ไลฟ์สไตล์
100 year

คนแพ้แห่ง “เราชนะ”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
2 มี.ค. 2564 05:06 น.
SHARE

เห็นคนเฒ่าคนแก่ลำบากลำบน เข้าคิวตากแดดเพื่อรอลงทะเบียนโครงการ “เราชนะ” ในรอบเก็บตกสำหรับคนไม่มี สมาร์ทโฟน ว่าเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจแล้ว

อ่านข่าวล่าสุดยิ่งชวนเจ็บปวดใจ เมื่อลูกชาย วัย 50 ปี ขอเงินแม่ไปซื้อโทรศัพท์มือถือมูลค่า 1,980 บาท ตัดสินใจผูกคอตาย โดยบ่นว่าลงทะเบียนเราชนะไม่ได้เสียที และในที่สุดเดินมาก้มกราบ 3 ครั้งแล้วบอกว่า “แม่ ผมขอโทษ ไม่มีเงินคืนค่าโทรศัพท์ให้แล้ว” โดยผู้เป็นมารดาเปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจผูกคอตาย น่าจะมาจากความเครียดที่เอาเงินแม่ไปซื้อมือถือ ทั้งที่แม่ไม่ค่อยมีเงิน และยังไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือได้

ข่าวแนะนำ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในทางปฏิบัติของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ซึ่งก่อนหน้า “เราชนะ” ประสบความสำเร็จอย่างมากจากโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน โดยรัฐจะออกเงินให้ครึ่งหนึ่ง ประชาชนออกครึ่งหนึ่ง ถือเป็นโครงการที่สามารถอัดฉีดเงินเข้าระบบได้ตรงจุดในกลุ่มผู้ค้ารายย่อย โดนใจคนเดินดินกินข้าวแกง มีรัฐช่วยออกค่าข้าวค่าน้ำครึ่งหนึ่ง

พอมาถึง “เราชนะ” ภาครัฐที่ได้แรงบันดาลใจจาก “คนละครึ่ง” จึงเปลี่ยนเงื่อนไขมาเป็นจ่ายเงินผ่านแอปแทนการจ่ายเงินสดเข้าบัญชี (ภายใต้โครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด “เราไม่ทิ้งกัน” เริ่มต้น เม.ย.63 โอนเงินสดช่วยเหลือเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย คนละ 15,000 บาท ช่วยเหลือประมาณ 15 ล้านคน) เนื่องจากเห็นแล้วว่า การจ่ายเงินผ่านแอป สามารถกำหนดขอบเขตการใช้จ่ายในร้านค้าที่ร่วมโครงการได้สะดวก ตรงจุด

กระนั้น ท่ามกลางความพึงพอใจของประชาชนหลายสิบล้านคน ผู้ประสบความสำเร็จในการลงทะเบียน ได้รับเงินมาหล่อเลี้ยงปากท้อง ครอบครัว... ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ตกเป็นเหยื่อของความเหลื่อมล้ำแม้กระทั่งต่อการหยิบยื่นความช่วยเหลือ

“เราชนะ” ซึ่งรัฐจะแจกเงินฟรีผ่านช่องทางกำหนด (แอปพลิเคชันเป๋าตัง, บัตรประชาชน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละ 7,000 บาท) มีเป้าหมายแจกเงินให้คนที่มีรายได้ไม่เกินที่กำหนด จำนวน 31.10 ล้านคน ณ ขณะนี้ มีประชาชนผ่านคัดกรองตามหลักเกณฑ์ใกล้แตะ 30 ล้านคนแล้ว แบ่งเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.7 ล้านคน กลุ่มแอป “เป๋าตัง” 15.60 ล้านคน

และกลุ่มสุดท้ายเก็บตก คนไม่มีสมาร์ทโฟน ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ไม่มีแอป ผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัด แต่น่าจะต้องการความช่วยเหลือไม่น้อยไปกว่าใคร

การเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ผนวกกับสถานะที่อาจ “จนไม่พอ” จึงไม่เข้าข่ายรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ น่าจะทำให้พวกเขารู้สึกคล้ายๆ ว่าถูกทอดทิ้ง พอเปิดลงทะเบียนวันแรก วันที่ 15 ก.พ.2564 ที่ผ่านมา คลื่นมหาชนคนกลุ่มนี้ จึงไปออกันอยู่ที่หน้าสาขาธนาคารกรุงไทย ซึ่งเปิดให้มาลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก จนกรุงไทยรับมือไม่ไหวต้องให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.เข้ามาแบ่งเบา โดยขณะนี้ยอดลง ทะเบียน อยู่ที่ 1.7-2 ล้านคน ไม่ใช่น้อย

จากการเก็บข้อมูล ผู้ที่มาลงทะเบียน พบว่าคนกลุ่มนี้มีหลาก หลายเหตุผลที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ตั้งแต่ ยากจน ไม่มีเงินซื้อ ใช้ไม่เป็น บางคนมีสมาร์ท­­โฟนแต่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพราะใช้แค่โทร.หาหรือรับสายลูกหลาน บางคนเก็บมือถือไว้ในหีบ จะโทร.ค่อยเอาออกมาเปิดใช้

เหตุผลเรื่องอายุก็มีส่วนสำคัญ ความสูงวัยเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ หลายคนที่ทั้งยากจนและสูงวัย ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ในที่สุดกระทรวงการคลังต้องออกมาประกาศ ขยายเวลาให้ประชาชนกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนลงทะเบียนถึงวันที่ 5 มี.ค.2564 (เดิมสิ้นสุด 25 ก.พ.2564) และเงินที่ได้รับ มีสิทธิใช้จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2564

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน ดีแทค บอกว่า ความเหลื่อมล้ำและช่องว่างในการเข้าถึงบริการดิจิทัล มาจากหลายสาเหตุ เริ่มจาก 1.Mindset หรือกรอบความคิดโดยเฉพาะกลุ่มสูงวัย ที่คิดว่ามือถือไม่จำเป็นและเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย 2.ขาดทักษะการใช้งาน 3.ไม่เห็นประโยชน์ 4.อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ไม่มีอินเตอร์เน็ต รวมทั้งมีความเข้าใจผิดๆ เช่น สัญญาณมือถือทำให้เป็นมะเร็ง

ขณะที่ น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การลงทะเบียน “เราชนะ” ทำให้เห็นภาพของประเทศไทยชัดเจนยิ่งขึ้น “ต้องยอมรับว่าคนไทยทุกคนไม่ได้เข้าถึงบริการดิจิทัล และใช้สมาร์ทโฟนทั้งหมด ดังนั้นการออกมาตรการต่อไป ต้องคำนึงถึงกลุ่มนี้ด้วย”

“และน่าจะถึงเวลาที่ต้องทบทวนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่เสียที เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย ได้รับการช่วยเหลือที่ควรได้ จากทุกมาตรการของภาครัฐ เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พวกเขาพึงมี”.

ดวงพร อุดมทิพย์/ศุภิกา ยิ้มละมัย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เราชนะโครงการเราชะนThe Issueดวงพร อุดมทิพย์ศุภิกา ยิ้มละมัยลงทะเบียนเราชนะกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 06:23 น.