ไลฟ์สไตล์
100 year

กดดัน-รัฐบาล ให้ขยายเยียวยา 5 พัน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
11 เม.ย. 2563 05:28 น.
SHARE

แฉยังได้รับกันไม่ทั่วถึง! กีดกันไทยกลับ-ขัดรธน.

ฝ่ายค้านจวกรัฐเยียวยาโควิดป่วน ชาวบ้านหลายล้านคนเคว้งเข้าไม่ถึง “อนุดิษฐ์” ห่วงโปรย 5 พันไม่ทั่วถึง ไม่ทันเวลา ชาวบ้านแห่ร้องเรียนคุณสมบัติครบแต่ไม่ผ่าน “ณัฐชา” ฉะไร้มาตรฐาน เอาหลักเกณฑ์เลือกปฏิบัติมาตั้งเงื่อนไขแจกเงิน บี้ทบทวนช่วยเหลือทุกอาชีพ “จาตุรนต์” แนะเร่งคัดกรองขยายเป้าหมายด่วน เตือน 20 ล้านคนสาหัสแก้ไขช้าโกลาหล “เทพไท” กระทุ้งนายกฯขันนอตทีมเศรษฐกิจ เรียกถกโรงงาน-ผู้ค้าส่ง-ค้าปลีกลดราคาสินค้า ค่าขนส่ง ประธาน กมธ.ต่างประเทศอัดขัดรัฐธรรมนูญ ม.39 จำกัดสิทธิคนไทยกลับบ้าน จี้ก้นสำรวจและเจรจาโรงแรมจัดหมื่นห้องพักรับกักตัว

ข่าวแนะนำ

จากกรณีที่รัฐบาลออกมาตรการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เดือนละ 5,000 บาทเป็นเวลา 6 เดือน แต่มีปัญหาผู้ที่เดือดร้อนแห่ลงทะเบียนขอรับสิทธิกว่า 24 ล้านคน โดยพรรคฝ่ายค้านระบุรัฐบาลประเมินเป้าหมายต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนขยายเป้าหมายให้ความช่วยเหลือให้ทั่วถึงและทันต่อสถานการณ์

พท.ห่วงเยียวยาไม่ทั่วถึง–ไม่ทันเวลา

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาท ว่า ตนและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้รับการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้เดือดร้อนไปบางส่วน แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับเงิน จึงกังวลว่าจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เป็นห่วงว่ารัฐบาลยังช่วยผู้เดือดร้อนได้ไม่ทั่วถึงและไม่ทันเวลา คนเหล่านี้จะดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างไร เหตุการณ์แบบนี้กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศ ขอเรียกร้องรัฐบาลต้องรีบดำเนินการให้ทันเวลาก่อนที่ประชาชนจะเดือดร้อนมากกว่านี้ และยังมีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนมาว่าไม่ผ่านเกณฑ์ขอเงินชดเชยรอบแรก ทั้งที่คุณสมบัติครบตามเกณฑ์ทุกอย่าง จะขออุทธรณ์สิทธิเพื่อให้รัฐบาลพิจารณาใหม่ได้อย่างไร ผู้เดือดร้อนยังเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดวงเงินกู้ส่วนบุคคลปลอดดอกเบี้ย ให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกลดรายได้ เพื่อให้กู้เงินมาดำรงชีวิตจนกว่าจะพ้นวิกฤติ เมื่อมีรายได้เป็นปกติแล้วจึงกลับมาผ่อนคืนภายหลัง โดยให้รัฐรับภาระดอกเบี้ย ข้อเรียกร้องเหล่านี้ตนอยากให้รัฐบาลรับไปพิจารณาและกำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วย

ซัดขัด รธน.จำกัดสิทธิคนไทยกลับ ปท.

นายศราวุธ เพชรพนมพร ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลกำหนดให้คนไทยเดินทางกลับประเทศได้ไม่เกิน 200 คนต่อวันนั้น เป็นการออกคำสั่งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 39 ที่ระบุคนไทยในต่างแดนมีสิทธิกลับบ้าน การห้ามผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักรจะกระทำมิได้ และแสดงให้เห็นถึงความไม่เอาใจใส่ต่อคนไทยที่อยู่ในต่างแดน แนะนำให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งรีบนำคนที่ต้องการกลับบ้านให้เดินทางกลับอย่างสะดวกรวดเร็ว

