ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แน่หรือ ตลาดออนไลน์จะเป็นทางรอดของ SMEs หลังพบผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง

    ไทยรัฐออนไลน์23 ก.ย. 2563 18:31 น.
    SHARE
    • ผลสำรวจธุรกิจ SMEs โดย Facebook พบว่า ธุรกิจค้าขายบนโลกออนไลน์มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการขายแบบดั้งเดิม
    • ผลสำรวจพบว่า ธุรกิจไทยบน Facebook มากกว่า 1 ใน 10 ต้องหยุดกิจการ
    • ทำไมธุรกิจค้าขาย และบริการออนไลน์ถึงยังลำบาก ทั้ง ๆ ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการขยายตัวของพฤติกรรมการออนไลน์ของผู้บริโภคในช่วง COVID-19

    ในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหา การทำมาค้าขายแบบดั้งเดิมได้รับผลกระทบหลายคนบอกว่าการไปสู่ตลาดออนไลน์จะเป็นทางรอดเพราะการใช้เทคโนโลยีของผู้บริโภคที่มีเพิ่มขึ้นมากในช่วง COVID-19 น่าจะทำให้ตลาดออนไลน์ขยายตัวได้ดี แต่จากผลสำรวจธุรกิจ SMEs โดย Facebook กลับพบว่า ธุรกิจค้าขายบนโลกออนไลน์เองก็มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

    จากผลสำรวจ The Future of Business Survey ในช่วงพ.ค.-ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจัดทำโดย Facebook ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

    โดยเป็นการสำรวจผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีตัวตนอยู่บนแพลตฟอร์ม Facebook (มี Facebook Page) ครอบคลุมธุรกิจกว่า 30,000 ราย ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายออนไลน์บ้างไม่มากก็น้อยจากมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

    จากการสำรวจ พบว่า ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจ SMEs ทั่วโลกส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาในการทำธุรกิจ โดยในเดือนกรกฎาคม มีกิจการสัดส่วนถึง 16% จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดต้องหยุดดำเนินธุรกิจลง

    สำหรับกิจการที่ดำเนินการอยู่สัดส่วนกว่า 58% ก็มียอดขายลดลงเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีก่อน การสำรวจดังกล่าวได้มีการจัดทำสำหรับประเทศไทยด้วย โดยเป็นการสำรวจความคิดเห็นของธุรกิจ SMEs ของไทยประมาณ 900 รายที่มี Facebook Page ซึ่งมากกว่าครึ่งของกลุ่มตัวอย่างมียอดขายที่ผ่านออนไลน์คิดเป็นสัดส่วนตั้งแต่ 25% ขึ้นไปของยอดขายรวม

    ผลสำรวจสำหรับประเทศไทยมีประเด็นที่สะท้อนถึงภาวะการทำธุรกิจออนไลน์ในยุค COVID-19 ดังนี้

    - ธุรกิจไทยบน Facebook มากกว่า 1 ใน 10 ต้องหยุดกิจการ

    ผลสำรวจธุรกิจของไทยในเดือนกรกฎาคม พบว่า มีสัดส่วนถึง 14.2% ของผู้ตอบแบบสำรวจต้องหยุดกิจการไป (สัดส่วนการหยุดกิจการคงที่จากเดือนมิ.ย.) โดยคาดว่ากิจการที่หยุดไปส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ เช่น ตัวแทนจัดจำหน่ายด้านการท่องเที่ยว บริการงานอีเวนต์ โรงแรม และร้านอาหาร สอดคล้องกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

    ทั้งนี้จะสังเกตได้ว่าแม้ในเดือนกรกฎาคมมาตรการปิดเมืองจะถูกผ่อนคลายไปมากแล้ว แต่บางกิจการก็ยังมีการหยุดดำเนินการ นั่นหมายถึงกำลังซื้อในบางธุรกิจยังไม่ฟื้นกลับมาเพียงพอ รวมถึงบางกิจการอาจต้องปิดตัวลงจากการขาดรายได้และสภาพคล่อง

    - ธุรกิจส่วนใหญ่มียอดขายลดลง 

    สำหรับธุรกิจไทยที่ยังดำเนินการอยู่ส่วนใหญ่ถึงกว่า 81.3% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าในช่วงก.ค. ยอดขายของตนเองลดน้อยลงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในกลุ่มที่ยอดขายลดลงนี้ มีถึง 61.3% ที่ตอบว่ารายได้ของตนลดลงมากกว่าครึ่ง ทั้งนี้มีเพียง 6.6% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่มียอดขายทรงตัวและ 12.1% ที่มียอดขายสูงกว่าในปีที่แล้ว

    ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก ยังได้ทำการศึกษาสถิติจากกิจการทั่วโลกพบว่ากลุ่มกิจการที่มีสัดส่วนยอดขายออนไลน์สูงก็ประสบปัญหายอดขายลดลงเป็นส่วนใหญ่ (55% ของผู้ขายทั้งหมดมียอดขายลดลง) แม้จะลดลงไม่เท่ากับกลุ่มกิจการที่มีสัดส่วนยอดขายผ่านออนไลน์น้อย (63% มียอดขายลดลง) ก็ตาม นั่นหมายความว่า กลยุทธ์การไปสู่ออนไลน์สามารถช่วยธุรกิจได้บ้าง เมื่อเทียบกับการไม่มีกลยุทธ์ออนไลน์เลย แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอที่จะพาธุรกิจให้รอดพ้นจากผลกระทบของวิกฤติ COVID-19 ไปได้

    - ธุรกิจชะลอการจ้างงานรวมถึงปลดคนงานเพิ่มเติม

    ด้วยภาวะการค้าขายที่ซบเซา ธุรกิจไทยส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะไม่รับคนเพิ่มหรือกระทั่งลดคนลง โดยส่วนใหญ่กว่า 47.5% จากผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดเลือกที่จะลดจำนวนแรงงานลง ขณะที่อีก 47.0% คงจำนวนแรงงานของตนไว้เท่าเดิมในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้มีเพียง 5.5% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจเท่านั้นที่มีการเพิ่มการจ้างงานในช่วง COVID-19

    ทำไมธุรกิจค้าขายและบริการออนไลน์ถึงยังลำบาก ทั้ง ๆ ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการขยายตัวของพฤติกรรมการออนไลน์ของผู้บริโภคในช่วง COVID-19 โดยสาเหตุหลัก ๆ น่าจะมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญด้วยกัน

    1. ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่ลดลง และไม่เชื่อมั่นกับอนาคต

    วิกฤติเศรษฐกิจยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้คนจำนวนมากในปัจจุบันอีกทั้งอนาคตก็ยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูงทำให้ผู้บริโภคหลายคนเลือกที่จะลดการใช้จ่ายโดยรวมและเก็บออมมากขึ้น สะท้อนจากดัชนีการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงหดตัวและเงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยที่เพิ่มขึ้นแบบเร่งตัวในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภคนี้จึงน่าจะมีส่วนกระทบกับยอดขายออนไลน์ด้วยไม่มากก็น้อย

    2. ตลาดออนไลน์มีการแข่งขันอย่างดุเดือดมากขึ้น

    การปิดเมืองเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด ทำให้หลายคนเลือกที่จะปรับตัวไปค้าขายบนโลกออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันสามารถเริ่มต้นได้ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก ทำให้คนขายมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา

    ตัวอย่างเช่น Lazada ประเทศไทยให้ข้อมูลว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ จำนวนผู้ขายและแบรนด์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า คาดว่าแนวโน้มดังกล่าวก็น่าจะเกิดขึ้นในแพลตฟอร์มอื่น ๆ รวมถึง Facebook ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดออนไลน์จึงน่าจะเพิ่มขึ้นมากกระทบต่อความสามารถในการสร้างการเติบโตให้กับยอดขายและกำไรในบรรดาผู้ค้าที่มีจำนวนมากขึ้น ขณะที่กำลังซื้อโดยรวมมีลดลง

    เมื่อถามถึงมุมมองในระยะข้างหน้า ผู้ตอบแบบสำรวจของไทยเกินครึ่ง หรือกว่า 56.8% ก็ยังมีความหวังว่าอนาคตของธุรกิจจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ โดยอาจมาจากความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะค่อย ๆ ทยอยฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง และปีถัด ๆ ไป

    แต่ในขณะเดียวกันผู้ตอบแบบสอบถามก็ยังเห็นว่า มีอีกหลายความท้าทายที่รออยู่ในระยะต่อไป โดยเฉพาะประเด็นกำลังซื้อของผู้บริโภคสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจ และความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง

    โดยมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ได้รับ และยังต้องการมาตรการความช่วยเหลือจากภาครัฐเพิ่มเติม โดยเฉพาะการพักชำระหนี้ การเข้าถึงสินเชื่อไปจนถึงการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย เช่น เงินเดือนพนักงาน ภาษี ค่าเช่า เป็นต้น

    วิกฤติครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับภาคธุรกิจในวงกว้างและลามไปถึงในโลกออนไลน์ ซึ่งการไปสู่ตลาดออนไลน์อย่างที่หลายคนเชื่อกันว่าจะเป็นทางรอดนั้นมีความจำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงอย่างในปัจจุบัน

    บางธุรกิจจำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งในด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย ทั้งการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ การสร้างแบรนด์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมต้นทุน และการบริหารสภาพคล่อง ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐก็ยังคงจะเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยประคับประคองภาคธุรกิจต่อไปอีกระยะหนึ่งด้วยเช่นกัน


    โดย กระแสร์ รังสิพล
    ผู้อำนวยการฝ่าย Data Analytics
    Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    eic@scb.co.th | EIC Online: www.scbeic.com

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ร้านค้าออนไลน์SMEธุรกิจ SMEsวิกฤติโควิด-19กำลังซื้อSCB EICข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 14:18 น.