ข่าว
100 year

พิษโควิด ทุบเศรษฐกิจไทยสาหัส สู่ยุค New Normal ธุรกิจใดฟื้นเร็ว หรือโคม่า

ไทยรัฐออนไลน์23 พ.ค. 2563 19:34 น.
SHARE
  • มาตรการปิดเมือง หรือล็อกดาวน์ เพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาของไทยได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และรัฐเริ่มมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์เป็นระยะๆ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้างไปมากกว่านี้ จนอาจทำให้คนตกงานมากถึง 10 ล้านคน อย่างที่หลายฝ่ายประเมินก็อาจเป็นไปได้

  • วิกฤติโควิด ทำให้พฤติกรรมของผู้คนต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต เข้าสู่ยุค New Normal ยิ่งทำให้หลายธุรกิจจะต้องปรับแนวทางการทำธุรกิจในระยะยาว เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป หากไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่รอด

  • “New Normal” ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด จากการสั่งอาหารมารับประทานที่บ้านมากขึ้น คนหันมาดูหนังออนไลน์ ซื้อของออนไลน์มากขึ้น เรียนออนไลน์มากขึ้น และทำงานที่บ้านมากขึ้นในบางอาชีพ ทำให้การเดินทางของคนในเมืองลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในไทย จะไม่รุนแรงมากนักเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจของไทยยังคงมีความรุนแรง และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 อาจมีแนวโน้มหดตัวสูงถึง -5.3% และ -6.7% ตามลำดับ เนื่องจากไทยมีการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าในระดับที่สูงมาก จะได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ทั้งจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป รวมถึงการส่งออกของไทยมีแนวโน้มหดตัวจากการชะลอตัวและหดตัวของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ

นอกจากนี้เศรษฐกิจไทย ยังได้รับผลกระทบจากมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการล็อกดาวน์พื้นที่ และหลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งแม้ว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างน่าพอใจ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผลกระทบที่ต่อเนื่องถึงการจ้างงาน การอยู่รอดของกิจการ และการลดลงของกำลังซื้อของคนในประเทศ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวได้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจและกลุ่มธุรกิจต่างๆ เกือบทั้งหมดของประเทศ

“หากสถานการณ์ทุกอย่างสามารถกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ภายในครึ่งปีหลัง คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปในลักษณะ U-Shape และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบคาดว่าจะทยอยฟื้นตัว แต่จะใช้เวลาในการฟื้นตัวมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละกลุ่มธุรกิจที่มีความแตกต่างกันออกไป รวมถึงความรุนแรงของผลกระทบที่ได้รับที่แตกต่างกัน ส่งผลให้บางกลุ่มธุรกิจอาจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่บางกลุ่มธุรกิจอาจต้องอาศัยระยะเวลาในการฟื้นตัวนาน แล้วแต่กรณี”

ขณะที่ ศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน คาดการณ์แนวโน้มการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจหลังโควิด-19 ซึ่งมีระยะเวลาที่แตกต่างกัน โดยแบ่งธุรกิจ เป็น 3 กลุ่ม ภายใต้สมมติฐานเปิดประเทศภายในครึ่งปีหลัง และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

1. กลุ่มธุรกิจที่คาดว่ามีแนวโน้มการฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็ว ได้แก่ ธุรกิจการขนส่งสินค้าและโดยสารทั่วไป, ธุรกิจสื่อสาร, ธุรกิจคลังสินค้า, ธุรกิจไปรษณีย์/การรับส่งของ, ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์อาหาร, ธุรกิจสุขภาพ, ธุรกิจขายปลีกสมัยใหม่ เช่น ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น, ธุรกิจผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์/การแพทย์, ธุรกิจผลิตอะไหล่รถยนต์/รถจักรยานยนต์, ธุรกิจประกันสุขภาพ และธุรกิจการศึกษาออนไลน์

2. กลุ่มธุรกิจที่คาดว่ามีแนวโน้มการฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติได้ปานกลาง ได้แก่ ธุรกิจการขนส่งโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว, ธุรกิจโรงแรม, ตัวแทนธุรกิจเดินทาง/นำเที่ยว, ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจบันเทิง, ธุรกิจขายส่งขายปลีกที่เป็นรายย่อย, ธุรกิจผลิตเครื่องดื่ม, ธุรกิจผลิตกระเบื้อง/เครื่องปั้นดินเผา/ผลิตภัณฑ์แก้ว, ธุรกิจผลิตเครื่องจักร, ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, ธุรกิจกระดาษ, ธุรกิจเคมีภัณฑ์, ธุรกิจเหล็ก, ธุรกิจผลิตซีเมนต์/คอนกรีต, ธุรกิจประมง, ธุรกิจก่อสร้าง, สถาบันการเงิน, ธุรกิจประกันภัย/ประกันอุบัติเหตุ และธุรกิจการศึกษา

3. กลุ่มธุรกิจที่คาดว่ามีแนวโน้มการฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติได้ช้า ได้แก่ ธุรกิจขนส่งทางอากาศ (สายการบิน), ธุรกิจผลิตเชื้อเพลิง, ธุรกิจรถยนต์ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดลง คาดว่าธุรกิจจะทยอยฟื้นตัวอาจใช้ระยะเวลาฟื้นตัวและกลับมาดำเนินการที่แตกต่างกันไป แต่คาดว่าจะมีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดกิจการไป เนื่องเป็นธุรกิจขนาดเล็ก มีสภาพคล่องไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงพนักงานและธุรกิจ ในช่วงที่มีปัญหาต่อเนื่องกันหลายเดือน หรืออาจเป็นธุรกิจที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนและความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ค่อนข้างยาก ส่งผลให้ไม่สามารถก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปได้

  • บทเรียนโควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจควรต้องตระหนักถึงการเตรียมพร้อม เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อาทิ ไม่ควรหวังการพึ่งพารายได้จากภายนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนเกินไป ควรมีการสำรองเงินทุนให้เพียงพออย่างน้อย 6 เดือน เพื่อเป็นสภาพคล่องยามฉุกเฉิน และไม่ควรมีภาระหนี้สินที่มากจนเกินไป รวมถึงสัดส่วนของรายได้ควรจะกระจายกลุ่มลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงให้กับกิจการ

  • นอกจากนี้ในระยะยาวธุรกิจ ควรต้องเตรียมปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในโลกของธุรกิจ รวมถึง New Normal ใหม่ๆ ของสังคมที่จะทำให้บางธุรกิจถูกพลิกโฉมไปตลอดกาล.
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19New NormalเศรษฐกิจหลังโควิดผลกระทบโควิดวิถีชีวิตหลังโควิดโควิดกระทบธุรกิจธุรกิจหลังโควิดE-commerce ภาษี aec

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้