐ์ ประเมินว่า มาตรการด้านภาษี (Tariffs) อาจเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

โดยปัจจุบันประเทศไทยถูกเก็บภาษีอยู่ที่ระดับ 10% ผลกระทบหลักอาจไม่ได้เกิดขึ้นในภาพรวมทั้งหมด แต่จะเจาะจงไปที่บางกลุ่มอุตสาหกรรมมากกว่า เช่น กลุ่มที่เชื่อมโยงกับเซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤติความไม่แน่นอนนี้ ประเทศไทยอาจได้รับอานิสงส์เชิงบวกทางอ้อมจากการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามแล้ว ไทยยังถือว่ามีความสามารถในการแข่งขันที่โดดเด่น แต่ประเด็นดังกล่าวนี้ยังต้องติดตามความชัดเจนต่อไป


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