จี้ก้นสำรวจ–จีบโรงแรมเปิดห้องกักตัว

“วิธีการโดยให้สถานทูตและสถานกงสุลแต่ละประเทศสำรวจยอดคนไทยที่ต้องการกลับมายังประเทศไทยว่ามีทั้งหมดเท่าไหร่ รัฐบาลเตรียมสถานที่กักกันโดยประสานกับโรงแรมต่างๆที่แสดงเจตจำนงอยากให้รัฐบาลใช้เป็นที่เก็บตัว และเป็น Hospitel ทราบว่ามีจำนวนหลายร้อยโรงแรม คิดเป็นหลายหมื่นห้องทั่วประเทศ และให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าตรวจสอบโรงแรมว่าเข้าตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ พร้อมทั้งสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ ปัจจัย 4 ที่ต้องใช้ในการเก็บตัว”นายศราวุธกล่าว

“ณัฐชา” จวกคนเดือดร้อนเข้าไม่ถึงอื้อ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า ขณะนี้มีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยาจากรัฐบาลตามโครงการเราไม่ทิ้งกัน และการช่วยเหลือจากรัฐบาลอื่นๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากปัญหาไวรัสโควิด -19 หลายครอบครัวเช่าบ้านผู้อื่นอยู่ไม่ได้รับเงินตามมาตรการคืนมิเตอร์ไฟฟ้า ขณะที่อีกหลายคนที่เป็นคนทำงานรับจ้างทั่วไปไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือ

สับไร้มาตรฐานบี้ทบทวนทุกอาชีพได้สิทธิ

นายณัฐชากล่าวว่า อีกหนึ่งกลุ่มที่เข้าไม่ถึงระบบการลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา คือคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตไม่เป็น ทำให้เกิดอาชีพใหม่ เปิดโต๊ะรับลงทะเบียนในเว็บไซต์มีค่าบริการครั้งละ 100-500 บาท นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ประชาชนร้องเรียนว่า เขาลงทะเบียนเองไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง เจ้าของบ้านสั่งพักงานไม่มีกำหนด มีลูกน้องต้องรับผิดชอบหลายชีวิต แต่เมื่อไปใช้บริการโต๊ะรับจ้าง เขากรอกอาชีพว่ารับจ้างกลับลงทะเบียนได้ สิ่งเหล่านี้คือเทคนิคที่หลอกล่อ ระบบที่ไร้มาตรฐานของรัฐบาล ที่นำเอาหลักเกณฑ์เลือกปฏิบัติมาเป็นเงื่อนไขในการรับเงินเยียวยา ทั้งที่การเยียวยาประชาชนในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้คือการช่วยเหลือประชาชนและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ การเยียวยาประชาชนไม่ใช่การพิสูจน์ความจนเพื่อรับเงินจากรัฐบาล รัฐบาลต้องทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิการเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19 ประชาชนทุกคนเดือดร้อนและทุกคนทุกอาชีพมีสิทธิได้รับ หน้าที่ของรัฐบาลคือดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเท่าเทียม

“อ๋อย” เตือนเร่งคัดกรองขยายเป้าด่วน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการเยียวยา 5,000 บาทของรัฐบาลว่า มาตรการนี้กำลังเป็นปัญหาหนัก รัฐบาลต้องรีบแก้ไขให้ตรงจุดโดยด่วน เพราะตั้งเป้าแคบเกินไปไม่สอดคล้องกับจำนวนประชาชนที่เดือดร้อนซึ่งมีมากกว่าเป้าหมายหลายเท่า และยังล่าช้ามากประชาชนที่ตกงานหยุดงานขาดรายได้มีมาก อยู่กันโดยไม่มีเงินใช้มากว่าครึ่งเดือนแล้ว กลุ่มเป้าหมายยังเจอปัญหาหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจน คัดกรองไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้รู้สึกกันว่าคนไม่ควรมาได้ คนที่ควรได้กลับไม่ได้

20 ล้านคนสาหัสแก้ไขช้าโกลาหลหนัก

“หากรัฐบาลแก้ปัญหานี้ล่าช้า ไม่รีบขยายมาตรการให้ครอบคลุมคนให้มากกว่านี้โดยเร็ว จะทำให้ประชาชนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านเดือดร้อนอย่างหนักจนกลายเป็นความโกลาหลวุ่นวายครั้งใหญ่ เพราะปัญหาส่งผลเป็นลูกโซ่ ทำคนหาเช้ากินค่ำจำนวนมากไม่มีรายได้ จำนวนผู้เดือดร้อนจึงมากกว่าที่คำนวณไว้ รัฐบาลควรรีบคัดกรองคนให้เร็วด้วยหลักเกณฑ์โปร่งใสชัดเจน รีบส่งเงินให้เร็วที่สุด และไม่ควรขู่ดำเนินคดีผู้ขอรับเงินแต่ไม่มีสิทธิ เพราะประชาชนเดือดร้อนจริงๆ รัฐบาลคงต้องรีบทำความเข้าใจ ไม่ควรไปเล่นงานเอาเป็นตาย อย่างมากก็แจ้งเขาไป หากผู้เดือดร้อนมีมากๆรัฐบาลควรขยายหลักเกณฑ์ให้กว้างขึ้น”นายจาตุรนต์กล่าว

