
รฟม.เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ระยะทาง 13.4 กม. วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท รอ ครม.อนุมัติ เริ่มสร้างต้นปี 2563 ขณะที่สายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฏร์บูรณะผ่านอีไอเอแล้ว พร้อมเดินหน้าต่อด้วย “แทรม” ที่ภูเก็ต และรถไฟฟ้าที่เชียงใหม่
นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม.อยู่ระหว่างรอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการคณะกรรมการนโยบาย การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะ กรรมการพีพีพี) นำเสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากโครงการดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพีพีพีเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โดยหาก ครม.อนุมัติ รฟม.จะได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการดังกล่าว เพื่อหาบริษัทเข้ามาก่อสร้างส่วนต่อขยาย ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ ระยะทางประมาณ 13.4 กิโลเมตร (กม.) วงเงินรวม 140,000 ล้านบาทได้ทันที
“หากสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก เอกชนขึ้นมาดำเนินโครงการ จะใช้เวลา 6 เดือนในการดำเนินการหลัง จากนั้น จึงจะได้ตัวบริษัทที่ชนะการประกวดราคา และก่อสร้างในต้นปี 2563”
สำหรับรูปแบบการคัดเลือกเอกชน ให้เข้ามาร่วมลงทุน จะมีลักษณะคล้ายกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี โดยให้บริษัทที่ชนะการคัดเลือก เป็นผู้เดินรถตลอดทั้งเส้นทางจากมีนบุรี-บางขุนนนท์ ที่ต้องใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี โดยปัจจุบันการก่อสร้างช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี มีความคืบหน้าแล้ว 30% และช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ บริษัทที่ชนะการประมูล จะเป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างงานโยธา ทั้งหมดไปก่อน จากนั้น รฟม.ทยอยจ่ายเงินคืนให้เป็นเวลา 10 ปี
“เรื่องของการรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ มั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติทันตามกำหนดการที่วางไว้”
ขณะเดียวกัน ตามแผนการดำเนินงานของ รฟม. ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 23.6 กม. วงเงินก่อสร้าง 100,000 ล้านบาท ที่ต้องดำเนินการก่อสร้างเช่นเดียวกัน ขณะนี้ได้ผ่านการทำอีไอเอแล้ว อยู่ระหว่างรอให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อนเพราะแนวเส้นทางการก่อสร้างบางส่วนต้องผ่านพื้นที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ รฟม.ยังมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบา (แทรม) ในจังหวัดภูเก็ต ระยะแรก ช่วงท่าอากาศยานภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 41.7 กม. ที่อยู่ในแผนงาน ขณะนี้ได้หารือกับกรมทางหลวง (ทล.) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ที่ รฟม.ต้องเข้าไปดำเนินการก่อสร้างคืบหน้าไปมากแล้ว สัปดาห์หน้าจะมีการหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน โดยแนวเส้นทางรถไฟฟ้ารางเบา มีทั้งทางยกระดับและทางลอดข้ามแยกต่างๆ
เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว รฟม.ก็ต้องไปหารือกับกระทรวงการคลังต่อไป
“โครงการนี้เป็นแบบพีพีพี จึงต้องเสนอคณะกรรมการพีพีพี และ สคร.ด้วย เพื่อให้เริ่มก่อสร้างได้ในกลางปีหน้า ส่วนโครงการรถไฟฟ้าที่จังหวัด เชียงใหม่ ที่มีแผนจะดำเนินการ และอยู่ในขั้นตอนศึกษารายละเอียด”
ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบา จังหวัดภูเก็ต วงเงินลงทุน 34,800 ล้านบาท ยอมรับว่า ยังประสบปัญหาเรื่องการก่อสร้าง เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกันระหว่าง รฟม.กับกรมทางหลวง มีปัญหาเรื่องของการใช้พื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากกรมทางหลวงเกรงว่า จะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุและการจราจรติดขัด ทำให้กระทรวงคมนาคมมีคำสั่งให้ รฟม.ไปทบทวนแบบก่อสร้างใหม่ เพื่อลดปัญหาการจราจรบนท้องถนนโดยให้ปรับลดการใช้พื้นที่เขตทางก่อสร้าง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นสถานีรับส่งผู้โดยสาร.