
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรปมาเอเชีย
นายพุฒิพงศ์ ประสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ITB Berlin 2026 ที่กรุงเบอร์ลินสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะนักท่องเที่ยวยุโรปต้องพึ่งพาสายการบินจากตะวันออกกลางเดินทางมาเอเชียถึงประมาณ 40% หากสายการบินเหล่านี้ไม่สามารถทำการบินได้ จะทำให้ผู้โดยสารหายไปมาก เพราะสายการบินตะวันออกกลางใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น Airbus A380 และมีเที่ยวบินเข้าไทยวันละหลายเที่ยว ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต
“ในช่วงระยะสั้นประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนแรก การเดินทางอาจไม่สะดวก เนื่องจากการเปลี่ยนไปใช้สายการบินอื่นทำได้ยาก เพราะสายการบินจำนวนมากมีอัตราการจองที่นั่งเต็มอยู่แล้ว ขณะที่การเพิ่มเที่ยวบินระยะไกลก็ไม่สามารถทำได้ทันที เนื่องจากต้องใช้เวลาในการจัดสรรเครื่องบินและทรัพยากรการบิน”
โดยสิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน อาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลต่อ “Mood” หรือบรรยากาศการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ที่อาจระมัดระวังมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นยังเชื่อมั่นว่า เสน่ห์ของประเทศไทยที่มีความสวยงาม ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี อาจกลายเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกเดินทางมาพำนักระยะยาว โดยในช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครนก็มีชาวต่างชาติจำนวนมากย้ายมาอยู่ระยะยาวในเกาะสมุย พะงัน และหัวหิน
สำหรับการเข้าร่วมงาน ITB Berlin นายพุฒิพงศ์ ระบุว่า ตลาดหลักของบางกอกแอร์เวย์สกว่า 70-80% เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป เช่น เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส กลุ่มสแกนดิเนเวีย และสวิตเซอร์แลนด์ การเข้าร่วมงานจึงมีเป้าหมายเพื่อพบปะบริษัททัวร์ ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากคู่ค้าเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวหลังเกิดการสู้รบ เพื่อนำข้อมูลมาปรับแผนการดำเนินงานต่อไป
“บริษัทเตรียมหารือกันถึงแนวทางรับมือสถานการณ์ โดยหนึ่งในมาตรการที่ทำได้ทันทีคือ ทบทวนโครงสร้างค่าใช้จ่าย หรือ “รัดเข็มขัด” เพื่อลดภาระต้นทุน รวมถึงปรับแผนการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากตลาดยุโรปได้รับผลกระทบหนัก อาจหันไปมองตลาดระยะใกล้ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มากขึ้น ขณะเดียวกันยังติดตามการฟื้นตัวของตลาดจีน ซึ่งแม้ไม่ใช่กลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่ แต่เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง (FIT) ที่มีกำลังซื้อสูง”
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.69 ถือว่าเติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยยอดจองล่วงหน้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2% จากระดับที่เกือบเต็มอยู่แล้ว โดยเฉพาะเส้นทางเกาะสมุย ที่บางวันมีผู้โดยสารเต็มทุกเที่ยวบินปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของภูเก็ต ที่กลายเป็นประตูท่องเที่ยวสำคัญของไทย นักท่องเที่ยวยุโรปจำนวนมากเลือกบินตรงมาภูเก็ตโดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ ส่งผลให้บางกอกแอร์เวย์สเพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางภูเก็ต–สมุย จากเดิมวันละ 3-4 เที่ยวบิน เป็นวันละ 8 เที่ยวบิน เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างการขยายสนามบินสมุย โดยมีแผนขยายอาคารผู้โดยสารจากเดิม 2,000 ตารางเมตรเป็น 4,000 ตารางเมตร และยื่นขอเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินจาก 50 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 73 เที่ยวบินต่อวัน จากปัจจุบันที่ได้รับการผ่อนผันให้บินได้ 60 เที่ยวบินต่อวัน นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับลักชัวรี ที่เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet ) และมีจำนวนเพิ่มขึ้น จากเดิมวันละ 1-2 ลำ เป็น 6 ลำ