“เทพไท” จี้ถก รง.ผู้ค้าส่ง–ค้าปลีกลดราคา

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 1-2 เดือนนี้น้ำมันทุกชนิดลดราคาลงลิตรละ 7-10 บาท และวันที่ 10 เม.ย. ลดอีกครั้ง แต่สินค้าทุกชนิด ค่าขนส่ง ค่ารถโดยสารรถสาธารณะไม่ลดลงตาม จึงได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกร้องทุกข์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แก้ไขด่วน สั่งการทีมเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงการคลัง พลังงาน อุตสาหกรรม คมนาคม และพาณิชย์ บูรณาการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ลดค่าขนส่งและลดค่าโดยสารรถสาธารณะเร็วที่สุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่า–จินดาในฐานะประธานคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ ใช้อำนาจดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรม สินค้าจำเป็นยังขาดแคลนและแพงกว่าปกติ เงินเยียวยา 5,000 บาท 6 เดือน ประชาชนจะนำไปจับจ่ายใช้สอย รัฐบาลต้องเชิญกลุ่มโรงงานผู้ผลิต กลุ่มผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก มาพูดคุยลดราคาสินค้าลง เพื่อให้เงินเยียวยาซื้อของได้มากขึ้น ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนลดราคาสินค้าลง จะซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในสถานการณ์วิกฤติ

ติงขู่จับ ปชช.ไม่กลัวกลียุคจลาจลหรือ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ศบค.ออกมาขู่ผู้ไม่มีคุณสมบัติลงทะเบียนรับ 5,000 บาทว่าทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ว่า ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะข่มขู่ประชาชนที่กำลัง เดือดร้อนไปถึงไหน นายกฯควรตระหนักว่าคนไทยทั้งประเทศได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ถ้วนหน้าไม่เลือกชั้นวรรณะ คนเดือดร้อนทั้งประเทศต่างเฮโลลงทะเบียน เมื่อไม่เข้าหลักเกณฑ์คุณสมบัติต้องจบ กันไป ไม่ได้ลงทะเบียนเท็จ ไม่ควรมาดำเนินคดีตามแต่จะสรรหามาให้ คนตกงานนับล้านคน เดือดร้อนแสนสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ รัฐต้องไม่ใช้กฎหมายทุกเรื่อง แต่ต้องใช้คุณธรรมและมนุษยธรรมนำหน้า ไม่ใช่เอากฎหมายมาใช้กดขี่ เจอเจ้าหน้าที่รัฐขู่เช้าขู่เย็นจะดำเนินคดีอีก บ้านเมืองจะไปไหวหรือ รัฐบาลไม่กลัวว่าจะเกิดกลียุคหรือจลาจลในอนาคตหรืออย่างไรรัฐบาลควรต้องดูแลทุกคนไม่เลือกว่าเป็นสมาชิกพรรคใด ต้องไม่ดำเนินคดีคนที่ลงทะเบียนกรอกผิดกรอกถูก

“บิ๊กตู่” ทำบุญ 100 วันศพบิดา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมพร้อมครอบครัว เดินทางไปยังวัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลครบรอบ 100 วันการเสียชีวิตของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา โดยมีรัฐมนตรีบางส่วนเข้าร่วมทำบุญ อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จากนั้นเวลา 10.40 น. นายกฯ เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ และได้บันทึกเทปออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยหลัง 18.00 น. เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติช่วงเทศกาลสงกรานต์

“บิ๊กป้อม” สั่งนำดิจิทัลช่วยงานเยียวยา

เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากนั้น พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนงานตามแนวการขับเคลื่อนการพัฒนา ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายอื่นๆและการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม สำหรับจัดหาเทคโน-โลยีหรืออุปกรณ์ด้านดิจิทัล สนับสนุนด้านสาธารณสุขและรักษาสุขภาพของประชาชน รวมทั้งสนับสนุนโครงการเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19

