
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (28 พ.ค.) เห็นชอบปรับปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ โดยให้ทุกหน่วยงานทบทวน เพิ่มเติม และยืนยันคำของบประมาณให้สำนักงบประมาณภายในเดือน ก.ค. จากนั้นสำนักงบประมาณจะเสนอให้ ครม.ใหม่พิจารณา และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวาระที่ 1 ปลายเดือน ก.ย.นี้ และวาระที่ 2-3 ต้นเดือน ธ.ค. ก่อนเสนอวุฒิสภากลางเดือน ธ.ค.จากนั้นจึงจะนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ต่อไป
ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวงวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า งบประมาณปี 2563 จะเลื่อนออกไปจากเดิม 3 เดือน หรือประกาศใช้วันที่ 1 ม.ค. 2563จากเดิมที่ประกาศใช้เดือน ต.ค.2562 เพราะต้องรอรัฐบาลใหม่ โดยในระหว่างนี้ หน่วยงานต่างๆ สามารถใช้งบประมาณปี 2562 ได้ แต่ต้องไม่เกิน 50% ของงบรายจ่ายประจำของปีงบประมาณ 2562 ส่วนโครงการลงทุนใหม่ที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน จะยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้จนกว่างบประมาณปี 2563 มีผลบังคับใช้นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบ 2562 ครั้งที่ 2 โดยมีวงเงินปรับลดลงสุทธิ 17,049.47 ล้านบาท จากเดิม 1.851 ล้านล้านบาท เป็น 1.834 ล้านล้านบาท และรับทราบการเพิ่มวงเงินของโครงการ/รายการเดิมในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบ 2562 ส่งผลให้หนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ 43.44% ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่ไม่เกิน 60%
ส่วนนายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกล่าวว่า หลังจากได้รัฐบาลใหม่แล้ว สำนักงบประมาณจะทำกรอบวงเงินงบประมาณปี 2563 ใหม่ เพื่อให้รัฐบาลใหม่วางแผนการใช้จ่ายเงินตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ แต่ต้องอยู่ภายในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี จากก่อนหน้านี้ รัฐบาลปัจจุบันได้เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 450,000 ล้านบาท เพิ่ม 200,000 ล้านบาทจากปีงบ 2562.