
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค.ได้เห็นชอบแนวทางการเปิดประเทศ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพำนักในไทย ได้ในระยะยาวได้แบบจำกัดจำนวน จะต้องเป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ หรือ Special Tourist VISA (STV) ตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยขั้นตอนต่อไปจะส่งเรื่องให้กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบในรายละเอียด เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ลงนามต่อไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย และออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่ออนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศได้ ตามเงื่อนไขในวันที่ 1 ต.ค.นี้
“เที่ยวบินแรกที่จะเดินทางเข้านำนักท่องเที่ยวมายังไทย คือ วันที่ 8 ต.ค.เป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองกว่างโจว ประเทศจีน 150 คน กับสายการบินแอร์เอเชีย ในรูปแบบเช่าเหมาลำลงที่สนามบินภูเก็ต และวันเดียวกัน มีนักธุรกิจชาวจีน 7 คน นำไพรเวท เจ็ท หรือเครื่องบินส่วนตัวลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และวันที่ 25 ต.ค. มีนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองกว่างโจว 126 คน โดยสายการบินไทยสไมล์ ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 1 พ.ย. มีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศ สแกนดิเนเวีย และเชงเก้น 120 คน โดยสายการบินไทย มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ”
สำหรับความพร้อมของที่พักที่จะให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าพัก เป็นสถานกักกันตัวทางเลือก (ALSQ) มีเพิ่มขึ้น ในอีก 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี 1 แห่ง คือโรงแรมชลบุรี เบสท์ เบลล่า พัทยา, บุรีรัมย์ 1 แห่ง ได้แก่ โรงแรม อมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ท, ภูเก็ต 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรมอนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต โรงแรมไตรศาลา ภูเก็ต โรงแรมอนันตรา ภูเก็ต สวีทส์ แอนด์ วิลล่า.