อาเซียนจับมือตั้งกองทุนสู้โควิด-19

นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน ครั้งที่ 25 ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล หารือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในอาเซียน มีรองนายกฯและ รมต.ต่าง-ประเทศเวียดนามในฐานะประธานอาเซียน ปี 2563 เป็นประธาน และ รมต.ต่างประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และนายลิม จ๊อก ฮอย เลขาธิการอาเซียนเข้าร่วม ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอของคณะทำงานภายใต้คณะมนตรีประสานงานอาเซียนว่าด้วยภาวะ ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข คือ 1.การเสริมสร้างขีดความสามารถการจำกัดและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการจัดตั้งกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 (COVID-19 ASEAN Response Fund) ที่เสนอโดยไทย ใช้จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์และสนับสนุนการศึกษาวิจัยคิดค้นยาและวัคซีน 2.การให้ความช่วยเหลือต่อพลเมืองอาเซียน ทั้งที่อาศัยอยู่ในประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศที่สาม และ 3.การบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการจัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สิ้นสุดลง นอกจากนี้ยังได้หารือเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษและการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษว่าด้วยโควิด-19 ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลในวันที่ 14 เม.ย.63

“ชวน” ย้ำสภาฯไม่บังคับ ส.ส.บริจาค

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการบริจาคเงินของ ส.ส.ช่วยสนับสนุนการต่อสู้กับโควิด-19 ว่าสภาฯไม่มีนโยบายหักเงินเดือน ส.ส.อย่างที่หลายฝ่ายสับสน แต่หาก ส.ส.คนใดมีความประสงค์จะบริจาคเงินย่อมเป็นเรื่องที่ดี อยู่กับความพร้อมของแต่ละคน สภาฯจะไม่มีการบังคับ หาก ส.ส.คนใดประสงค์จะบริจาคเงินเดือนให้กับหน่วยงานใด แจ้งความประสงค์มายังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะดำเนินการให้ได้แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครแสดงความจำนง การตัดงบประมาณการดูงานต่างของประเทศและการจัดสัมมนาของสภาฯว่า หากเป็นงบประมาณหรือหน่วยงานในกระทรวงเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมาย ในส่วนของสภาฯเมื่อวันที่ 10 เม.ย.เป็นวันสุดท้ายของการทำรายการตัดงบฯ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับงบฯเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาได้ให้นโยบายไปว่าต้องไม่มีปัญหา ต้องไปเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะหากตัดงบฯส่วนนี้จะทำให้เกิดความล่าช้า งบฯดูงานได้ตัดไปเยอะ รวมแล้วเป็นไปตามที่รัฐบาลต้องการประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์

“ชาดา” กระตุกสปิริต ส.ส.–ส.ว.เสียสละ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ถึงเวลาแล้วที่สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ว. ส.ส.ที่รัก จะต้องเสียสละเงินเดือนอย่างน้อย 3 เดือน รวมที่ปรึกษาเลขาฯของท่านรวมกันประมาณคนละ 200,000 บาท 750 ท่าน ประมาณเดือนละ 150 ล้าน 3 เดือนประมาณ 450 ล้าน เอามาช่วยบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียชีวิตให้เต็มที่ เงินเหลือตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เหล่านั้น เพื่อขวัญกำลังใจกับบุคคลที่เสียสละให้คนไทยทั้งประเทศ ตามความเห็นผมควรจะ 6 เดือนด้วยซ้ำ อีก 3 เดือนให้กองทุน อสม.ที่เสียสละอย่างมาก ประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน ทุกสาขาอาชีพหนักหนาสาหัส ยังไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร บางท่านอาจด่าว่าคุณรวยนิ วันนี้ไม่เกี่ยวใครรวยใครจน แต่เรื่องสปิริต เชื่อว่าทุกท่านดูแลประชาชนในพื้นที่อยู่ไม่มี ส.ส.ท่านไหนอยู่เฉย แต่ความเดือดร้อนภาพรวมของประเทศ ท่านจะนิ่งเฉยอยู่ได้โดยไม่แสดงอะไรเลยรึอ้างว่ารัฐบาลทำอยู่แล้วมันไม่ใช่”

