บริษัทให้ WFH “ทำงานที่บ้าน” แต่สั่งลดเงินเดือน 30-50% ทำได้? เข้าใจสิทธิลูกจ้างก่อนเสียเปรียบ

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

บริษัทให้ WFH “ทำงานที่บ้าน” แต่สั่งลดเงินเดือน 30-50% ทำได้? เข้าใจสิทธิลูกจ้างก่อนเสียเปรียบ

Date Time: 6 พ.ค. 2569 15:26 น.

Video

Dropbox เอาตัวรอดมายังไง ? เมื่อโปรดักส์ที่ขายกลายเป็น "ของแจกฟรี" | Digital Frontiers EP.58

Summary

แม้จะมีงานทำอยู่ แต่บางคนกลับเจอข่าวร้าย เช่น บริษัทปรับรูปแบบการทำงาน แต่ขอลดเงินเดือนลง ย่ิงบริษัทขนาดเล็กฉวยโอกาสนี้บอกว่า ให้ทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) ได้ 100% แต่ก็ขอลดเงินเดือน 30-50% ถ้าเจอแบบนี้ เราต้องทำยังไงไม่ให้เสียเปรียบ Thairath Money เช็กข้อมูลจากทางการและสรุปมาไว้ที่นี่แล้ว 

“ยังมีงานทำ ก็ดีแล้ว ทำไปก่อน”

หันไปทางไหนมักเจอแต่คำพูดแบบนี้ เพราะมีข่าว “ปลดพนักงาน” เกิดขึ้นกับบริษัทใหญ่เล็กทั้งในไทยและทั่วโลก ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้คนที่ตกงานไปก็อาจต้องว่างไปอีกพักใหญ่ เพราะบริษัทไม่รับคนเพิ่ม บรรยากาศแบบนี้ทำให้มนุษย์เงินเดือนยิ่งกังวลมากขึ้นว่าจะมีงานทำอีกนานแค่ไหน 

แม้จะมีงานทำอยู่ แต่บางคนกลับเจอข่าวร้าย เช่น บริษัทปรับรูปแบบการทำงาน แต่ขอลดเงินเดือนลง ยิ่งบริษัทขนาดเล็กฉวยโอกาสนี้บอกว่า ให้ทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) ได้ 100% แต่ก็ขอลดเงินเดือน 30-50% ถ้าเจอแบบนี้ เราต้องทำยังไงไม่ให้เสียเปรียบ Thairath Money เช็กข้อมูลจากทางการและสรุปมาไว้ที่นี่แล้ว 


บริษัทสั่ง WFH ลดเงินเดือน ทำได้เหรอ?

Thairath Money พูดคุยกับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้คำตอบมาว่า กรณีบริษัทสั่งให้ทำงานที่บ้าน 100% แต่ลดเงินเดือนลง บริษัทจะตัดสินใจฝ่ายเดียว “ไม่ได้” 

สาเหตุเพราะตามกฎหมายฯ ที่คุ้มครองแรงงาน นายจ้างหรือบริษัทจะเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างได้ ถ้าสิ่งนั้น “ดี” ต่อลูกจ้าง (เช่น เพิ่มสวัสดิการ ฯลฯ) แต่เมื่อไรที่การปรับเปลี่ยนแปลงนั้น “ไม่ดี” กับลูกจ้าง บริษัทจะดำเนินการฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องได้รับการยินยอมจากลูกจ้างก่อน ไม่ว่าเราจะทำงานประจำ หรือเป็นลูกจ้างรายวันก็อยู่บนเงื่อนไขเดียวกัน 

ตัวอย่างเช่น สั่งลดสวัสดิการที่เคยให้มาตลอด (ค่ารถ, เบี้ยขยัน), ลดตำแหน่ง, ลดเงินเดือน ฯลฯ ตามกฎหมายทำไม่ได้…

มีอีกหลายเคสที่บริษัทฯ หักเงินลูกจ้างไม่ได้ เช่น 

  • มาทำงานสาย จะหักเงินค่าปรับเป็นรายชั่วโมงไม่ได้ (บางบริษัทอาจใช้หลักการ No work, No pay หรือ ไม่มาทำงานไม่จ่าย แต่ต้องระบุในสัญญาจ้างให้ชัดเจนก่อน)
  • ลูกจ้างจงใจสร้างความเสียหายกับบริษัท ลดเงินเดือนไม่ได้ (แต่อาจถูกเรียกค่าเสียหาย, ถูกเลิกจ้างโดยบริษัทไม่จ่ายค่าชดเชยได้)

อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังเปิดช่องให้ “ตกลง” กันได้ ถ้าลูกจ้างเซ็นยินยอม รับเงื่อนไข “ลดเงินเดือน” หรือ อื่นๆ ไปเมื่อไร บริษัทก็เดินหน้าทำได้เต็มที่ 

ดังนั้นถ้าบริษัทยื่นเงื่อนไขใหม่ มาให้เราเซ็นเอกสาร ควรอ่านให้ครบถ้วน ทำความเข้าใจก่อนลงชื่อตอบรับอะไรไป

ถ้าเงื่อนไขไม่ยุติธรรม เป็นลูกจ้างต้องทำยังไง

หลายคนคิดว่า ถ้าบริษัทยื่นอะไรให้เซ็น ต้องเซ็นไปก่อน แต่เพื่อให้สิทธิของเราได้เต็มร้อย แนะนำว่า ควรอ่าน เงื่อนไขที่ปรับใหม่อย่างละเอียดแล้ว ถ้าไม่เข้าใจ หรือมีข้อสงสัย แนะนำให้เตรียมข้อมูลทั้งหมด เอกสารที่ได้รับไปขอคำปรึกษากับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ที่เบอร์ 1546 หรือ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 3 

หลังได้ข้อมูลครบถ้วนและรอบด้าน เราค่อยตัดสินใจอีกที หรือถ้าเจอเรื่องที่ถูกเอาเปรียบ ก็สามารถร้องเรียนกับทางการได้เช่นกัน โดยมี 2 ข้อที่ต้องทำคือ 

  • รวบรวมหลักฐาน เก็บสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน ข้อความการสั่งงาน (เช่น อีเมล, แชต) ที่ระบุการหักเงินหรือลดเงินเดือนไว้ให้พร้อม
  • ยื่นเรื่องต่อพนักงานตรวจแรงงาน นำหลักฐานไปยื่นคำร้องที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ เรื่องอาจไม่ต้องไปถึงขั้นฟ้องศาลฯ ส่วนใหญ่แล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการไกล่เกลี่ยเจรจากับบริษัทฯ โดยอาจคืนเงินส่วนต่างได้ หรือรักษาสิทธิเดิมของเราต่อไปได้

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิแรงงานอีกหลายข้อที่เราควรรู้ เช่น ถ้าถูกเลิกจ้างโดยที่ไม่มีความผิด แต่บริษัทไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามเงื่อนไขทางกฎหมาย ก็ต้องได้ค่าตกใจ (ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า) ซึ่งจะไม่รวมกับค่าชดเชยตามอายุงานจริง
กรณีค่าชดเชยการเลิกจ้างสามารถอ่านเเพิ่มเติมได้ที่นี่



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