จี้ กกต.ชี้ขาดบริจาคเกิน 3 แสน

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ แจ้งให้สภาฯหักเงินเดือน ส.ส.บริจาคสมทบกองทุนแก้ไขปัญหาโควิด-19 เดือนละ 113,560 บาท ตลอด 36 เดือน รวม 4,088,160 บาท หรือจนยุบสภาว่าน่าชื่นชมเป็นแบบอย่างที่ดีของนักการเมือง แต่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้ตามประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควร พ.ศ.2561 กำหนดว่าแต่ละโอกาสเมื่อมีเหตุอันสมควร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ ส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะให้ได้ไม่เกิน 3 แสนบาทเท่านั้น หากเกินกว่าจำนวนที่กำหนดให้นำไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป ประกาศ กกต.กำหนดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 61 ให้ ส.ส.แบ่งเขตใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่เกิน 1,500,000 บาท ส่วนพรรคการเมืองไม่เกิน 35 ล้านบาท เป็นหน้าที่ กกต.ต้องวินิจฉัยว่าทำได้หรือไม่ เพื่อให้ ส.ส.หรือ ส.ว.บางคนที่มีจิตสำนึกดี จะได้ช่วยบริจาคมากกว่านี้

กมธ. ป.ป.ช.ท้า พณ.โปร่งใสต้องให้ข้อมูล

นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ กล่าวถึงกรณีตำรวจดำเนินคดีกับเพจแหม่มโพธิ์ดำว่า ดูเหมือนผิดที่ผิดทางไปการที่สื่อสาธารณะตั้งข้อสงสัยตรวจสอบการกักตุนหน้ากากอนามัย จนขยายผลสู่การจับกุมผู้กระทำผิดจะมาดำเนินคดีผู้ชี้เบาะแสได้อย่างไร สะท้อนการตีความกฎหมายคลาดเคลื่อน อาจเป็นการปิดปาก ประชาชน จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ตัวการใหญ่ เช่น ฝ่ายราชการและฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้องอาจหลุดพ้นไป กมธ.ป.ป.ช.ส่งเอกสารขอข้อมูลการผลิต ราคาต้นทุนวัตถุดิบ ปริมาณนำเข้าและส่งออกไปยังกระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบ หากมั่นใจว่าสายพานการผลิตหน้ากากอนามัยโปร่งใสจริง ควรเร่งยื่นข้อมูลมายัง กมธ.ป.ป.ช.เปิดเผยต่อประชาชนต่อไป

“พันธ์ยศ” ไขก๊อกทิ้งภราดรภาพ

วันเดียวกัน นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ ได้ส่งหนังสือถึงหัวหน้าพรรคขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ โดยระบุว่าช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวว่ามีส่วนพัวพันคดีการกักตุนหน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค (บก.บคบ.) ได้แจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อย อาจทำให้การปฏิบัติหน้าที่ดูแลยุทธศาสตร์ของพรรคมีประสิทธิภาพลดน้อยลง และอาจทำให้ชื่อเสียงที่ดีของพรรคต้องมาเสื่อมเสียโดยไม่มีเหตุอันควร จึงขอลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพและสมาชิกของพรรคตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นายพันธ์ยศกล่าวว่า ได้ลาออกจริงมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. ตั้งใจอยู่แล้วว่าหากถูกตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาคดีหน้ากากอนามัยจะลาออก หากอยู่ในตำแหน่งจะดูไม่สง่างาม จะได้นำเอกสารหลักฐาน ไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมเต็มที่ บางอย่างที่ปรากฏข้อมูลออกมาไม่เป็นความจริง

เลื่อนฟังคดีใบเหลือง “กรุง ศรีวิไล”

ที่ศาลฎีกา ศาลมีประกาศแจ้งวันนัดพิจารณาคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต. (สส.) 585/2562 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะผู้ร้อง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือกรุง ศรีวิไล นักแสดงรุ่นเก๋า ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้คัดค้านเรื่อง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขอให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้ง กรณี กกต.ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัย กรณี กกต.แจกใบเหลือง นายกรุง ศรีวิไล ถูกกล่าวหาให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่นายกรุง ศรีวิไล หลังคนใกล้ชิดไปมอบพวงหรีดและเงินใส่ซองช่วยงานศพ 1,000 บาท ต่อประชาชนในพื้นที่อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1) โดย กกต.ผู้ร้อง ขอให้ศาลวินิจฉัยและมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เขต 5 จ.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 ใหม่ ศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 23 เม.ย. เวลา 13.30 น. แต่เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโรคโควิด-19 การดำเนินกระบวนการพิจารณาอาจไม่ปลอดภัยแก่ทุกฝ่าย ให้ยกเลิกวันนัดเดิมและนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 30 มิ.ย. เวลา 09.30 น. ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลฎีกา

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ลงทะเบียนรับเงิน 5000ขยายเวลาเราไม่ทิ้งกันจ่ายเงินเยียวยาจาตุรนต์ ฉายแสงพรรคฝ่ายค้านข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 15:28 น.